หรอย
ศิลปิน : คาราบาว
หรอย
ศิลปิน : คาราบาว
บวชหน้าไฟ
ศิลปิน : คาราบาว
วันที่ฉันลาจากบ้านมา นํ้าตาไม่เคยตกดิน
คําของพ่อยังแว่วได้ยิน ว่าลูกรักมานะทํางาน
ครอบครัวของเรานั้นคนจนๆ
ขัดสนช่องทางทํากิน ไม่มีพื้นนาพื้นดิน
มีทรัพย์สินเอาไปจํานองเอาไปจํานํา
ฉันจึงรับผิดชอบฐานะลูกชายคนโต
เพื่อประทังความอดโซของครอบครัวที่อับเฉา
ขึ้นรถไฟ…เข้ากรุง เข้ากรุงมุ่งทํางาน
หวังไว้อีกไม่นาน จะส่งเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัว
งานที่ทําฉันแบกหามวันยังคํ่า
ฉันเพียงกระทําจนชินชา
แสนเหน็ดเหนื่อยเนื้อตัวเมื่อยล้า
หัวใจยังกล้าพยายาม
สองมือมีแรงสีเลือดแดงเข้มข้น
เป็นคนไม่คิดที่ย่อท้อ คงอีกไม่นานเกินรอ
พ่อจ๋าพ่อจะได้รับเงิน
ทํางานเป็นรายวันฉันกระเหม็ดกิน
เอาไปใส่ออมสินรวมไว้สิ้นเดือน
ดี…ฉันดีใจ พรุ่งนี้จะถึงสิ้นเดือน
ดี…ฉันดีใจมีจดหมายเขียนมาจากครอบครัว
เราตั้งความหวังไว้เพียงบางสิ่ง
ก็มามีอันเป็นไป
ข้อความที่เขียนในจดหมาย
ส่งข่าวมาว่าพ่อสิ้นใจ
พ่อมาตายลงเพราะเป็นวัณโรค
โรคของความอ่อนแอ จากถ้อยคําของแม่
ว่าเราแย่เพราะไม่มีเงินซื้อยา
ทุกสังขารของมนุษย์ที่กําเนิดมา
ล้วนแต่ปรารถนากินอยู่สุขสบาย
ฉัน..ไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
พกความ..ไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
ฉัน..ไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
พกความ..ไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
ฉัน..ไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
พกความ..ไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
ฉัน..ไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
พกความ..ไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
ฉัน..ไม่เข้าใจ โกนหัวเข้าบวชหน้าไฟ
พกความ..ไม่เข้าใจ เอาไว้ไปถามพระธรรม
ล้อเกวียน
ศิลปิน : คาราบาว
(พูด) ประเทศไทย
เป็นดินแดนที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
บรรพบุรุษของเรา
ล้วนปกป้องแผ่นดินผืนนี้
ด้วยเลือดเนื้อชีวิต
เพื่อความอุดมสมบูรณ์ขึ้นในปัจจุบัน
เราจึงกล่าวขานกันได้ว่า
ในนํ้ามีปลาในนามีข้าว
ชาวนากว่าครึ่งประเทศ
ล้วนแล้วแต่ผลิตข้าวได้ปีละมากๆ
เพื่อเลี้ยงประชากรของเรา
และส่งเป็นสินค้าออก
ยังประเทศเพื่อนบ้าน
เฮอะ…รัฐบาลท่านก็ตระหนักดี
ถึงปัญหาเหล่านี้
และให้การสนับสนุนมาโดยตลอด
แต่ในพื้นที่อันห่างไกล
จากความเจริญออกไป
ยังมีชาวนาเป็นจํานวนมาก
พบประสบกับปัญหา
ขาดแคลนที่ดินทํากินเป็นของตัวเอง
ผจญกับภัยธรรมชาติ
นํ้าท่วม ฝนแล้ง ความหนาวเย็น
พี่น้องที่รัก
การที่เรามีชีวิตอยู่รวมกันในวันนี้
เราได้กินข้าวจากผู้ที่ปลูกข้าวให้เรากิน
เกวียนเล่มแล้วเล่มเล่า
ที่ขนข้าวออกมาจากหมู่บ้านของพวกเขา
จะมีสักเล่มไหมที่จะกลับคืนไปสู่พวกเขา
ด้วยข้าวปลาที่เต็มเกวียน
ด้วยล้อเกวียนที่กดลึกลงไปในดิน
ล้อเกวียนเวียนหมุนทิ้งฝุ่นลืมรอย
ใบไม้ร่วงผลอยเคลื่อนคล้อยตามฤดูกาล
บรรยากาศ…เริ่ม่ปลี่ยนไม่เหมือนวันวาน
ใบไม้ร่วงแต่ดอกผลิบาน
ข้าวกลางลานตกเม็ลดเหลือฟาง
ลมหนาวห่มเนื้อครั้งเมื่อวันก่อน
เปลี่ยนเป็นแรงร้อน ร้าวรานแผดเผาผิวนาง
