เป็นไง มาไง ในมิสชั่น โฟร์ โปรเจค

เป็นไง มาไง ใน มิสชั่น โฟร์ โปรเจค

โปรเจคพิเศษแห่งปี กับอัลบั้ม “มิชชั่น โฟร์ โปรเจค” ที่รวมเอา 4 ซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอย่าง “เจมส์-โดม-จอนนี่-วอย” มารวมตัวกัน เป็นไงมาไง ตามมากัน

ด้วยพื้นฐานของความเป็นเพื่อน และเล่นดนตรีเหมือนๆ กัน โดยมี เจมส์ เล่นกลอง, โดม และ จอนนี่ เล่นกีตาร์ และวอย เล่นเบส และผู้ที่รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ในงานนี้คือ สมพร โชคดีมีบุญ

มาดูซิว่า สี่หนุ่มจะพูดถึงอัลบั้มชุดนี้กันว่าอย่างไรกันบ้าง

“ที่มาของอัลบั้มนี้ เกิดขึ้นจากการที่พวกเราชอบเล่นดนตรี และก็สนิทกันอยู่แล้ว ที่สำคัญเล่นดนตรีกันเป็นอยู่แล้ว และ พี่ณรงค์ เดชะ ก็เห็นว่าพวกเราน่าจะมารวมตัวกัน เป็นอัลบั้มขึ้นมา ซึ่งพวกเราก็เคยคิดว่า เพียงอยากแค่ได้แจมกันเล่นดนตรีก็พอใจแล้ว พอได้ออกมาเป็นอัลบั้มในรูปแบบของวง ก็รู้สึกภูมิใจมากครับ” เจมส์กล่าว

โดม “สำหรับการรวมตัวกันของพวกเรา แต่ละคนก็จะมีความชอบ และถนัดแนวดนตรีที่แตกต่างกัน แต่เราก็จะมีจุดกึ่งกลาง คือการนำดนตรีที่เราชอบ มาผสมผสานเข้ากัน ตามความเหมาะสม แต่จะมีแนวยืนพื้นเป็น ป็อปร็อค”

จอนนี่ “อัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มที่ต้องการความเป็นทีมเวิร์คมากๆ เพราะต่างคนก็ ต่างเล่นกันมา ก็ต้องมาปรับเข้าหากัน พวกเราก็จะซ้อมกันหนักมาก เพราะเป็นเพลงใหม่หมดทั้ง 10 เพลง ไม่เคยเล่นกันมาก่อน เวลาที่ว่างพวกเราก็ให้เวลากับการซ้อมมากๆ เพราะเราเล่นกันสดๆ ทุกเพลง”

วอย “พวกเราก็อยากให้แฟนๆ ได้สัมผัสกับพวกเราในรูปแบบใหม่ เพราะจากที่เคยเห็นพวกเรา ร้องเพลงอย่างเดียว คราวนี้พวกเราเล่นดนตรีกันเอง ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องซ้อมกันหนักมาก เพราะอยากให้ได้งานที่ดีที่สุดกับแฟนๆ แต่พวกเราก็สนุกที่จะได้เล่นดนตรีให้ทุกคนได้ฟังกันสดๆ ครับ”

โต้รุ่ง อาร์ม-ศิริโรจน์ ศิริเจริญ

สร้างความครึกครื้นให้กับแฟน ๆ สำหรับเพลงสนุก ๆ จังหวะ โจ๊ะ ๆ อย่าง “โต้รุ่ง” ในอัลบั้ม “อาร์ม โต้รุ่ง” ของหนุ่มโจ๋เสียงดี “อาร์ม-ศิริโรจน์ ศิริเจริญ” ซึ่งทำให้เจ้าตัวปลื้มอกปลื้มใจเป็น อย่างมาก ที่แฟน ๆ ให้การต้อนรับ ผลงานชุดนี้อย่างอบอุ่น ซึ่ง “อาร์ม” เปิดใจว่า “สำหรับเพลง โต้รุ่ง นี่ ถ้าฟังกันดี ๆ แล้วจะเห็นว่า เนื้อหา ของเพลงจะให้ความรู้สึกว่าเป็น เรื่องที่เศร้ามาก เพราะเป็นเรื่องของคนที่อกหักคนหนึ่ง แต่การถ่ายทอดในแบบ ของ อาร์ม ก็จะไม่ยอมให้เศร้า ซึ่งโดยส่วนตัวเวลาที่ อาร์ม เจอเรื่องแบบนี้

อาร์ม ก็จะไม่เศร้ามาก เพราะ อาร์ม คิดว่า ถ้าเรายิ่งจมไป กับความเศร้า เราก็จะไม่มีเวลาที่ จะคิดทำอย่างอื่นอีก พี่วินัย จรัสอาชา ที่เป็นคนเขียนเพลง นี้ก็ได้หยิบคาแรกเตอร์ ที่เป็น อาร์ม จริง ๆ ถ่ายทอดออกมา เป็นเนื้อเพลง และอาร์ม ก็ร้องออกมาในอารมณ์ที่สนุก ว่าทิ้งกันไปก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรฉันจะฉลอง ให้ถึงเช้าเลย ซึ่งเวลาที่เข้าห้องอัด เพลงนี้จะเป็นเพลงที่ทีมงาน ทุกคนสนุกกันมาก ไม่ว่าจะเป็น พี่โจว์อั๋น (สราวุธ มิ่งขวัญ) พี่เจษ (เจษฎา หันช่อ) และพี่ ๆ ที่ร่วมทีมทำงานกับอาร์ม อีกหลาย ๆ คน เพราะทุกคนได้มาร่วมแจมเสียง ร้องในเพลงนี้ในท่อน อ้าว โต้รุ่ง กันหน่อย ซึ่งฟีดแบคที่ได้รับก็ทำให้ อาร์ม ปลื้มใจมากครับที่แฟน ๆ ชอบเพลงนี้ และให้การต้อนรับอัลบั้มชุด นี้อย่างอบอุ่น ตอนนี้ พี่ๆ ดีเจที่ต่างจังหวัดก็บอกว่ามีแฟน ๆ ขอกันมาเยอะ และสถานที่ที่จัดงาน รื่นเริงต่าง ๆ ก็นำเพลง โต้รุ่ง ของ อาร์ม มาเปิดกันน ซึ่ง อาร์ม ก็ดีใจว่าเพลงของ อาร์ม สามารถสร้างความสุข ให้กับแฟน ๆ ทุกคนได้ครับ”

บทสัมภาษณ์ พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ จากกองถ่ายทำเบื้องหลังมิวสิควีดีโอ “กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง”

บทสัมภาษณ์ พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ จากกองถ่ายทำเบื้องหลังมิวสิควีดีโอ “กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง” การเลือกนักแสดง และความเห็นเกี่ยวกับงานเพลง

  บทสัมภาษณ์ คำต่อคำ ปากต่อปาก จากกองถ่ายทำเบื้องหลังมิวสิควีดีโอ “กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง” ของ เบิร์ด ..ธงไชย แมคอินไตย

Good girl : การถ่ายทำ MV เป็นอย่างไรบ้าง

พี่เบิร์ด : วันนี้เป็นวันแรกรู้สึกเบาตัวมาก เพราะว่า นักแสดงที่ได้มาเล่นด้วยกันเขาโปรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใหม่หรือดู๋ นักแสดงตุ๊กตาทองทั้งคู่เลย รู้สึกสบายเพราะว่า เขามีความรับผิดชอบกัน อย่างดู๋เนี่ยจะถาม CARACTER อย่างหนักหน่วง ว่าเล่นเป็นอะไรทำไมถึงต้องเป็นเค้า อย่างใหม่ขอฟังทั้งๆ ที่ใหม่ถ่ายสุริโยทัย เราขอฟังดนตรี , เพลงด่วน เพื่อที่จะได้รู้ แล้วก็ดีใจที่ที่เขามาเล่นให้ แล้วก็ขอบคุณมากๆ อย่างใหม่เนี่ยเขาก็บอกว่ารอมา 15 ปีแล้ว (หัวเราะ) ส่วนดู๋รู้สึกว่าไม่เคยเล่นกับใครคราวนี้ก็มาเล่นให้ THANK YOU SO MUCH

Good girl : พี่เบิร์ดมีส่วนคัดคนมาแสดง MV รึป่าว?

พี่เบิร์ด : แน่นอน ก็ต้องดูคนที่รักงาน รักที่จะเล่นกับพี่ แล้วก็คนที่มีศรัทราต่อกันจะทำงานสะดวก เราจะไม่บังคับใจใคร เขาคงจะไม่มาเล่นเพื่อเงินหรือชื่อเสียงแน่นอน

Good girl : ปิ๊งอะไร ใหม่ กับ ดู๋ ?

พี่เบิร์ด : พอเราร้องเพลงไป เราจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้น เขาต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์แล้วก็ดึงดูดอย่างแรงมาก และในขณะเดียวกันมีอะไรหลายๆ อย่างในตัวเขามาก คือ มีทั้งความแข็งความอ่อน ความมั่นใจในตัวเอง ความเต็ม ความคล่องในตัวไปหมด พี่ก็นึกถึงเขา กับอีกคนซึ่งเป็น FAMILY MAN ใครๆ ก็รู้ว่าเขาเป็นคนรักครอบครัว ครอบครัวคุณดู๋ก็ถาวรพรประภามาก เพราะฉะนั้นพอนึกถึงปั๊บ ก็จะนึก ก็จึงแท้แน่เชียวว่าจะต้องเป็นดู๋กับใหม่ ซึ่งเขาเหมาะกันมาก ส่วนคนที่มาสอดแทรกตรงกลางเขาก็ไม่น่าจะเป็นใครนอกจากพี่ (หัวเราะ)

Good girl : แล้วทำไมพี่เบิร์ดต้องอกหักอีกแล้ว ?

