แบล็คเฮด

งานนี้ต้องบอกว่าเปิดตำราคุย เพราะมีโอกาสได้ตั้งวงสนทนาแบบถึงลูกถึงมนุษย์ กับกลุ่มคนดนตรีหัวดำอย่าง แบล็คเฮด จะบอกว่าพวกเขากลับมาใหม่คงไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะพวกเขาไม่ได้หายไปจากวงการ เพียงแต่ไปซ่อนตัวย้อมผม อุ๊ย ไม่ใช่ ไปซ่อนตัวทำงานดนตรี และพบปะแฟนเพลงอยู่แบบเงียบๆ ไม่อยากเชื่อว่ากว่าหลายปีก่อนๆๆๆๆ คนดนตรียุคพัฒนาอยากพวกเขายังคงดำรงชีวิตอยู่ได้กระทั่งทุกวันนี้ เมื่อใดที่เขาปรากฏตัว สาวกคนหัวดำทั้งเก่าและใหม่ ก็ลุกขึ้นมาฮัมเพลงตามทุกครั้งไป งานนี้ต้องบอกว่าฝีมือๆ ล้วนๆ หาใช่สิ่งอื่นใด มันคือสิ่งที่พวกเขาภูมิใจนักภูมิใจหนาว่า นี่แหละใช่เลย… เริ่มสนทนาก็ฮาตรึม เปิดฉากด้วยผู้ชายหัวหยิก ไม่ค่อยหล่อแต่สาวหลง เขาพูดถึงอัลบั้ม Ten ของพวกเขาว่า…

ปู : ชุดนี้มันเป็นการกลับมาของพวกเรา ความจริงจะบอกว่ากลับมาคงไม่เชิง เราไม่เคยหายไปจากแฟนเพลง เพียงแต่หายไปจากน้องพี่สื่อต่างๆ เท่านั้น ทุกคนยังเดินวนอยู่กับดนตรี แต่เหมือน 2 ปีที่เราห่างจากชุดที่แล้วนะ มีงานเยอะมาก เราเดินสายต่างจังหวัด ตามผับ ร้องไปทั่ว และแต่ละคนก็มีงานดนตรีเป็นของตนเอง บางคนมีห้องอัด บางคนทำเพลงโฆษณาแบบนี้ครับ 10 ปีที่เราทำงานเพลงมามันคงมารวมเป็นเหตุและผลของงานชุดนี้มากกว่าครับ

แนวดนตรีเป็นอย่างไรบ้าง จะหนักหรือเบา หรือยังคงเป็นแบล็คเฮดเหมือนเดิม
ปู : แน่นอนครับ เรายังเป็นเรา เพลงช้าแต่เสียงสูง เราเป็น meltal Rock แต่ความจริงก็ครบรสชาตินะ คือมีทุกอย่างแหละครับ

ไม่กลัวคนจะเบื่อหรือครับ เพราะอาจถูกมองว่าไม่มีการพัฒนา
เอก : ไม่ครับ เพราะว่าการที่เราอยู่มาได้ด้วยความเป็นตัวเราตรงนี้ มันก็เชื่อขนมกินได้ว่าคนฟังของเรามีกลุ่มที่แฝงตัวอยู่แน่นอน ในสังคม เราไม่ค่อยกลัวว่ามันจะไม่ดี คนจะไม่ตอบรับ หรือจะถูกมองว่างานของเราชุดนี้ ไม่พัฒนาเลยว่าอย่างนั้นคงไม่ใช่ แต่การที่เราอยู่มาได้สิบปี ด้วยการคงคอนเซ็ปต์ความเป็นคนหัวดำของเราไว้ได้ มันเจ๋งนะน้อง

ปูหนุ่มผมหยิกเริ่มเสริมว่า
ปู : ผมว่ามันจริงๆ ครับ เรามีความสม่ำเสมอในการทำงานแบบนี้ มันแน่อนอยู่แล้วครับ เราไม่เคยคาดหวังว่ามันจะต้องสูงด้วยมั้ง เรื่องรายได้และความนิยมนั่นและครับ เราก็เลยไม่เคยอกหัก เราทำเพราะมันอยากทำ มันมีความสุขกับตรงนั้นไงครับ ทุกวันนี้เราทุกคนยังคงอยู่ครบทีมนะครับ

