Author: เจ้าชายน้อย

  • ฟังวิทยุออนไลน์ สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร

    ฟังวิทยุออนไลน์ สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร

     ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 91

    สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร

    ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านเน็ต ฟรีที่นี่ รวมคลื่นวิทยุ สถานีวิทยุ ยอดฮิตในกรุงเทพฯ

  • Goodtime Radio 88.5

    ฟังวิทยุออนไลน์ 88.5

      ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านเน็ต ฟรีที่นี่ รวมคลื่นวิทยุ สถานีวิทยุ ยอดฮิตในกรุงเทพฯ

    • ฟังวิทยุออนไลน์ 88 วิทยุภาษาอังกฤษ

      ฟังวิทยุออนไลน์ 88 วิทยุภาษาอังกฤษ


      ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 88 วิทยุภาษาอังกฤษ

        ฟังวิทยุออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านเน็ต ฟรีที่นี่ รวมคลื่นวิทยุ สถานีวิทยุ ยอดฮิตในกรุงเทพฯ

      • พลิกตำนานวงชาตรี ตอนที่ 2

        topani

        ช่วงปิดเทอมปีหนึ่งนี้ แดงมีงานอดิเรกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ร้องเพลงคนเดียวกับกีตาร์โปร่งคู่ใจที่ห้องอาหารในเซ็นทรัล ชิดลม หลังจากนั้น เรา 3 คนในนามวงโฟล์คซอง ก็เริ่มซ้อมดนตรีด้วยกัน โดยมีกีตาร์คอร์ด 2 ตัว กีตาร์เบสโปร่งอีก 1 ตัว

        พอเปิดเทอมขึ้นปีสอง อันเป็นปีที่รุ่งของรุ่น 22 แผนกช่างภาพ และโฟล์คซองของนักศึกษารุ่นปีที่ 2 ก็ได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ ให้บรรเลงในงานเลี้ยงน้ำชาน้องใหม่ปี 1 จึงนับเป็นการแสดงปฐมฤกษ์ของวงโฟล์คซอง คณะชาตรี จำได้ว่าตอนนั้น มือไม้สั่นไปหมด เพราะความตื่นเต้นดีใจ แต่ด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของป้อม บวกกับเพลงของแดงที่แต่งเอง พร้อมเบสโปร่ง งานวันนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดี จากวันนั้นเป็นต้นมา เราก็อาศัยเวลาว่างจากการเรียน ซ้อมเพลงกันอย่างจริงจัง

        แล้ววันหนึ่ง แดงก็บอกว่า มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ หนวด ( ทวีชัย ) ซึ่งเคยเล่นดนตรีด้วยกันกับแดง 2 คนสมัยอยุ่ ACC จะมาร่วมเล่นในคณะชาตรีด้วยกัน คณะชาตรีตอนนั้นก็เลยกลายเป็นวงโฟล์คซอง 4 คน ประกอบด้วย 1 เบส + 3 กีตาร์ งานแรกของเราจะต้องไปแสดงที่ห้องอาหาร โรงแรมเอเชีย จ. ลำปาง บ้านเดิมของป้อม ครั้งนี้ นับเป็นการแสดงในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่นาน หนวดมีภารกิจที่ทำให้ไม่สามารถมาร่วมซ้อมดนตรีด้วยกันได้ ประกอบกับเราเรียนอยู่คนละที่ หนวดจึงถอนตัวไปจากวง เพราะต้องไปอยู่ที่ปักธงชัย โคราช ตอนนี้ คณะของเราก็กลับมาเหลือ 3 คนเหมือนเดิม ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ไม่ท้อถอย เพราะเรารู้สึกว่า ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น ความใฝ่ฝันของเรายังไม่บรรลุ การเผยแพร่ผลงานเพลงของวงยังไม่สำเร็จ ยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป

        พูดถึงเพลงของแดงมีหลายเพลงที่น่าสนใจ อย่างเช่นเพลง รักไม่จากจร ซึ่งแดงบอกว่าเป็นเพลงแรกที่แต่งตอนสมัยที่แดงเรียนอยู่ ร.ร. อัสสัมชัญ ศรีราชา อีกเพลงหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเพลง รักเดียว เพราะว่าคอร์ดเป็นคอร์ดแพทเทิร์น แถมร้องเป็นเสียงสอดประสานกันทั้งเพลงได้อย่างลงตัว เพลงของแดงมีเสน่ห์ทีเดียว จนไปถูกใจเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อ อ้อ ซึ่งอ้อบอกว่า เคยตีกลองมาก่อน เลยอยากมาร่วมวงด้วย เป้าหมายของเราอยู่ที่ตึกกลางของวิทยาลัยฯ สมัยนั้นเวลามีดนตรีมาแสดงที่วิทยาลัย ก็จะแสดงที่ตึกกลาง จึงถือว่าเป็นเวทีใหญ่สำหรับวิทยาลัยนี้ และพวกเราก็ต้องการที่จะบรรลุจุดประสงค์นี้ให้ได้

        อาวุธประจำตัวของอ้อ ก็คือ กลอง อนุสรณ์ก็เสนอกลองให้ แต่เราต้องไปขนมาเอง บ้านอนุสรณ์อยู่วัดมะกอก แต่กลองที่ว่าให้ยืมนั้นอยู่กิโล 8 มีนบุรี ดังนั้น ตำนานขนกลองขึ้นรถเมล์จากกิโล 8 มีนบุรี มาเทคนิคกรุงเทพฯ ในซอยสวนพลูจึงเกิดขึ้น หลังจากนั้น พวกเราจึงได้มีโอกาสซ้อมกัน 4 คน แต่เนื่องจากอ้อมีภารกิจมาก เพราะอ้อเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตัวหลักของแผนก ในการแข่งกีฬาภายในของเทคนิค จึงทำให้เรามีเวลาซ้อมดนตรีกันไม่มาก เพราะอ้อต้องซ้อมกีฬาด้วย และแล้ว วันที่แสดงที่ตึกกลางมาถึง ปรากฏว่า การเล่นดนตรีในวันนั้น เล่นไม่เข้าขากันเท่าที่ควร นั่นจึงเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่อ้อได้ตีกลองร่วมกับวง แต่ปีนั้น กีฬาวอลเลย์บอลที่อ้อเป็นตัวหลักก็ประสบผลสำเร็จ เพราะอ้อสามารถช่วยให้แผนกช่างภาพชนะเลิศวอลเลย์บอลของวิทยาลัยได้ นับเป็นครั้งแรกของแผนกนับตั้งแต่ตั้งมา ที่สามารถเอาชนะแผนกอื่นๆ มาได้ ทั้งๆ ที่บางแผนกมีนักกีฬาทีมชาติอยู่ด้วย

        พี่เหมา วงชาตรี

      • พลิกตำนานชาตรี

        topani

         

        คำนำ
        สวัสดีครับ น้องๆแฟนๆชาตรีทุกคนครับ ยินดีครับ ที่ได้มาเขียนพลิกตำนานชาตรี ให้น้องๆได้รับรู้กัน พี่เหมาขอเล่าเรื่องตั้งแต่วันแรกที่ แผนกช่างภาพ เทคนิคกรุงเทพละกันนะครับ ซึ่งเรื่องราวส่วนใหญ่ก็มาจากความทรงจำของพี่เหมาเอง ซึ่งอาจจะมีมุมมองที่ต่างไปจากพี่ๆชาตรีท่านอื่น และบางส่วนขอบทความก็ขออนุญาตยืมคำของคุณก่อเขตมาบ้างครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด พี่เหมาก็ขออภัย มาณ ที่นี้ด้วยครับ