พี่เบิร์ด : ดวงมั้ง (หัวเราะ) แต่งเพลงทีไรก็อกหักทุกทีเลย เป็นอย่างนี้ พี่ว่าเป็นเรื่องสามัญประจำบ้านมากกว่าที่ทุกคนก็ต้องเจอ (หันมาถามนักข่าวว่าน้องไม่เคยไปชอบแฟนคนอื่นเขาเหรอ ) ชอบมั๊ย เดี๋ยวก็เจอ เดี๋ยวก็โดน เดี๋ยวก็เจอะ แต่ทุกคนมีความรู้สึกอย่างนี้ได้ทั้งนั้น เกิดเป็นคน แต่ใครจะ CONTROL หรือว่าใครจะควบคุมความรู้สึกของตัวเองด้วยความถูกต้องได้มากน้อยขนาดไหน ความรักไม่เข้าใครออกใคร แต่ (เน้น) ใครจะสามารถระงับแล้ว CONTROL ถึงด้วยกาละเทศะได้มากน้อยแค่ไน ก็แล้วแต่

Good girl : แล้วชีวิตจริงพี่เบิร์ดเป็นยังไง ?

พี่เบิร์ด : กำลังนึกๆ อยู่ Good girl : เจอประสบการณ์แบบนี้บ้างหรือยัง ?

พี่เบิร์ด : เจอ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาด เข้าบ้านเขาเลย (หัวเราะ) อันนี้เข้ามาถึงในบ้านเขา อาจจะเป็นด้วยอาชีพมาช่วยเคาตบแต่งเรือนหอนะจ๊ะ ก็เหมือนคนส่งพิซซ่า มาเจอเจ้าของบ้านสวย (หัวเราะ)

Good girl : มีส่วนช่วยคิดแนวเรื่องอย่างไร ?

พี่เบิร์ด : เราทำงานกันเป็นเป็นทีมตลอด ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ พี่เล็ก พี่คนเขียนเนื้อ คนทำดนตรี เราปีพ.ศ.หลังๆ มานี่ เราจะไม่แยกงานกันทำ เราทุกคนเป็นเมืองขึ้นต่อกัน เราจะพูดในเรื่องเดียวกัน ดนตรี คำร้อง ไปด้วยกัน แม้กระทั้งเรื่อง WHITE BOARD ของไม่อยากจะเรียกว่าเป็น MV พี่ว่ามันจะเป็นเหมือนกับหนังเรื่องนึงทีเดียว แต่แรามีเวลาแค่ 3 นาทีที่จะฉายเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องกระทัดรัด (พูดผิด) สี่สิบแล้วโว๊ย พูดไม่ค่อยถูก (หัวเราะ) มีส่วนช่วยคิดอัลบั้มนี้ เต้าส่วนเลยจ๊ะ คือเต้าส่วนมีส่วนทุกเม็ด

Good girl : ส่วนในเรื่องนี้พี่เบิร์ดเลือกเองที่จะเป็นสถาปนิกหรือป่าว ?

พี่เบิร์ด : ผู้กำกับเป็นคนเลือกนะจ๊ะ คือเป็นคนที่ชอบอยู่บ้าน ชอบดูโน่นดูนี่ เก็บรายละเอียด คงจะเป็นคนที่ละเอียดอ่อนคนนึง

Good girl : แสดงออกด้วยแววตารึป่าว ?

พี่เบิร์ด : คือมันจะไม่มีอะไรที่จะแสดงออกมากไปกว่านั้น เพราะว่าเราไปรักเขา ก็ได้แค่ตา (นักข่าวแซวว่าถนัดแสดงออกด้วยตา)

Good girl : พี่เบิร์ดเคยเขียนเพลงบ้างรึป่าว ?

พี่เบิร์ด : เรื่องมันเยอะ 3 นาทีไม่พอ พี่เคยแล้วมันเลยขอบไปหมดเลย

Good girl : แนวการเขียนเพลงนี้ ?

พี่เบิร์ด : ถ้าจะพูดถึงความรัก โทษจ๊ะ ปี พ.ศ.นี้ ควรจะเขียนเรื่องอะไรดีก็ใม่ใช่ว่าจะเป็นเด็กสิวเพิ่งขึ้น

Good girl : แล้วทำไมไม่ลองเขียนเอง ?

พี่เบิร์ด : มันไม่พอ ดนตรีมันนิดเดียวเอง ถ้าดนตรีเพลงนึงซัก 2 ชั่วโมง พี่ก็จะเขียน 3 นาทีพี่ย่อไม่เป็นเรื่องมันเยอะ การทำงานเราต้องมาคุยกันว่าจะให้เป็นเรื่องอย่างไร

Good girl : LOOK CONCERT ชุดนี้เป็นอย่างไร ?

พี่เบิร์ด : ก็ง่ายๆ สบายๆ กางเกงยีนส์เสื้อธรรมดา

Good girl : ไม่ยอมแก่เลยนะ

พี่เบิร์ด : เอ๊ะ นี่พลั้งปากออกมาเองนะ ก็ดูแลตัวเอง ถึงเวลาแก่ก็ต้องแก่ แต่ว่าตอนนี้มันยังเป็นอย่างนี้อยู่ จะเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ก็ยังแข็งแรงและก็พร้อมเสมอที่จะทำงาน แล้วก็มีความสุขกับงาน

Good girl : แตกต่างจากชุดอื่นอย่างไร?

พี่เบิร์ด : ไม่ต่างหล่ะจ๊ะ มันจะเอาอะไรไปต่างกันมากมาย เพลงก็คล้ายๆ กัน ดนตรีก็คล้ายๆ กัน ก็คือ ความง่ายที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงจับต้องแล้วก็ร้องได้

Good girl : ถือว่าไม่ค่อยทิ้งช่วงห่างจากอัลบั้มที่แล้ว?

พี่เบิร์ด : จริงๆ พี่ก็คิดอย่างนั้นนะ แต่ที่ไปสำรวจเดือนที่แดือนแล้ว ก็ปี 3 เดือนแน่ะ พี่ว่าพี่ยังส่ายสะโพกอยู่ไม่กี่วันนี่เอง อาจจะเป็นเพราะเราเพิ่งเจอกัน

Good girl : ความคืบหน้าในการแสดงหนังของหว่องกาไว?

พี่เบิร์ด : ยังจ๊ะ สำหรับพี่ยัง แต่ว่าทีมงานเขาเก็บดาราอื่นไป เพราะว่าคิวของพี่ก็คือพี่ต้องเสร็จงานในอัลบั้ม แล้วพี่ถึงไป

Good girl : ถ่ายในเมืองไทยหรือป่าว?

พี่เบิร์ด : คิดว่า ช่วงแรกถ่ายในเมืองไทยแน่นอน ภายในเดือนธันวาคม

Good girl : ทำไมถึงเลื่อนถ่ายหนัง ?

พี่เบิร์ด : ก็ติดงานในอัลบั้ม แล้วก็เฟวองออกเทป , เหลียงเฉาเหว่ยเขาก็ติดๆ กันหมด แต่ยังไงก็แล้วแต่ จะต้องขมวดปมให้ได้ ภายในกุมภา , มีนา ซึ่งก็ยังไม่ถึงคิวของพี่

Good girl : คำถามสุดท้าย ทำไมใช้ผู้หญิงในแต่ละอัลบั้มเปลื้องจัง ?

พี่เบิร์ด : น้องๆ พี่มีเยอะ พี่ว่าหลายๆ คน ความตั้งใจในการทำงาน ของการเขียนเนื้อ การทำดนตรีมันผ่านกรอง จากสมองของคนที่ตั้งใจทำงานกันแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นคนที่จะมาช่วยกันระบายให้มันเป็นสี เป็นภาพ อย่างที่เราคิดกัน เชื่อในภาพเดียวกัน เพราะฉะนั้นหลายๆ คน น้องๆ พี่ที่อยากมาร่วมงาน ตรงนี้ก็มีเยอะนะจ๊ะ เพราะฉะนั้น ใครอยากมาเล่นก็มา คือ ถ้าเราเล่นซ้ำได้ก็จะเป็น ปิ่น มาแน่นอน , แอนก็มา ทุกคนก็มา ทุกคนก็จะสนุกแน่น่อน แต่ว่าใหม่นี่เค้ารอมา 15 ปี แล้ว (หัวเราะ) เลยให้เขาก่อน

และแล้วก็ต้องรีบจบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น เพราะว่าถึงคิว ที่พี่เบิร์ดต้องเข้าฉากซะแล้ว เอาเป็นว่า แฟนเพลงของพี่เบิร์ดก็คงจะได้ฟัง ได้เห็นกันแล้วนะคะ กับอัลบั้มล่าสุด” ตู้เพลงสามัญประจำบ้าน”

แหวน ฐิติมา แผ่นเสียงในความทรงจำ

แหวน ฐิติมา

มีหลังไมค์ถามมาว่า ทำไมไม่ค่อยเก็บแผ่นศิลปินหญิงบ้าง นอกจากศิลปินกลุ่มเช่น สาวสาวสาว ดอกไม้ป่า ฮอทเปปเปอร์
จริงๆแล้วก็เก็บอยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสหยิบมาฟัง เหมือนศิลปินชาย
วันนี้เลยขอนำ ร็อคเกอร์สาว คนโปรด มาให้ชมสักคน
เมื่อก่อนเธอเป็นศิลปินคนโปรดของเหล่าเพื่อนผมหลายคน ผมฟังตามเพื่อนจนชอบ

เธอคือ แหวน ฐิติมา สุตสุนทร ผมไม่แน่ใจว่าเธอมีอัลบั้มเดี่ยวกี่อัลบั้ม แต่ที่เห็นในแผ่นไวนิลก็คงไม่มากกว่านี้

1. ฉันเป็นฉันเอง เปิดตัวศิลปินเมื่อปี 2527 ด้วยเพลงคล้ายๆป้อบปนร็อค ฉันเป็นฉันเอง รักเป็นเช่นไอติม แต่เพลงคุ้นหู กลายเป็นเพลงหวานๆป้อบๆ แบบ ไดอารี่สีแดง และ เชิ๊ตแขนยาวไทค์สีเทา

2. เรามีเรา อัลบั้มที่สองเมื่อสองปีต่อมา นำ เพลงตัวเก่ามั้ง มาต่อยอด ฉันเป็นฉันเอง และเพลงสร้างชื่อให้อัลบั้มยังเป็นเพลง ชื่ออัลบั้ม เรามีเรา ร้องจนเป็นเพลงอมตะจนปัจจุบัน