เชื่อครับว่าเป็นแบบนั้น แบล็คเฮด มีแฟนเพลงเยอะเพราะนานมาแล้ว ถ้าพูดถึงคนฟังใหม่ล่ะ เขาถามหาและต้องการอะไรจากกลุ่มคนหัวดำบ้าง
เอก : เชื่อว่าเรามีคนฟังที่เกิดใหม่เข้ามาเยอะนะ ไม่รู้เพราะอะไร แต่ว่าเราทำงานเราไม่เคยทิ้งทั้งคนฟังเก่าและใหม่ เราคิดถึงเขาเสมอเลย คือบางคนมันเหมือนโตมากับเราไงครับ ช่วงที่เราทำเพลงใหม่เขาก็อยู่ในวัยที่กำลังเริ่มฟังเพลง แล้ววันนั้นวันนี้ เขาก็โตมากับเรา เขาอยู่กับเรา มันมีจริงๆ นะผมว่าอย่างนั้น แต่ว่าในยุคนี้สิ่งที่เห็นได้คือ ยอดขายนั่นแหละที่ตก เพราะเทคโนโลยีมันเยอะ แต่ถ้าเราไปเล่นตามผับทุกที่คนเยอะนะ

แบล็คเฮด 2เห็นบอกว่าชอบเรียกตัวเองว่ายุคแตกหน่อ
ปู : ใช่ครับ 10 ปีก่อน เราคือกลุ่มที่เริ่มทำอะไรที่แหกออกไป เราทำงานที่ไม่เหมือนใคร ร็อกที่แตกต่าง มาถึงวันนี้เราก็ยังอยู่ จากเมื่อก่อนแบล็คเฮดคืองานประจำ ตอนนี้มันคืองานอดิเรกที่อยากทำทุกวัน อยากทำเพราะรัก 10 ปีพวกเรามีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะไง อย่างที่บอกว่าทุกคนมีงานที่ต้องทำ มันโตแล้ว มีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ว่าถามว่าเราอยากทำแบล็คเฮดมั้ย อยากมาทุกวันนะ เรายังเฮฮา เจอกันทุกวันครับ แฟนเพลงเรามากขึ้นนะ เท่าที่เห็น สิ่งนี้คือกำลังใจในการทำงานของเรานะ

ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่บอกว่าไม่เคยคาดหวังกับการทำงาน หรือบอกว่าไม่หวังสูงหน่อย
ปู : ก็หมายความว่าเราไม่เคยคิดว่าเราเปรี้ยงขนาดนั้น แต่เราคิดว่าเป็นอะไรที่เป็นเส้นตรงมากๆ มันเป็นแบบนี้จริงตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มันก็เลยทำให้เราไม่ค่อยจะคาดหวังว่ามันจะขึ้นจะลง มันเป็นแบบนี้ ทำงานออกมาเราก็มีกลุ่มคนฟัง ตอนนี้มันเป็นอะไรที่เป็นความสนุกเพียงอย่างเดียว เราไม่คิดมาก เพราะว่าเราเองก็ไม่เคยขึ้นสูง หรือลงต่ำไปกว่านี้นะ นี่คือตัวเรา นี่คือความเป็นคนดนตรีและมันคือน้ำใจที่คนฟังมีให้เราตลอดเวลา”

แฟนเพลงของแบล็คเฮดเป็นอย่างไรบ้าง เคยถามถึงพวกเขาบ้างมั้ย
ปู : (โหน้อง) แฟนเพลงของพวกเราจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยเห็นพวกเขาตาม คือเราไม่ใช่แบบหน้าใส ตี๋ น้องก็น่าจะเข้าใจนะว่าแฟนเพลงเขาจะเป็นอย่างไร คือมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย จากเมื่อก่อนจะเป็นพวกผู้ชาย แนวเถื่อนๆ นะ แต่เดี๋ยวนี้คนฟังเป็นอะไรที่เขาพัฒนาการฟังเพลงของเขาขึ้น แฟนเพลงของเราก็เลยมีแนวโน้มว่าเปลี่ยนตาม แต่หมายถึงคนเก่าก็ฟังต่อนะ เขาจะปรับตามเรา แต่ผมว่ายุคสมัย ความนิยมมันก็เปลี่ยนตามไปด้วยนั่นแหละครับ เมื่อก่อนนะเขาจะตามเรา แต่ตอนนี้แฟนๆ ผมคงไม่วิ่งตามกรี๊ดแล้ว แค่เราไปร้องเขาก็ไปดู แต่ไม่ใช่มาเฝ้านะ ไม่ใช่ขนาดนั้นนะครับ

10 ปีนี้มีความหมายว่าอย่างไร
ปู : 10 ปี เป็นอะไรที่เรามาถึงเสาหลักกิโลที่ 10 มั้ง และเราก็ยืนยันว่าเราจะไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิด คือยืนยันว่าเรารักมากครับ อยากให้เป็นเราแบบนี้ตลอดไป ยอมรับว่าการทำงานตรงนี้เป็นความสุข เป็นอะไรที่เราถวิลหาตลอดเลยครับ

ขณะที่พูดคุยมีเสียงหัวเราะเฮฮาเกิดขึ้นตลอด…จุ๊ๆๆๆๆ แต่พูดไม่ได้ว่าเราหัวเราะเรื่องอะไรกัน ผู้ชายเขาคุยกัน ออกอากาศไม่ได้ ฮึ้ม…

ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายน 2548

Related Posts

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.