หัวใจแกร่ง หาบคอนไม้คานโค้งบาง
เหมือนรวงเรียวเคียวคมของนาง
มุ่งสรรค์สร้างกสิกรรมทํานา
ข้าวทุกเม็ดดั่งเกล็ดเหงื่อย้อย
พร่างพราวพรูพร้อย มากน้อยมีใครนําพา
คิดดูซิหยาดเหงื่อแรงคนทํานา
(แรงงานชาวนา)
ให้เปิบอิ่มกินอยู่ทุกครา
ความหมายว่าเลือดเนื้อเพื่อใคร
ข้าวทุกเม็ดดั่งเกล็ดเหงื่อย้อย
พร่างพราวพรูพร้อย มากน้อยมีใครนําพา
คิดดูซิหยาดเหงื่อแรงคนทํานา
(แรงงานชาวนา)
ให้เปิบอิ่มกินอยู่ทุกครา
ความหมายว่าเลือดเนื้อเพื่อใคร
ล้อเกวียนเวียนหมุน…ทิ้งฝุ่นลืมรอย
ใบไม้ร่วงผลอย เหลืองบางลงกลางทางไกล
พลบคํ่าฝุ่นคลุ้งคล้อยจางห่างหาย
วนเวียนเปลี่ยนแปลงแฝงไว้
หยาดเหงื่อใครนั้นอย่าได้ลืม
ไม้ไผ่
ศิลปิน : คาราบาว
ในดึกสงัดมีสายฝนโปรยปราย
ฉันเหยียดร่างกายทอดไปตามแสงเดือน
ในโสตประสาทแว่วเสียงฝนเป็นเพื่อน
ยํ้าเตือนถึงคืนวันที่ผ่านมา
โหยหวนสํานวนครวญครํ่า ลํานําของขลุ่ยไม้ไผ่
ล้อบรรเลงเพลงจากนิ้วที่พรมพราย
จากฝนที่โปรยปราย จากใจที่อาวรณ์…ถึงเธอ
เสียงขลุ่ยกลืนกลบลบสําเนียงรอบกาย
แสงจันทร์กระจายโอบพื้นดินเดียวกัน
ปล้องไผ่ผิวนี้มีสืบสายสัมพันธ์
เกิดแต่กอร่วมกันนานมา
แหละผู้คนทุกชนทุกชั้น ก็สัมพันธ์ดังขลุ่ยไม้ไผ่
คือแรงลมพลิ้วผ่านลําไม้
มีลมจากแรงกาย มีไผ่จากกอรวม…ร่วมกัน
ร่วมกัน…ร่วมกัน ร่วมกัน…ร่วมกัน
เป็นเสียงขลุ่ยที่หวีดหวิวแทงใจ
เป็นเสียงขลุ่ยที่กึกก้องตะโกนไกล
เป็นเสียงขลุ่ยที่อยู่เหนือความตาย
ความเหงาในดวงใจ ความทุกข์ในเรือนกาย
ความชั่วร้ายในตัวตน อันพสุธนก็สาบสูญ
เป็นเสียงขลุ่ยที่หวีดหวิวแทงใจ
เป็นเสียงขลุ่ยที่กึกก้องตะโกนไกล
เป็นเสียงขลุ่ยที่อยู่เหนือความตาย
ฉันมาฝากเอาไว้ ฉันมาฝากเอาไว้
ฉันมาฝากเอาไว้…ในดวงใจของเธอ
หัวลำโพง
ศิลปิน : คาราบาว
เหม่อมอง
ทุ่งทองและท้องนา
สุดเจ็บปวดหนักหนา
ข้าวกล้าตายแห้งกรอบแดง
สิ้นเดือนเมษา
ฝนไม่มาโรยแรง
พื้นดินแตกระแหง
บ้านนาแล้งขาดฝนทํานา
ควาย เขาแลคู่กันกับนา
ยังสิ้นแรงอ่อนล้า
ไร้หญ้าประทังแรงกาย
สุดสิ้นความหวัง
สุดยั้งยืนรอต่อไป
ซัดเซพเนจรไกล
จากบ้านนาไปด้วยนํ้าตานอง
ลงกรุงเทพฯ
พบชีวิตใหม่
มาเป็นคนรับใช้
เป็นลูกจ้างเป็นกรรมกร
ลางคนยํ่าแย่
ไม่มีที่ซุกหัวนอน
คิดไปแล้วใจสะท้อน
เสียงวอนไร้คนใยดี
กลับคืน แดนอีสานบ้านเฮา
เก็บเอาความปวดร้าว
ยัดกระเป๋าก้าวขึ้นรถไฟ
โอ้พรุ่งนี้หนอ
จะรอความหวังจากใคร
เหลือเงินก้อนสุดท้าย
ก็ตีตั๋วรถไฟที่หัวลําโพง
เหลือเงินก้อนสุดท้าย
ก็ตีตั๋วรถไฟที่หัวลําโพง
เหลือเงินก้อนสุดท้าย
ก็ตีตั๋วรถไฟที่หัวลําโพง
ถึกควายทุย (ภาค 3)
ศิลปิน : คาราบาว
ดอกจาน
ศิลปิน : คาราบาว
จับกัง
ศิลปิน : คาราบาว
หนทางใด
ศิลปิน : คาราบาว
ยามเย็นสนธยาพาใจให้เหงาหงอยดั่งหนึ่งใจล่องลอยอยู่กลางทะเลยามราตรีนี้มืดสนิทให้หวนคิดถึงเธอเมื่อจากไกลให้อดสูหัวใจข้ามันไร้เงินทองเธอมีทางความคิดสนุกสุขสบายเธอมีรักเพียงชายในกองเงินกองทองฉันคงมีรักเธอตลอดรับรอยกอดของเธอตลอดกาลกี่ล้านกี่แสนบาทแม้ฉันมีแต่เธอก็ร้างไกล หัวใจฉันอุทธรณ์มีร้อยมันน้อยไป เธอไกลฉันอาวรณ์จึด จึ้ดมีสองทางให้ฉันเผชิญหนึ่งหาเงินเพื่อเธอคนนั้นสองรักเธอผู้มีรักมั่นบอกกับฉันซิว่าหนทางใดบอกกับฉันซิว่าหนทางใด
ลอยหาย
ศิลปิน : คาราบาว