3. คนที่รู้ใจ อัลบั้มที่สาม ปี 2530 เพลงดังที่สุดก็ยังคงเป็นเพลงชื่ออัลบั้ม แม้แต่หนังร้อยล้านอย่างแฟนฉัน ก็นำเอามาประกอบ
แต่โดยส่วนตัว ผมชอบเพลง ลืมไม่ลง มากที่สุด

4. สัญญิง สัญญา อัลบั้มที่น่าจะเรียกว่า ถล่มทลาย ของเธอก็เป็นได้ ด้วยยอดขายเกือบล้านตลับ (เทปนะครับ) ทำให้ปี 2531 ถือเป็นปีทองของเธอเลยทีเดียว ฟ้ายังมีฝน ยึกยัก ใครสัญญิงสัญญา สองมือสองตาหนึ่งใจ อยู่กับคำถาม ฯลฯ แทบจะติดหูทั้งอัลบั้ม

5. แหวน จุด จุด จุด กระแส แหวนแขนอ่อน ยังไม่เลือน ยังจุดติด ในผับดังๆ เพลงอย่าง เวียนหัว อาจจะเป็นคนนี้ ลืมได้เลย.. ยังคงทั้งเล่นทั้งเปิดกันทั่วประเทศ

6. แหวนหัวแม่โป้ง อัลบั้ม ที่เริ่มแผ่วปลาย กับอายุอานาม และ ประสบการณ์ 8 ปีเลขอาถรรพ์ของวงการ เพลงที่พอติดหูเหลือเพียงสองสามเพลง คือ เจ็บกระดองใจ (สมกับความรู้สึกของเธอกับอัลบั้มนี้) และใครจะเป็นรายต่อไป (เหมือนกับเพรียกหา ศิลปินที่จะมาแทนยังไงยังงั้น)

และสุดท้ายที่นำเพลงฮิตมารวมกัน คือ แหวน ตลับทอง ซึ่งผมไม่ได้หาเก็บไว้

แล้วเธอก็ย้ายไปค่ายวอร์นเนอร์ ออกอัลบั้ม จู่โจมซึ่งไม่ได้ทำเป็นไวนิลลองเพล์ยมาอีกเลยหลังจากนั้น แม้แต่จะกลับมาแกรมมี่คลอดมาอีกกี่อัลบั้มก็แล้วแต่

แหวน ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ปี 17 ยังคงความเสียใจให้แฟนคลับทุกคน..

ณัฐวุฒิ คหวัฒน์

หนุ่มน้อย…ขวดโหล

หนุ่มน้อย…ขวดโหล    โดย…นายเจ

ย้อนกลับไปประมาณปี พ.ศ. 2527-2529 วงดนตรี แกรนด์เอ็กซ์ที่โด่งดังในยุคนั้น ได้แนะนำวงดนตรีน้องใหม่นามว่า.“ขวดโหล“ โดยส่วนตัวผมคิดว่าแกรนด์เอ็กซ์พยายามจะให้ขวดโหล หรือแกรนด์เอ็กซ์ใน generation ใหม่ เป็นทายาททางดนตรีของ แกรนเอ็กซ์ ์ด้วยซ้ำไป สี่หนุ่มสมาชิกของขวดโหลในตอนนั้น ถือว่าหล่อและใสมากในยุคนั้น ก็มี “คุณโอ๋ ไอศูรย์ วาทยานนท์ “คนนี้มาเป็น generation ใหม่ของแกรนด์เอ็กซ์เป็นคนแรก ชิมลางโดย ร้องเพลง “สายใย” ที่ร้องว่า” เคยเหงาบ้างไหม ถึงวันที่โลกไร้สรรพเสียง เรไรไม่ร้อย จำเรียง….” จำกันได้มั้ยครับ แค่เพลงเดียวก็ดังระเบิดเถิดเทิงแล้วครับ

ขวดโหล           หลังจากนั้นแกรนด์เอ็กซ์ก็หานักร้องอีกสามหนุ่มเข้ามาฟอร์มทีมเป็น“ขวดโหล” ก็ได้แก่ “คุณเอ อริชัย อรัญนารถ” (เขียนถูกป่าวไม่รู้) เจ้าของเสียงนุ่มๆจากเพลง“ทรายกับทะเล” หนุ่มต่อมาก็เป็นหนุ่ม “จอนนี่ แอนโฟเน่” ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นนักแสดงไปซะแล้ว หนุ่มคนสุดท้าย เสียงดี ร้องเพลงเพราะมาก อีกทั้งฝีมือการแต่งเพลงไม่เบาเลย “คุณไก่ สุธีร์ แสงเสรีชน” เจ้าของเพลงหวานๆเพราะๆอย่าง“ขอภาพไว้คั่นตำรา” ซึ่งถือว่า เป็นเพลงฮิต มากของ ขวดโหล2   อีกเพลงที่คุณไก่ร้องไว้ก็เพลง “เกิดเป็นผู้ชาย” ที่ตอนนี้มีคนนำกลับมาร้องใหม่นั่นแหละครับ

วันเวลาผ่านไปสี่หนุ่มก็เดินไปตามทางของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าคุณโอ๋ กับคุณเอ ตอนนี้ทำอะไร อยู่ที่ไหน คุณโอ๋เคยออกเทปอยู่ชุดนึงมั้ง แล้วก็มีละครประปรายจากนั้นก็หายไป อาจจะ ไปเรียนต่อ หรืออะไรซักอย่าง คุณเอ ไม่ทราบเลยครับว่าไปไหน คุณจอนนี่ก็กลายเป็น นักแสดงฝีมือฉกาจ ไปซะแล้ว ส่วนคุณไก่ ก็ยังคงอยู่ในวงการดนตรี ทำเบื้องหลังซะส่วนใหญ่

แต่ถึงยังไง”ขวดโหล” วงดนตรียุคใหม่เมื่อวันวาน แต่วันนี้กลับมาเป็น ตำนาน ทางดนตรี ที่ใครๆก็ยังคิดถึง ยังอยากฟังเสียงเพลงที่พวกเค้าร้องเอาไว้ใช่มั้ยครับ

วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น

วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น   ร่วมรำลึกโดย…แววดาว

ชาตรี วงดนตรีแนวโฟล์คซองชื่อไทยๆ ในอดีต ที่มีการรวมกลุ่มทำงานเพลงกันมานานกว่า 10 ปี โดยเป็นการเริ่มรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน 3 คนคือ นราธิป กาญจนวัฒน์ ตำแหน่ง หัวหน้าวง, ประเทือง อุดมกิจนิภาพ ตำแหน่ง มือเบส และ คฑาวุธ สท้านไตรภพ ตำแหน่ง มือคีย์บอร์ด และ ร้องนำ ตั้งแต่สมัย ที่แต่ละคนยังเป็นเพียงนักศึกษา และต่อมา ก็ชวนเพื่อนเข้ามาอีกคน ชื่อ ทวีชัย แต่ก็อยู่ร่วม วงกันไม่นาน เพราะมีภารกิจส่วนตัว จึงต้องออกจาก วง ชาตรี ไป ต่อมาอีกไม่นานนัก จึงได้ชวนเพื่อน เข้ามารับ ตำแหน่ง มือกลอง เพิ่มขึ้นอีกคน คือ อนุสรณ์ คำเกษม ซึ่งหลังจากที่ วงชาตรี มีโอกาส เข้าร่วม ประกวดโฟล์คซอง ฝีมือก็เข้าตากรรมการอย่างครูไพบูลย์ ศุภวารี ถึงขั้นชักชวนให้ วง ชาตรี อัดเพลง มาออกในรายการ วิทยุของ ครูไพบูลย์เอง ด้วยลีลาการแต่งเพลง และเล่นเพลง ด้วย กีตาร์โปร่ง อันเป็น เอกลักษณ์ของ วงชาตรี เอง ทำให้เสียงเพลงเป็นที่ติดอกติดใจ นักฟังเพลงยุคนั้น ได้อย่างรวดเร็ว

วงชาตรีและในปี พ.ศ. 2518 นั้นเอง ” จากไปลอนดอน ” ผลงานเพลงชุดแรกของ วง ชาตรี ด้วยการ เล่นดนตรีด้วยกีตาร์โปร่งล้วนๆ ก็ออกสู่ตลาด จากการที่เป็นวงดนตรีที่รักความอิสระ เพลงทุก เพลงในชุด จึงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเองตามแนวเพลงที่ตัวเองพอใจ ด้วยคำร้องที่ฟังง่ายๆ สบายๆ ทำนองเพลง ไม่โอนเอน ไปตามกระแสนิยมเพลงสากลในยุคนั้น ก่อเกิดความแปลกใหม่ในวงการเพลง ในยุคสมัยนั้น นอกจากเพลง จากไปลอนดอน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงแล้ว ยังมีเพลงอื่น ในชุดนี้ ที่เป็นที่ถูกใจของนักฟังเพลง เช่น”คืนมาครองรักกัน” ยังจำได้ดีถึงวลีที่ติดหูของเพลงๆ นี้ คอยแต่ … คอยแต่ … เธอหวนคืนมา… เธอหวนคืนมา คืนมาครองรักกัน… และอีกเพลงที่ท่อนสร้อย เป็นที่สะดุด หูนักฟังเพลงก็คือเพลง “จับปลาสองมือ” ที่กล่าวถึงหญิงเจ้าชู้ที่คบชายพร้อมกันทีละ 2 คน … แม่คุณเอ๋ย… จับปลาสองมือ… รักไม่ซื่อ… แน่ใจหรือ… ถือว่าเธอเก่ง… ทางบทเพลงรัก… ไม่คิดพักใจ… ให้ใครสักคน… นอกจาก 3 เพลงนี้แล้ว เพลงอื่นๆ ในชุดนี้ก็ยังมี รักเธอจนหมดหัวใจ, ผิดไปแล้ว, เลือกเกิดไม่ได้ , เธอเท่านั้น, สัมผัสรัก และหญิงคนนี้

