(เปลือง) น้ำ (ใน) ตา

กำลังนอนดูเครื่องกำเนิดภาพและเสียง จอสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ด้วยอิริยาบถที่สบายที่สุด เหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นนิจ ภาพในจอก็แยกไม่ออกว่า เอ…นี่มันทีวีสีหรือขาวดำกันล่ะหนอ แต่ก็เอาเถอะ นั้นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้เกิดความรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม เท่ากับภาพและเสียงในจอทีวีนั่นหรอก ภาพนักร้องชายหญิงกำลังประสานเสียงกันอย่างเมามันส์ ประหนึ่งว่าอารมณ์ถึงจุดสุดยอดเต็มที่ หากแต่สะดุดหูที่เนื้อเพลงที่เขาทั้งคู่ร้องนั้น มันคุ้นๆ นี่หว่า

“ปวดใจใครว่าดี มีแต่เปลืองน้ำตา….” ผู้เขียนร้องอ๋อขึ้นมาทันที นี่มันเพลงเปลืองน้ำตา ของนักร้องวงพลอย ศิริศักดิ์ นันทเสน หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในนาม ติ๊ก ชิโร่ นี่นา แล้วเหตุใดจึงต้องมีเนื้อร้องของเพลง น้ำในตา ของอิทธิ พลางกูร ชุดสุดท้ายก่อนบ๊ายบายค่ายดอกกุหลาบ ไปเกิดที่ค่ายใหม่ สองเพลงมารวมให้เป็นเพลงเดียวกันได้ยังไงหนอนี่ นักร้องชายหญิงที่เป็นผู้ถ่ายทอดเพลงดังกล่าว ถูกโฆษกประกาศว่าเป็นนักร้องคุณภาพ และเคยได้รับรางวัลมาแล้ว แต่เอ….ไหงฟังเพลงนี้แล้วมันถึงได้กร่อยๆ เช่นนี้กันล่ะหนอ

ในส่วนของภาคดนตรี เรียบเรียงได้พอเข้าที แต่จะช่วยส่งให้การร้องดีขึ้นมาได้บ้างก็หาไม่ ฝ่ายชายกับฝ่ายหญิงร้องรับกันไป ส่งกันมา แต่ฟังดูเหมือนไกลกัน ผสานยังไงก็ไม่กลมกลืน

สุ้มเสียงของฝ่ายชาย จัดได้ว่าดีมีความเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน พร่าๆ สากๆ มีเสน่ห์ และสามารถขึ้นเสียงไปในดีย์ที่ชวนหลงไหลได้ไม่ยากนัก แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตัดกำลังของพลังที่น่ายกย่อง กลายเป็นว่า เมื่อผสานกันกับเสียงของฝ่ายหญิง ซึ่งร้องเพลงใช้ได้ในระดับมาตรฐาน หากแต่เป็นมาตรฐานที่แตกต่าง เสียงฝ่ายหญิง มีความเหมาะสมกับเพลงเพียงบางเพลง บางสไตล์เท่านั้น การเอื้อนเสียงของฝ่ายหญิง อาจเป็นจุดที่ทำให้เสน่ห์ของเพลงลดพลังลงไป เพราะฟังยังไงก็ยังไม่เนียน

เขาทั้งคู่ น่าชมเชยที่มีความพยายามสูง ที่จะให้เสียงเข้าสู่กันและกัน แต่ก็ดูเหมือนว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ก็ไม่เกิดผลสู่ความสำเร็จ

ในเพลง เปลืองน้ำตา มีเนื้อหาของเพลงคนละยุคกับเพลง น้ำในตา ใช้ภาษาคนละสมัย แน่ล่ะ ก็สองเพลงนี้มีอายุต่างสกันเกือบทศวรรษ “เจ็บจับจนใจหนาว ร้าวจนปวดใจ…” ไพเราะ มีศิลปะของภาษาที่ดีในระดับสวยงาม ส่วน “ทุกๆ ก้าวที่ฉันเดินไปมันแทบขาดใจไร้แรงกำลัง” ชัดเจน ตรงไปตรงมา ภาษาเรียบง่ายสไพเราะ แน่นอนว่าเนื้อร้องของทั้งสองเพลงแต่งได้ดี และได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่คนฟัง แต่ความต่างกันอยู่ที่ “น้ำในตา” ร่วมสมัยกว่า ทว่าเรื่องความสละสลวยต้องยกให้ “เปลืองน้ำตา”

อย่างไรก็ดี เขาและเธอ ทำหน้าที่ในอัลบั้มได้ดี ในงานร้องเดียว แต่เมื่อไหร่ที่ทั้งคู่มารวมร้องเพลงเดียวกัน แทนที่จะเป็น Fire & Ice กลับเหมาะสมกว่า ถ้าจะเป็น Water & Oil

อีโต้ : ไทยอัลบั้ม

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.