        ตอนที่ 1

        เดือนพฤษภาคม ปี 2517 นักศึกษาใหม่รุ่นที่ 22 ของแผนกช่างภาพ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ได้มีโอกาสได้เห็นหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรก เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาหลังการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์ตุลาวิปโยค 2516 ทำให้นักศึกษาขาดไปประมาณ 2-5 คน จากจำนวนทั้งหมด 45 คน ในสมัยนั้นถือว่าป็นสมัยที่ช่างภาพยุคประชาธิปไตยเบ่งบานก็ได้ รุ่นพี่ไว้ผมยาว สะพายย่าม วันแรกของการเปิดเรียนก็มีงานเลี้ยงน้ำชาที่ห้องโสต ตึกช่างภาพ ซึ่งแอร์เย็นมาก ทำให้เรายิ่งตื่นเต้น แต่ก็นะครับ ใครจะรู้ว่าช่างภาพรุ่นที่ 22 จะเป็นจุดเริ่มต้นตำนานทางดนตรีของเมืองไทย

        ในวันแรกที่มาเรียนผมจำได้ว่า ได้ไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อนที่ชื่อ อนุสรณ์ ซึ่งเพื่อนคนนี้ใจดีช่วยจ่ายค่าน้ำแข็งเปล่าให้อีกต่างหาก ส่วนเพื่อนอีกคนที่ดูบุคลิกดี สุภาพซึ่งพี่เหมารู้จักตอนสอบสัมภาษณ์ก็คือ พี่ป้อม คฑาวุธ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้นะว่าเค้าชื่อคฑาวุธ เพิ่งจะมารู้จักกันก็เรียนไปซักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคน ที่สุภาพเหมือนกัน พูดคุณๆผมๆ กับทุกคน และจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใส่เสื้อรัดรูป ตัวเค้าก็ผอมๆ แถมเล่นกีตาร์ แต่งเพลงได้อีกต่างหาก ชื่อ นราธิป หรือ แดง นั่นเอง ส่วนผมเองก็เป็นคนมีดนตรีในหัวใจ เคยเรียนโน้ตมาที่ รร.สุทินเทศารักษ์ 2 เดือน และที่สยามกลการ อีก6 เดือน พอมาเจอคนที่มีดนตรีในหัวใจด้วยกันก็เลยสนิทสนมกับนราธิปอย่างรวดเร็ว

        ในตอนนั้นแดงชอบเอากีตาร์ มาเล่นที่วิทยาลัยในยามว่าง ซึ่งเพลงที่ร้องบางทีก็เป็นเพลงฝรั่งเช่น ของวง LOBO หรือบางทีก็เล่นเพลงที่แดงแต่งเอง ก็สนุกสนานกันไปในตอนนั้น จนมาถึงวันหนึ่ง แดงชวนผมไปดูการประกวดดนตรีโฟล์คซอง ซึ่งใช้กีตาร์โปร่งเป็นหลัก ก่อนหน้านั้นตอนที่แดงเรียนอยู่ที่ อัสสัมชัญคอมเมิร์ส หรือ ACC ก่อนจะมาเข้าเทคนิคกรุงเทพ แดงกับเพื่อนก็เคยประกวดวงดนตรีโฟล์คซอง ของชมรมโฟล์คซองแห่งประเทศไทย รู้สึกว่าตอนที่ประกวดจะเป็นครั้งที่ 1 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

        ทีนี้มาถึงเพื่อนอีกคน ป้อมหรือ คฑาวุธ ตอนนั้นกำลังหัดเล่นกีตาร์ใหม่ๆ พอเห็นแดงเล่นกีตาร์เก่งก็อยากจะเล่นเก่งบ้าง ก็เลยลงทุนคารวะให้แดงเป็นครูสอน คิดดูว่าตั้งใจขนาดไหน บ้านป้อมอยู่สำเหร่ เทคนิคกรุงเทพอยู่สวนพลู แต่ป้อมนั่งรถไปถึงบ้านแดงที่สี่แยกจักรพรรดิพงษ์ สะพานดำ เพื่อไปเรียนเทคนิคการเล่นกีตาร์ เรียกว่าเอาใจครูแดงสุดฤทธิ์