หลังจากนั้นไม่นาน เพียงต้นปี พ.ศ. 2519 ชาตรี ก็ได้ออกผลงานชุดที่ 2 ออกสู่ตลาดทันที โดยมี เพลง ที่ฮิตเปรี้ยงปร้างในยุคนั้น ตามสไตล์ ชาตรี เอง คือเพลง” แฟนฉัน” จุดเด่นของเพลงนี้ อยู่ที่การ บรรยายถึงความรักของชายหนุ่มที่มีต่อแฟนสาว โดยมีการกำหนดการแบ่งเวลาของตัวเอง ในการพบแฟน และการเข้าเรียน และอีกเพลงหนึ่งคือฉันไม่เคยรักใครจริง ที่บรรยายถึงความ เจ้าชู้ของชายหนุ่ม ที่ไม่เคยมีรักแท้ต่อหญิงสาวที่คบหากันอยู่ ฉันไม่เคยรักใครจริงจัง หวังเพียงทาง ขอคลายอารมณ์ เมื่อได้สมใจก็บินหนี … สมใจก็บินหนี …

จากปกเทป จะเห็นว่า เป็นเทปที่รวม 2 อัลบั้มอยู่ในตลับเดียว ไม่ใช่หมายความว่า ชาตรี จำหน่าย เพลง 2 ชุดพร้อมกันโดยการออกเป็นเทปตลับเดียวกัน แต่เป็นเพราะว่า การทำเพลงในยุคนั้น ยังไม่มีการ ออกเป็นเทปคาสเซ็ต แต่ราคาของแผ่นเสียงก็ค่อนข้างสูง นักฟังเพลงหาซื้อไม่ได้ทุกคน จึงต้องเริ่มบันทึก เป็นเทปคาสเซ็ตออกจำหน่ายในเวลาต่อมา จึงเป็นการรวมเพลงทั้ง 2 ชุดอยู่ในตลับ เดียวกัน

การทำงานของ วง ชาตรี ยังดำเนินต่อมาอีกนานนับ 10 กว่าปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง นักดนตรีเลย หลังจากที่ชวนเพื่อนชื่อ ประยูร เมธีธรรมนาถ มาร่วมวงอีกคนใน ตำแหน่งคีย์บอร์ด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 กับผลงานเพลงอันคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย มากกว่า 10 ชุด ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามวิถีทางชีวิตของตัวเอง เหลือเพียงตำนานเพลงไว้ให้นัก ฟังเพลงรุ่นหลังได้รำลึกถึงวงดนตรีโฟล์คซองที่มีชื่อเสียงมากในวงการเพลงเมืองไทย

ดิ อิมพอสซิเบิ้ล

คิดถึง…ดิ อิมพอสซิเบิ้ล โดย นายเจ

สวัสดีครับ สัปดาห์นี้ผมขอพูดถึงวงดนตรีดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีที่ผมชื่นชอบและเป็น วงดนตรี ในดวงใจของผมอีกวงนึง เท่าที่ผมทราบมาวงดนตรีวงนี้ประกอบด้วยนักดนตรี ที่เห็นชื่อแล้ว ก็คงต้องยกนิ้วให้ทุกคนเลยครับ ตั้งแต่คุณ เศรษฐา ศิระฉายา, คุณวินัย พันธุรักษ์ ,คุณปราจีน ทรงเผ่า, คุณอนุสรณ์ พัฒนกุล, คุณพิชัย ทองเนียม, คุณสิทธิพร อมรพันธ์, คุณเต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ (เข้ามาร่วมกับวงดิอิมพอสซิเบิ้ล ในอัลบั้มชุดหลังๆ)

       ตอนแรกผมเองก็ไม่รู้จักวงดนตรีวงนี้หรอกครับ แต่ได้ยินผู้ใหญ่เค้าพูดกันว่า วงดนตรีที่ฮิต สมัยก่อนก็ต้องดิอิมพอสซิเบิ้ล ผมก็เลยพยายามไปค้น ไปรื้อเทปเก่าๆ ของคุณพ่อมาฟังครับ ฟังแล้วก็รู้สึกชอบเลยครับ ด้วยดนตรีที่ฟังสบายๆ บวกกับน้ำเสียงไพเราะของคุณเศรษฐา และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในมุมมองของผม สำหรับวงดนตรีวงนี้คือ ภาษา ครับ ผมคิดว่านักแต่งเพลง สมัยก่อน เป็นคนที่ใช้ภาษา ในการเปรียบเทียบได้ดีทีเดียว อย่างเพลง “เป็นไปไม่ได้” ที่ยกเอาการเปรียบเทียบตัวละคร ในวรรณคดี อย่างทศกัณฑ์ที่มีหลายหน้า หลายมือที่จะทำอะไรก็ได้ มาแต่งเป็นเพลงเปรียบเทียบ กับความเป็นจริงที่คนมีแค่หน้าเดียว สองตา สองมือ เท่านั้น

ส่วนอีกเพลงหนึ่งที่เป็นเพลงโปรดของผมคือเพลง “เริงทะเล” ครับ ด้วยดนตรีที่ฟัง แล้วเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล นอกจากบรรยากาศที่รับรู้ได้จากเพลงแล้ว หากฟังแล้วคิด ตามเพลง อย่างเพลงนี้มีการเปรียบให้เห็นมุมมองของทะเลที่มีทั้งเรียบ ใส สวยงาม แต่เมื่อทะเลบ้าขึ้นมา เมื่อไหร่ล่ะก็ที่สวยๆ ก็ไม่สวยในพริบตาเลยครับ ก็เปรียบกับชีวิตคนนั่นแหละครับ มีทั้งด้านดี แล้วก็ด้านไม่ดี

สำหรับดิอิมพอสซิเบิ้ลแล้วยังมีอีกหลายเพลงเลยครับที่เพราะๆ เช่น “ชื่นรัก” “ทะเลไม่เคยหลับ” “โอ้รัก” “ไหนว่าจะจำ” “คอยน้อง” หากใครชื่นชอบ วงดนตรี วงนี้เหมือนผมก็ติดตามเวบนี้ต่อไปนะครับ รับรองครับว่าได้ฟังเพลงเหล่านี้แน่นอนครับ

เมดเล่ย์ ดิอิมพอสซิเบิ้ล

ใจหนุ่มใจสาว
หนาวเนื้อ

เป็นไปไม่ได้

ขาดเธอขาดใจ
คอยน้อง

จันทร์เพ็ญ (2514)
หมื่นไมล์แค่ใจเอื้อม (พ.ศ. 2516)
Hot pepper (พ.ศ. 2518)
ผมไม่วุ่น (พ.ศ. 2520)

กลับมาแล้ว (พ.ศ. 2533)

กลับมาแล้ว
เป็นไปไม่ได้
ชื่นรัก
เริงทะเล
เริงรถไฟ
คำสุดท้าย
ทะเลไม่เคยหลับ
ไหนว่าจะจำ
ลำนำรัก
คอยน้อง
โอ้รัก
เจ้าพระยา

รวมดาว อัลบั้มเพลงคู่ยอดฮิต

รวมดาว…อัลบั้มเพลงคู่ยอดฮิต  

ร่วมรำลึกโดย…angy

รวมดาว อัลบั้มเพลงคู่อัลบั้มแรกที่ออกมาในยุคที่เพลงสตริงของศิลปินวัยรุ่นกำลังเฟื่องฟู และแข่งขันกันอย่างมากมายหลายกลุ่ม หลายวง หลายค่าย ก่อให้เกิดความนิยมใหม่ในหมู่นักฟังเพลงในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ เป็นเพราะเพลงที่ถูกจัดไว้ในอัลบั้มชุดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงยอดนิยมในอดีตของวง สุนทราภรณ์ ซึ่งมีความ เป็นอมตะและ ยังอยู่ในความทรงจำของนักฟังเพลงทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่

ปี พ.ศ. 2527 เป็นช่วงเวลาที่ค่ายเพลงหลายค่ายต่างแข่งกันปั้นนักร้องวัยรุ่น หลายกลุ่ม หลายวงมาออก อัลบั้มเพลง เพื่อหวังเอาใจตลาด เนื่องจากวัยรุ่นในช่วงเวลานั้น ต่างคลั่งไคล้ในตัวนักร้องวัยรุ่นเป็นอย่างมาก อัลบั้มชุด รวมดาว นี้ จึงประกอบไปด้วยนักร้องวัยรุ่นซึ่งกำลังเป็นที่นิยมจากหลายวงในค่ายเดียวกัน มาร่วมขับขาน เพลงคู่ชุดนี้ อันได้แก่

รณชัย ถมยาปริวัฒน์ หรือ อ๊อด
ไพศาล อัญญธนา หรือ ศาล
อาทิตย์ นามบุญศรี หรือ โอ๋ จากวง คีรีบูน
ประวิตร เปรื่องอักษร หรือ แซม จากวงซิกซ์เซ้นซ์
สุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู จากวงฟรุ้ตตี้
โอภาส ทศพร หรือ อ๊อด จากวงบรั่นดี
พีระพงษ์ พลชนะ หรือ ต้อม และ
เรวัติ สระแก้ว หรือ ป๋อง จากวง อินทนิล
ชาญชัย บุญรัตนไพลิน หรือ ตั้ม จาก วงแอทลาส
มานิตย์ พาชิยานุกูล หรือ นิด จาก วงเชอรี่พิ้งค์
ธนา ศิริจันทร์สว่าง จาก วงอ๊อพติค

ส่วนนักร้อง วัยรุ่นหญิงที่จะมาขับร้องเพลงคู่กับน้องร้องวัยรุ่นชายเหล่านี้ ก็มีการยืมตัว 3 สาววงปุยฝ้ายจากค่ายอื่นมา เนื่องจากขณะนั้นในค่ายนี้ยังไม่มีนักร้องหญิงเลย ซึ่งก็ได้แก่

อัจฉรพรรณี หาญณรงค์ หรือ โอ
จุฑามาศ อิสสรานุกฤต หรือ บุ๋ม และ
อาริตา ปัจฉิมาภิรมย์ หรือ แป๊ก

และ นักร้องสาวอีกคนที่ร่วมร้องเพลงคู่ด้วย คือ
ทวินันท์ คงคราญ หรือ โอ๋

แทรกเพลงร้องโดยผู้ประพันธ์ต้นฉบับ
1อ้อยใจรณชัย/อัจฉรพรรณีธาตรี, เอื้อ สุนทรสนาน
2มนต์รักดอกคำใต้ประวิตร/อัจฉรพรรณีชาลี, สมาน
3นกเขาคูรักสุทธิพงษ์/จุฑามาศสุนทรียา, สมาน
4รักมานิตย์/อัจฉรพรรณีเกษม, สมาน
5ทุยจ๋าทุยชาญชัย/อัจฉรพรรณีเกษม, สมาน
6จูบเย้ยจันทร์พีระพงษ์/ทวินันท์เกษม, สมาน
7จุดไต้ตำตอไพศาล/อาทิตย์/อาริดาเลิศ, สมศักดิ์, ธนิต
8หนีไม่พ้นไพศาล/อาทิตย์/อาริดาสมศักดิ์, เอื้อ
9ดำเนินทรายรณชัย/อัจฉรพรรณีแก้ว, เอื้อ
10สักขีแม่ปิงประวิตร/ทวินันท์ชาลี, เชาว์ แคล่วคล่อง
11เธออยู่ไหนมานิตย์/จุฑามาศชาลี, สมาน
12ใจชาย ใจหญิงเรวัติ/อาริดาพรพิรุณ, เอื้อ
13บทเรียนก่อนวิวาห์ธนา/ทวินันท์เกษม, สมาน
14รักคุณเข้าแล้วโอภาส/ทวินันท์สุนทรียา, สมาน

ส่วนเพลงคู่ที่ถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่ในครั้งนั้น ล้วนแต่เป็นเพลงที่มีความไพเราะ และมีความน่ารักในเนื้อหา ของเพลง ซึ่งจะเน้นการใช้วาจาพลอดรัก ฝากรัก กระเง้ากระงอดแง่งอน เกี้ยวพาราสี ระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว เนื้อหาที่น่ารักของเพลงเหล่านี้ ยังมาจากการเปรียบเทียบสำนวน หรือลีลาการพลอดรักกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า, แม่น้ำลำธาร หรือแม้แต่สัตว์น่ารักๆ ก็ยังถูกยกมาเปรียบเทียบเหมือนกัน เพลงที่ได้คัด สรรมาอย่างดีแล้วนั้น ได้แก่ อ้อยใจ, มนต์รักดอกคำใต้, นกเขาคูรัก, รัก, ทุยจ๋าทุย, จูบเย้ยจันทร์, จุดใต้ตำตอ, หนีไม่พ้น, ดำเนินทราย, สักขีแม่ปิง, เธออยู่ไหน, ใจชาย ใจหญิง, บทเรียนก่อน วิวาห์ และ รักคุณเข้าแล้ว

ไม่เพียงแต่การนำเพลงคู่กลับมาร้องใหม่โดยนักร้องวัยรุ่นเท่านั้น ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิด กับวงการ เพลงเมืองไทย การบรรเลงโดยเครื่องดนตรีมากถึง 30 กว่าชิ้นของคุณณรงค์ & HIS ORCHESTRA ก็ยัง สร้างจุดเด่นให้กับอัลบั้มชุดรวมดาวนี้ ภายใตัการควบคุมการบรรเลงโดย คุณณรงค์ อับดุลราฮิม ซึ่งอดีต เป็น 1 ใน สมาชิกวงพิ้งค์แพนเตอร์นั่นเอง

จำได้ว่า ตอนที่มิวสิควิดีโอชุดรวมดาวนี้ออกอากาศทางทีวี เราจะได้เห็นลีลาการเล่นมิวสิควิดีโอของนักร้อง เหล่านี้แบบเคอะๆ เขินๆ เพราะว่า ในยุคสมัยนั้น ไม่มีใครทำเพลงคู่มาให้ได้ฟังกัน พอถึงเวลาที่ต้องร้องเพลง และ เล่นมิวสิควิดีโอด้วยกัน เราก็เลยได้เห็นภาพที่แสดงถึงการเคอะเขินของนักร้องเหล่านี้แบบธรรมชาติ ไม่มีการเสแสร้ง ดูๆ แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ

 

รวมดาว 2

ความนิยมต่อ รวมดาว ยังมีอยู่อย่างไม่สร่างซา จนกระทั่งถึงอัลบั้ม รวมดาว 2 ศิลปินโดยส่วนใหญ่ ยังคง เป็นชุดเดียวกับรวมดาว มีลด และเพิ่มเพียงคนสองคนเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อความเหมาะสมในลีลาการร้องของ แต่ละคน กับเพลงที่คัดไว้ในอัลบั้ม ศิลปินที่เพิ่มเข้ามาก็ได้แก่ สมพร ปรีดามาโนช หรือ ปิง จากวงฟรุตตี้ และ เพ็ญโพยม เรืองโรจน์ หรือ อิ๋ว นักร้องสาวจากวงดีซีแบนด์ ส่วนเพลงคู่ที่ได้คัดสรรมารวม ไว้ในอัลบั้ม ชุดนี้ ได้แก่

ใต้ร่มมลุลี  – รณชัย ถมยาปริวัฒน์/อัจฉรพรรณี หาญณรงค์
ปองใจรักรณชัย ถมยาปริวัฒน์/อัจฉรพรรณี หาญณรงค์
สาวบ้านแต้
ไพศาล อัญญธนา/ อาริตา ปัจฉิมาภิรมย์
พุ่มพวงดวงใจ เรวัติ สระแก้ว/ เพ็ญโพยม เรืองโรจน์
พรพรหม – ธนา ศิริจันทร์สว่าง
/ จุฑามาศ อิสสรานุกฤต
พายเรือพลอดรัก สมพร ปรีดามาโนช /อาริตา ปัจฉิมาภิรมย์
วอนรัก มานิตย์ พาชิยานุกูล/อัจฉรพรรณี หาญณรงค์
วิมานรักห้วยแก้ว – ประวิตร เปรื่องอักษร /เพ็ญโพยม เรืองโรจน์
กระท่อมรจนา
สุชาติ จันทร์ต้น / จุฑามาศ อิสสรานุกฤต
สัญญาที่ป่าเหนือ
ประวิทย์ เปรื่องอักษร / ทวินันท์ คงคราญ
รักใต้ร่มไทร มานิตย์ พาชิยานุกูล
/เพ็ญโพยม เรืองโรจน์
เชื่อรัก โอภาส ทศพร / ทวินันท์ คงคราญ
สัญญารัก สุทธิพงษ์ วัฒนจัง /จุฑามาศ อิสสรานุกฤต
หากรักเป็นเช่นศาสนา ชาญชัย บุญรัตนไพลิน / ทวินันท์ คงคราญ
ทุยฝันร้าย ชาญชัย บุญรัตนไพลิน
/อัจฉรพรรณี หาญณรงค์
มนต์รักอสูร – รณชัย ถมยาปริวัฒน์
/อัจฉรพรรณี หาญณรงค์

แนวเพลงก็ยังเป็นแนวพลอดรัก พ่อแง่แม่งอน เย้าแหย่กันตามประสาคู่รัก

%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7


ขณะเดียวกันนี้ ในช่วงเวลาที่เพลงเก่าในอดีตกำลังเริ่มเข้าหูวัยรุ่นในยุคนั้น อัลบั้มชุดพบดาว จึงถูกผลิต ตามกันออกมาทันที คราวนี้ไม่ใช่เพลงคู่แล้ว แต่เป็นการนำดาว หรือศิลปินที่กำลังได้รับความนิยม 4 คนคือ อ๊อด คีรีบูน, ชมพู ฟรุตตี้, แซม ซิกซ์เซ้นซ์ และนิด เชอรี่พิ้งค์ มาร่วมกันขับขานเพลงไพเราะ ซึ้งๆ ในอดีต เช่น ที่รัก, สุดเอื้อม, คอย, กินรีเล่นน้ำ, คำคม, คนรักหาย, จำพราก, สวนสน, รักทรมาน, ไม่เคย รักใครเท่าคุณ, ฉันอยู่ไหน, ลืมไม่ลง โดยแต่ละเพลงแยกร้องเดี่ยวตามความเหมาะสม และเน้นการ ประสาน เสียงในเพลง เพื่อเพิ่มความไพเราะ อันเป็นจุดเด่นของอัลบั้มชุดนี้ นอกจากนี้ ยังมีเพลงร้องประสานหมู่อีก 2 เพลง คือ ชาวดง และ ทัศนาจร

%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a72

จากพบดาวชุดนี้ ยังมีพบดาว 2 ตามมาอีกด้วยบทเพลงในอดีตที่ไพเราะ ซึ้งๆ สนุกสนาน ไม่ด้อยไปกว่า ชุดแรกอีก 12 เพลง ได้แก่
ทาษเทวี
บางหลวง
แม่กลอง
จับกระแต
นกขมิ้น
รักลอยลม
แม่ยอดรัก
เพ้อ
เด็ดดอกรัก
ลานเท
น้ำตาคลอ
ถ้าคุณบอกผม
ง้อเพราะรัก

โดยในชุดนี้ ศิลปินชายที่มาช่วยกันขับขานในแต่ละเพลงนั้นมีถึง 11 คนด้วยกัน ซึ่งมาจากรวมดาวชุดแรก 9 คน เพิ่มอีก 2 คนคือ ปิง ฟรุตตี้ และ สุชาติ จันทร์ต้น

นพเก้า
นพเก้า

กระแสเพลงคู่ยังไม่หมดแค่รวมดาว 2 เท่านั้น คราวนี้ไม่ได้นำเพลงเก่ามาขับร้องใหม่เหมือนรวมดาว และพบดาว แต่กลับเลือกเอาเพลงเด่นของศิลปินหลายวงมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลงร้องคู่โดยศิลปินหนุ่มสาว จากชุดรวมดาว 11 คน นี่เองที่ทำให้เกิดความไพเราะบนความแปลกใหม่ จากที่เคยฟังแบบร้องเดี่ยวในเพลง เดียวกัน ซึ่งเพลงที่ถูกคัดเลือกมานั้นก็มี

อายุไม่สำคัญ และ รักนี้เหมือนฝัน ของวงคีรีบูน
รอเธอ และ ดั่งนกเจ็บ ของวงบรั่นดี
สำเนียงรัก และ ฝืนดวงใจ ของวงอ๊อพติค
คนข้างเคียง ของวงฟรุตตี้
เพ้อรัก ของวงซิกซ์เซ้นซ์

และยังมีเพลง พ่ายรัก และ ความรัก รวมเป็น 10 เพลงด้วยกัน เมื่อเป็นการรวม เพลงเด่นๆ ของศิลปินเหล่านี้ อัลบั้มชุดนี้ จึงมีชื่อว่า นพเก้า ซึ่งหมายถึง เครื่องประดับอันมีค่า เปรียบได้กับเพลง ที่คัดมานี้ เป็นเพลงที่มีค่าของศิลปินเหล่านี้นั่นเอง

นพเก้า 2
นพเก้า 2


พอมาถึงนพเก้า 2 เนื้อเพลง และ ดนตรีใหม่ ได้ถูกบรรจงแต่งขึ้นสำหรับอัลบั้มชุดนี้โดยเฉพาะ โดยมีถึง 12 เพลง ขับร้องโดยศิลปินหนุ่มสาว 13 คน และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยเนื้อหา และดนตรีที่ฟังกันได้ง่ายๆ สบายๆ ซึ้งๆ หวานๆ ทำให้เพลงในชุดนี้เป็นที่ชื่นชอบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพลง

ลมรักลวง
รักยังคอย
ไม่มีทาง
สายธารรัก
พลังรัก
โอ้ความรัก
เงารัก
รอยนิรันดร์
คอยรัก
เข้าใจผิด
รอวันพบเธอ
คิดถึงกัน

แต่ที่ทำให้นพเก้า 2 มีความพิเศษกว่าเพลงคู่ชุดอื่นๆ ก็คือ ได้เชิญนักร้องฝรั่งชื่อ Brian Bate มาร่วมร้องเพลงด้วย โดย Brian ร้องเพลง สายธารรัก คู่กับ โอ อัจฉรพรรณี และ เพลง เงารัก คู่กับ อิ๋ว เพ็ญโพยม Brian Bate จะเป็นใครนั้น ตอนนี้ ยังไม่สามารถหารายละเอียดมาได้ ทราบแต่ชื่อ และจำได้ถึง หน้าตา และลีลาการร้องเพลง แม้จะออกสำเนียงไทยไม่ชัดถึง 100% แต่ก็เรียกว่าชัดในระดับนึง เวลาร้องบน เวทีคอนเสิร์ต เลยดูน่ารักไปอีกแบบ และก็สามารถทำให้ผู้ชมคอนเสิร์ตชื่นชอบตามไปด้วย

มรดกไทย
มรดกไทย

ปิดท้ายกันด้วยการนำเพลงเก่า ซึ่งเป็นแนวเพลงรำวงมาขับร้องใหม่แบบโต้กันเพลงต่อเพลงระหว่างชายหญิง รวม 10 เพลง เช่น

ดอกฟ้าที่รัก
ดอกดินที่รัก
เดือนดารา
เดือนปราณี
ใกล้เข้ามาอีกนิด
ชิดเข้ามาอีกหน่อย
ตามองตา
ตาเจ้าชู้
เพลงผู้ใหญ่ลี ( ร้องเพลงเดียวกันทั้งชาย และหญิง )

ในชุดนี้ ร่วมร้องกันโดยศิลปินหนุ่มสาว 9 คน ภายใต้ชื่อชุดว่า มรดกไทย

การนำเพลงเก่ามาเรียบเรียงเสียงประสาน และร้องใหม่ของศิลปินนักร้องกลุ่มนี้ ได้พยายามยึดเอาทำนองเดิม ไว้ผสมผสานกับแนวดนตรีสมัยใหม่เข้าไปด้วย ก็เพื่อให้เพลงนั้นๆ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักฟังเพลงวัยรุ่นในยุคนั้น ในขณะเดียวกัน ก็ให้เป็นที่ยอมรับของนักฟังเพลงรุ่นเก่าด้วย บางครั้ง บางเพลง อาจไม่ดีเท่านักร้องเดิมที่เคย ร้องไว้ หรืออาจไม่ถูกอกถูกใจนักฟังเพลงรุ่นเก่านัก แต่อย่างน้อย ความตั้งใจในการร้องเพลงเก่าเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่ง ที่ยากสำหรับนักร้องรุ่นใหม่ ก็ทำให้เราปฎิเสธไม่ได้ในความไพเราะ ได้รับรู้ และเข้าใจถึงเจตนารมย์ ในการ ต้องการอนุรักษ์เพลงเดิมๆ ไว้ให้คงอยู่ในจิตใจของนักฟังเพลงไปตราบนานเท่านาน

โลกคือละคร

สวัสดีครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สมาชิกบ้านเพลงเก่ายังอยู่ครบกันหรือเปล่า ผมไม่ได้มีเวลา มาเขียนไดโน่สเตชั่น เกือบสามเดือนแน่ะ เพราะเหตุผลหลายประการ แต่เหตุผลหลักก็คือ มีมือไม่มากพอครับ อยากทำโน่นทำนี่เยอะไปหมด แต่ไม่มีมือมากพอนั่นเองครับ

                    สถานีเพลงเก่า กลับมาปัดฝุ่นคราวนี้ก็เพราะผมได้ไอเดียจากการเข้าไปตอบกระทู้ ในกระดาน เพลงเก่านั่นเองครับ โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งดูเหมือนจะมีคน request เพลงละครเก่าๆเยอะเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ผมก็อัพเพลงประกอบละคร ไปเยอะพอสมควร อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ผมก็ยังมีเพลงประกอบละคร ประกอบภาพยนตร์ที่สะสมไว้อีกพอสมควร วันนี้เลยขออนุญาตขุดกรุเพลงเหล่านี้ออกมาให้ฟังกัน อาจจะ ไม่ได้มากมายนัก แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจำเพลงเหล่านี้ได้ดี และคงได้ย้อนรำลึกถึงอดีตว่าตอนที่ละคร เรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรกันอยู่

                    จะว่าไปแล้ว เพลงประกอบละคร หรือภาพยนตร์ โดยส่วนใหญ่ ผู้แต่งเนื้อร้อง คงจะต้อง ทราบถึงเนื้อหา หรือ เรื่องราวของละครนั้นๆก่อน ถึงจะสามารถรวบรวมความคิด ผูกเรื่องราวต่าง ๆ ให้มาอยู่ในเพลงซึ่งมีความยาวประมาณ สามนาทีกว่าๆให้ได้ ละครหรือภาพยนตร์โดยส่วนใหญ่ จะมีเพลง ประกอบมากกว่า 1 เพลง ทั้งนี้ทั้งนั้น คงขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ หรืออารมณ์ ของเนื้อเรื่อง ตอนพระเอก นางเอก พบกัน หรือ ตอนอกหัก เพราะเพลงเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสการดูหนัง ดูละคร ได้อย่างดีทีเดียว เลยครับ

                  หากย้อนวันเวลากันกลับไป เพลงประกอบละคร ในสมัยก่อน เราอาจจะไม่ค่อยเห็นนักร้องเพลง สตริง หรือเพลงไทยสากล ไปเล่นละคร หรือร้องเพลงประกอบละครเท่าไหร่ นัก แต่มาช่วงหลังๆนี่เอง ที่นักร้อง มักจะไปเล่นละคร หรือเล่นละครจนดังแล้วก็ไปออกเทป ซึ่งเพลงประกอบละครนี่แหละครับ เป็น เพลงที่ค่อนข้างคุ้นหูเรามากที่สุด เพราะทีวีมีอยู่ที่บ้านนี่ครับ เปิดมาทีไร ก็จะต้องได้ยินเพลงประกอบละคร เหล่านี้ไปซะทุกครั้ง เพลงบางเพลงฟังครั้งแรกก็สะดุดหู เนื่องจากความไพเราะของเนื้อร้อง ของบทเพลง ตลอดจนเสียงของนักร้อง ที่ถูกเลือกมาร้องเพลงประกอบ นอกจากนั้น พอเราได้ดูละครเรื่องนั้นๆ แหม มันก็อินไปกับเพลงเข้าไปอีก หลายๆคนเคยบอกกับผมว่า ชอบฟังเพลงละครมาก เพราะว่าฟังทีไรก็เหมือน กับละครเรื่องนั้น ถูก replay ในหัวสมองขึ้นอีกครั้ง ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า เพลงประกอบละคร เนื้อหา เนื้อร้อง ก็มาจากเนื้อเรื่องนั่นเอง ฉะนั้นก็เป็นเรื่องปกติครับ ที่หลังจากได้ฟังเพลงพวกนี้แล้ว เหมือนกับว่า ละครเรื่องนั้นๆ มันเด่นชัดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง

               ผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ดูละครแล้วย้อนดูตัว” บางคนก็อาจจะได้ย้อนดู แต่บางคนก็อาจจะไม่ได้ย้อนซักเท่าไหร่ ในส่วนตัวของผม ละครต่างๆที่เค้าเล่นให้เราดู เรื่องบางเรื่อง ก็ดีซะจนเราประทับใจ แต่บางเรื่องเราก็ว่า แหม มันช่าง เน่า จนยุงบินกันว่อน หรือที่ฝรั่งเค้า มักเรียกละคร พวกนี้ว่า soap opera นั่นแหละครับ ในความคิดผม ผมว่าก็คงขึ้นอยู่กับตัวของผู้ดูแหละครับ ว่าเรา คาดหวังอะไรจากการดูละคร หากเราคาดหวังว่า จะได้อะไรที่เป็นประโยชน์เป็นข้อคิดในชีวิต ก็คงต้อง เลือกละคร ที่ค่อนข้างซีเรียส มีเนื้อหาไปในทางแบบนั้น แต่หากเราตั้งความหวังไว้แค่ว่า การดูละคร เป็นการดูเพื่อความบันเทิง ดูเพื่อผ่อนคลายตัวของเราเอง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ผมว่า เรื่องอะไรก็ดูได้นะ แม้ว่าจะมียุงบินออกมาเป็นฝูงจากจอทีวีก็เถอะ

               ตัวละครหลายๆตัวละคร ที่โลดแล่นอย่บนจอทีวี บางคนอาจดูไปก็มีคำถามไปว่า คนแบบนี้มีด้วย หรือในชีวิตจริงๆ ประเภทที่ว่า ตัวร้าย ก็ร้ายไม่รู้จักเข็ดซะที ไม่ยอมกลับตัว แม้ว่า นางเอกผู้แสนดีจะ ให้อภัยเป็นครั้งที่ล้าน หรือพระเอกก็ช่างเป็นคนดี อะไรเช่นนี้ ไม่ว่า น้ำตาจะตกในแค่ไหน ไม่ว่าฟ้าจะถล่ม ดินจะทลาย ก็จะตามรักนางเอกไปเรื่อยๆ (เห็นแล้วเหนื่อยแทน) ดูแล้วในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่น่า จะเป็นไปได้ใช่มั้ยครับ แต่จริงๆแล้วมันมีครับ ยิ่งปัจจุบัน ผมว่ายุคของสังคม ยุคของโลกมันเปลี่ยนไป เพียงแต่ว่า เราจะเจอคนแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

              คนบางคนเค้าอาจจะเป็นคนดีแบบดีมากๆ แต่เราก็จะเริ่มระแวงแล้ว ว่าคนนี้เค้าจะดีกับเรามาก ขนาดนี้เชียวหรอ แล้วเค้าจะมาไม้ไหนกับเราล่ะเนี่ย หรือทำอะไรหวังผลตอบแทนหรือเปล่า สิ่งเหล่า นี้ทั้งหมดทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจกับคนๆนั้นขึ้นมาแล้วแหละครับ ซึ่งความไม่แน่ใจ หรือความ ระแวงของตัวเรา อาจจะไปกระทบใจกับคนที่เค้าทำดีกับเรามากๆ โดยที่เราไม่รู้สึกตัวก็ได้นะครับ ซึ่ง ประเด็นนี้คงต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ เพราะอาจจะทำให้เราเสียคนดีๆ เสียเพื่อนดีๆ ไปโดยที่เรา ไม่รู้ตัวเลยก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็คงต้องใช้วิจารณญาณ ในการคิด พิจารณา เป็นกรณีๆไป

  ในสังคมยุคปัจจุบัน หากเราจะมองว่า คนทุกคนเป็นคนดีทั้งหมด มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะภัย ต่างๆที่มี ก็มาจากคนรอบข้างนี่แหละครับ เป็นสำคัญ ผมว่าการจะคบกับใครสักคน ก็คงต้องดูนิสัย ใจคอกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทุ่มให้กับเค้าเต็ม 100% แล้วก็ไม่ได้ไปติดลบกับเค้า เผื่อใจกันไว้ซักนิดครับสัก 50-50 ถ้าคบไปเรื่อยๆ แล้ว เห็นว่าเค้าดี เค้าโอเค เปอร์เซนต์ของการเผื่อ ค่อยลดลงมา หากวันไหน ที่ความคิดไม่ตรงกัน มีบางประเด็นมันไปกันไม่ได้ ถ้าจะเจ็บ เราจะได้เจ็บน้อยหน่อยไงล่ะครับ

             อย่างไรก็ตามครับ โดยส่วนตัวผมก็อยากให้สังคมของเรามีพระเอก นางเอก ที่แสนดีอยู่เยอะๆ ในมุมของการปฏิบัติตัวกับสังคมนะครับ ในเรื่องส่วนตัวจริงๆ ผมคงไม่สามารถไปบอกอะไรได้มากกว่านี้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ภูมิหลัง ครอบครัว สิ่งรอบข้าง ของแต่ละคน แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า หาก เราจะทำแล้ว เราทุกคนทำได้ครับ โดยเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆก่อน ไม่ว่าจะเป็นการหยิบยื่นน้ำใจ เล็กๆ น้อยๆ ให้แก่กัน เช่น คุณผู้ชาย ก็อาจจะลุกให้ สุภาพสตรี เด็ก และคนชรานั่ง มิใช่คอยแต่นั่งหลับ โดยเฉพาะจะ หลับเร็วมาก เมื่อมีเพศที่อ่อนแอกว่า มายืนใกล้ๆ หรือคุณผู้หญิง เองก็อาจจะช่วยถือของเล็กๆน้อยๆ คนที่ถูกหยิบยื่นน้ำใจให้ เค้าก็จะไปหยิบยื่นน้ำใจให้คนอื่นต่อๆกันไป ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำ คนละ เล็กละน้อย เพียงแค่นี้ ก็ทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะแล้ว จริงมั้ยครับ

เพลงเฝ้ารอ – OST. ท่านขุนน้อยแห่งสยาม

เพลงทำไม – OST. กระโปรงบานขาสั้น 1     

เพลงกนกลายโบตั๋น – OST. กนกลายโบตั๋น

  

เพลงพี่เลี้ยง- OST. พี่เลี้ยง

  

เพลงลอดลายมังกร – OST. ลอดลายมังกร

   

เพลงริษยา – OST. ริษยา

  

เพลง เพราะมีเธอในโลกใบนี้ – OST. รักเดียวของเจนจิรา

  

เพลงบัวแล้งน้ำ – OST. บัวแล้งน้ำ

  

เพลงไม่มีอะไรสาย – OST. ม.6/2 ห้องครูวารี

 

 

เพลงอยากถาม – OST. ปุกปุย

  

 

เพลงบาปบริสุทธิ์ – OST. บาปบริสุทธิ์

  

เพลงหางเครื่อง – OST. หางเครื่อง

สถานีเพลงเก่า

blackboard

สวัสดีครับ…เป็นยังไงบ้างครับ theme เปิดตัวสถานีเพลงเก๊า..เก่า(เฉพาะกิจ) ของบ้านผม คงทำให้คุณรู้สึกคึกคักกัน ขึ้นมามั่งนะครับ ตอนนี้ผมขอรับหน้าที่เป็นดีเจจำเป็นซักนิดนะครับ ไหนๆก็ไหนๆ ตามrequested ในกระดานเพลงเก่าว่าอยาก ให้ผมเป็นดีเจ ผมก็คนใจง่ายครับ ขอมาก็เป็นซะเลย แต่เพลงของสถานีนี้คงเป็น เพลงเก่าเกิน10 ปีไปแล้วนะครับ ถ้าใครอยากจะ แนะนำเพลง ให้เอามาเปิดที่นี่ล่ะก็ ไปขอไว้ในกระทู้ที่00194ได้เลยครับ

สำหรับผมตอนนี้ก็ดีใจครับ ที่บ้านเพลงเก่าเริ่มจะหัวบันไดบ้านไม่แห้ง มีแขกแวะเวียนกันมาเยอะเลยครับ นี่ก็กะว่าจะเอา บ้านเพลงเก่าไปเข้าตลาดหุ้น และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บ้านเพลงเก่าเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด(มหาชน) แล้วก็ต้องตามสูตรว่าจะ ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาขายซะหน่อย เอ๊ะ คุ้นๆ มะอาววว มะพูดดด เดี๋ยวเค้ามาเก็บค่าลิขสิทธ์เพลง555

อ่ะ มาฟังเพลงแรกกันดีกว่า เพลงนี้ requested โดยคุณรุ่ง ที่อยากจะให้ผมเป็นดีเจ คุณรุ่งขอเพลง ดีเจเสียงใส เข้ามา หลังจากฟัง ก้านคอคลับ ผมก็บังเอิญมีเพลงนี้อยู่ ก็เลยเอามาอัพให้ฟังกัน ก็หวังว่าคงจะชอบใจนะครับ แล้วลองเปรียบเทียบกันดูนะครับว่าต้นฉบับของคุณนันทิดา กับ ของโจอี้บอย เวอร์ชั่นไหนจะโดนมากกว่ากัน ถึงผมจะไม่ได้เสียงหล่อเหมือนในเพลง ทั้งที่พยายามจะเก๊ก(ซึ่งอาจจะมีคนหมั่นไส้อยู่บ้างเลยแกล้งขอเพลง ยากๆ) แต่ผมก็ตั้งใจจัดรายการจริงๆนะ ไม่ขี้ฮกเบะๆ หรอก ดูสิเนี่ย พกความตั้งใจมาเกินร้อยเลย(แต่บังเอิญมันกระฉอก เลยเหลือแค่ยี่สิบ 555) ฟังเพลงดี กว่าครับ

เพลงดีเจเสียงใส

เพลงต่อไปคุณแอมขอเพลง จงรัก ที่คุณมาช่าร้องประกอบภาพยนต์บอกว่าขอเพลงนี้เพราะตอนนั้นแอบชอบรุ่นพี่อยู่ อ๊ะ แล้วตอนนี้ล่ะจ้ะ เป็นแฟนกันไปเรียบร้อยหรือยัง เวลาก็นานมาแล้วนะ ถ้ายังไม่สำเร็จละก็เพื่อนล้อแย่เลย!! พูดถึงเพลงนี้นะ ผมก็ลืมไปละว่าใครเป็นคนแต่ง คาดว่าเป็นเพลง นานมาแล้ว แต่ภาษาที่ใช้ผมชอบจัง รวมทั้งชื่อเพลงที่ใช้ชื่อว่า จงรัก ซึ่งมันก็มีความหมายอยู่แล้วในตัวว่าจะรักใครก็จงรักไปเถิด แม้ว่าเค้า ว่าเราจะเป็นยังไง มาก่อนก็ตาม รักไม่ต้องยิ่งใหญ่ รักแค่เท่าหัวใจ รักไม่ต้องนาน แต่รักเท่าตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ ใครที่มีความรักเช่นนี้ผมว่าโชคดีมากเลยนะครับ แต่ถ้าจะให้ดี ยิ่งขึ้น ก็ควรจะรักษาความรักนั้นไว้นานๆ วันนี้รักเค้าให้เหมือนวันวาน วันพรุ่งนี้ รักเค้าให้เหมือนวันนี้ เท่านี้ความรักก็คงจะยั่งยืนตลอดไป และแล้วเพลงนี้ก็ โดนใจผมไปอีกเพลง ก็เอาไปฟังกันเลยครับ

เพลงจงรัก

คนที่สาม น้อง NUTT ขอเพลง”ด้วยรัก”ของดิอินโนเซ้นท์ เข้ามาเพราะแอบชอบรุ่นพี่ เพลงนี้ไม่มีนะครับ เพราะเพลงนี้ชื่อเพลง “ฝากรัก” ครับ ไม่ใช่ด้วยรัก เป็นเพลงเพราะมากอีกเพลงหนึ่ง ของดิ อินโนเซ้นท์ ในอัลบั้มครั้งนี้ของพี่กับน้อง ขับร้องโดยคุณ อุ้ย วรสิทธิ์ ชีพสาทิศ และผมก็ชอบมากด้วย แต่ว่าผมเคยอัพไปแล้วครับ ยังไงน้อง NUTT เข้าไปฟังในมุมฟังออนไลน์แก้ขัดไปก่อนนะครับ

คนที่สี่ คนนี้คุณ angy ขาประจำบ้านผม ขอเพลงสวัสดีคุณครู ของวงชาตรี เนื่องในโอกาสวันครู ขอมาแบบนี้ในวันพิเศษๆอย่างนี้ มีหรือ จะไม่ให้ พูดถึงคุณครูผมก็ชักคิดถึงขึ้นมาละ ตอนเด็กๆทำบาปไว้เยอะกับคุณครู พอโตมากรรมตามสนอง เริ่มสำนึกถึงสิ่งที่เคยทำไม่ดี เคยเกเรไว้ แต่ยัง ไงก็ตามถึงผมจะไม่ได้เป็นคนดี100% แต่ผมก็เป็นคนดี 51% นะครับ แบบว่าเกินครึ่งมา 1% ถือว่าสอบผ่านการเป็นคนดีครับ(ไปได้น้ำขุ่นๆ) ถึงแม้เวลา แห่ง การศึกษาเล่าเรียนของผมจะผ่านมานานแล้ว ผมก็ยังคิดถึงคุณครูอยู่นะครับ แล้วก็กล้าพูดได้เต็มปากด้วยว่าผมรักคุณครูครับ ที่ผมเป็นคนเกินครึ่งมาตั้ง1% ได้ก็เพราะคุณครู(คุณครูครับ…คุณครูครับ คุณครูภูมิใจในตัวผมมั้ยครับ??) เอาเป็นว่าน้องพลับ เอ๊ยไม่ใช่ น้องเจขอมอบเพลงนี้ให้คุณครูละกันครับ

เพลงสวัสดีคุณครู

คนที่ห้า คุณฟ้าสีเทา ขอเพลงหาดชีวิต ของซิกเซ้นท์ แถมบอกอีกว่าเพลงนี้ก่อนปีพ.ศ 2535 แน่นอน ครับรับทราบว่าก่อนปี 2535 ไปเกือบ 10 ปี ฮึ่ม!! 🙁 มิรู้ว่าแกล้งดีเจจำเป็นหรือเปล่า เพราะทำให้ผมต้องวิ่งไปเล็งปกเทปว่าอยู่ชุดไหนล่ะเนี่ย และก็ได้คำตอบว่าเพลงนี้อยู่ในชุดเพ้อรัก ของวงซิกซ์เซ้นท์ จริงๆด้วย แต่ทำไงดี ผมไม่มีเป็น mp3 เอาเป็นว่า รอฟ้าเป็นสีฟ้าก่อนนะครับ แล้วคงจะได้ฟังเพลงหาดชีวิตกัน (รู้ลึก รู้จริงแบบนี้ น่าจะจับเขียนรำลึกความหลังวงซิกซ์เซ้นท์ ซะจริงๆ สนใจติดต่อผมได้นะครับ คุณฟ้าสีเทา 🙂

คนสุดท้าย สำหรับรายการวันนี้ (เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ยเป็นดีเจ เวอร์ชั่นพิมพ์) คุณ Haagen Dazs แฟนประจำเวบที่ชื่อเหมือนไอติม ขอเพลงมือขวาสามัคคี และเพลงโลกสวยด้วยมือเรา เพราะว่าไปค้นเทปเก่าๆมา แต่เสียงกรี๊ดกลบเสียงนักร้อง ทำให้แยกนักร้องไม่ออก เอ๊ะ ผมจะช่วย ยังไงล่ะเนี่ย ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับทั้งสองเพลง แต่ว่าในฐานะที่คุณ Haagen Dazs เป็นแฟนประจำเวบ และในอนาคตอันใกล้จะมาเป็นนักเขียนรับเชิญ ให้เวบผม ผมก็เลยมีเพลงนึงที่เอามาฝากกัน เป็นเพลงฟังสบายๆ พูดเกี่ยวกับบ้าน หรืออีกนัยหนึ่งคือโลกที่เราอาศัยอยู่ เวลาฟังเพลงนี้ต้องพยายามหลับตา ให้ตัวเองหลุดออกมาจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่แล้วจะได้อินกับบรรยากาศและได้อรรถรสของการฟัง เพลงที่ผมพูดถึงก็คือเพลง บ้านแสนสุข ของคุณอุ้ย รวิวรรณ จินดา ลองฟังดูนะครับ เพราะทีเดียวครับ

เพลงบ้านแสนสุข

ดำเนินรายการมาจนเวลาหมด และเริ่มตาลาย จะไม่มีโฆษณาเลยก็ใช่ที่ ผิดวิสัยของสถานีเพลง วันนี้ผมก็มีผลิตภัณฑ์จากบ้านเพลงเก่ามาขาย เอ๊ยไม่ใช่มาแนะนำกันครับ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำเอง ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่นแรกที่ออกวางจำหน่าย(จ่ายแจก) ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ถูกวิจัยและค้นคว้าโดยใช้บุคลากร ร่วม จากสองสถาบันคือผมเองจากบ้านเพลงเก่า ที่มีหน้าที่ป้อนข้อมูลทางเทคนิค(ซึ่งคนอื่นอีกนั่นแหละแนะนำมา)และ พี่ดา& มอลลี่ จากป๋อคลับ ที่ทำหน้าที่ ่หาวัตถุดิบ ทดลอง ปรับปรุง จนได้ผลิตภัณฑ์เวอร์ชั่นแรกขึ้นมา ซึ่งผมต้องขอบคุณทั้งพี่ดาและมอลลี่มากครับ ผลิตภัณฑ์ที่ว่าก็ได้จากการ แปลง เพลงจาก เทปเพลงเก่าๆไปเป็นแบบ mp3 ครับ คุณภาพเสียงอาจจะไม่ได้สมบูรณ์ 100% นะครับ แต่ผมฟังแล้วก็คิดว่าทำให้หายคิดถึงเพลงเก่าๆ ไปได้ เยอะเลยครับ ลองเอาไปใช้ฟังกันครับ (เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า เวลาซื้อเทปมาเค้ามีเขียนว่า วิธีใช้ : ใช้ฟัง เค้าคงกลัวใช้ไม่เป็นเนอะ ผมลองเอามากัดดู ครั้งนึง เออจริง กินไม่ได้ ต้องฟังอย่างเดียว 555 คิดดูละกันว่าคนเขียนวิธีใช้กับผมใครเพี้ยนมากกว่ากัน)

คุยต่อดีกว่า เวอร์ชั่นแรกของผลิตภัณฑ์จากบ้านเพลงเก่า เราเลือกแปลงเพลงนี้ครับ เต้นรำพาสุข ของคุณ อัจจิมา ทีฆวาทิน ผู้หญิงเป่าฟลุ๊ต ที่เราไม่เคยลืม ในมุมรำลึกความหลังนั่นแหละครับ ฟังเพลงไป อ่านเรื่องของคุณอัจจิมา ในมุมรำลึกความหลังไปก็ได้อรรถรสดีนะครับ ผมเองก็บอกตาม ตรงว่าเพิ่งเคยฟังเพลงนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน เพราะตอนที่คุณอัจจิมา ออกเทปประมาณปี 2526 ผมอยู่ประมาณ ม.1 ได้มั้งครับ จำได้ลางๆ ว่ามีนักร้อง หญิงที่มีฟลุ๊ตคู่ปาก ยังนึกในใจว่าเก่งจัง มาถึงวันนี้ได้ฟังเพลงแล้วก็อยู่นิ่งไม่ได้เลยครับ ร่างกายควบคุมไม่ได้ต้องโยกตาม หาอะไรมาเคาะจังหวะตาม ถ้าคุณฟังเพลงนี้แล้วอยากลุกขึ้นมาขยับล่ะก็ ลุกขึ้นมาเลยครับ ดึงคนข้างๆขึ้นมาด้วย แต่อย่าเผลอไปเคาะศีรษะคนข้างๆนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน ผมหวังว่าเพลงนี้คงถูกใจคุณ Clementine และคอเพลงเก่าอีกหลายคนนะครับ ลองฟังดูครับ

เพลงเต้นรำพาสุข

ก่อนจากกัน ผม ขอcomment สถานีลำลองแบบสถานีเพลงเก๊า..เก่า Dino Station ด้วยครับ ว่าควรจะมีต่อไปหรือไม่ แบบว่าค่าเช่าเวลามันแพง 555 พูดไปโน่น ผมขอความเห็นและคำแนะนำครับ ทั้งคำติคำชม ถึงจะเป็นดีเจหัวโบราณ แต่หัวใจใสปิ๊ง เปิดรับความคิดเห็นได้ทุกรูปแบบครับผม สำหรับผมทุกความคิดเห็นมีค่าครับ เพราะทำให้ผมสามารถพัฒนา บ้านหลังนี้ไป ในแนว ทางที่หลายๆ คนชอบได้ ขอความเห็นกันคนละนิดนึงนะครับ ถ้าอายก็เมลล์มาบอกผมก็ได้ครับ 🙂

ดีเจแก้มยุ้ย