        จนกระทั่งปิดเทอมตอนปีหนึ่ง ได้ไปบ้านป้อมที่สำเหร่ ตอนนั้นป้อมก็เล่นกีตาร์เป็นแล้ว ก็ชวนกันตั้งวงโดยยกตำแหน่งหัวหน้าวงให้แดง เพราะแดงอายุแก่กว่า 2 ปี แถมแต่งเพลงเก่งด้วย จำได้ว่าตอนนั้นตกลงตั้งวงกันทางโทรศัพท์ เพลงแรกที่เล่น คือ รอรัก ของแดง ซึ่งผมกับป้อมก็ซ้อมกันไปก่อนสองคน ที่ห้องมืดของบ้านป้อม

        และนี่ก็เป็นจุดเรื่มต้นของวงดนตรี ธรรมดาๆวงหนึ่ง มีนักดนตรี 3 คน มีกีตาร์โปร่งเป็นอาวุธ เรียกว่า โฟล์คซองชาตรี ตั้งแต่ตอนนั้น

        พี่เหมา วงชาตรี

         

      • ภาพโฆษณาผลงานชุดสุดท้าย วงชาตรี

        ภาพโฆษณาผลงานชุดสุดท้าย!
        ก่อนที่วงชาตรี…จะเหลือไว้แต่เพียงตำนานและความทรงจำ

        news01

        ชาตรีสลายวง “อธิษฐานรัก” ชุดสุดท้าย

        news02

        ผลงานชุดสุดท้ายก่อนการสลาย วง..ชาตรี

        กับบทเพลงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความเป็นอมตะ

        ถึงแม้ว่าพวกเขาจะจากไป แต่ผลงานของเขา จะยังคงอยู่คู่กับคุณตราบนิรันดร์

        อนุสรณ์เพลงฮิตจาก ชาตรี

        รวม 14 เพลงเอกตั้งแต่ชุดแรกถึงชุดสุดท้าย

        news03

      • ภาพวันสุดท้าย ลานโลกดนตรี

        ภาพวันสุดท้าย ลานโลกดนตรี 5 พฤษภาคม 2528

        ลา ลาที มิได้ ลาจาก ชาตรี

        เพลงสุดท้ายที่วงชาตรีร้องในการแสดงสดก่อนที่จะสลายวงนั้น คือเพลง “จำจากจร”
        ส่วนเนื้อร้องท่อนสุดท้ายที่แต่งขึ้นใหม่คือ
        “ลา ชาตรี…มิได้ ลาจาก…จร จำพราก…แสนไกล…ลา…ลาไป…หัวใจ ยังอยู่…
        และจะคงอยู่…คู่เธอ…(ขึ้นใหม่) ลา…ชาตรี…ลา…ชาตรี…ลา…ลา…ลา”

        วงชาตรี

        วงชาตรี

         

        พี่ป้อม วงชาตรี เขียนถึงวันครบรอบวันอำลาชาตรี

        พบกันอีกครั้งนะครับบนหน้า www.wongchatree.com ช่วงเดือนเมษายนนี้ อากาศร้อนมากทีเดียวครับ คงจะทำให้หลายๆ คนต้องผ่อนคลายความร้อนด้วยการไปเที่ยวกัน พี่เองก็มีโอกาสไปเที่ยวหลบร้อนมาเหมือนกันครับ เดือนหน้าวันที่ 5 พ.ค. ก็จะถึงวันครบรอบวันชาตรีอำลา ทุกคนคงจำกันได้ ในปี 2528 ที่ลานโลกดนตรี พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็อยากขอบรรยายอารมณ์ และความรู้สึก พร้อมบรรยากาศในวันนั้นย้อนหลังกันหน่อย
        เช้าวันที่ 5 พ.ค. 2528 เป็นวันที่ตื่นเต้นมากเป็นพิเศษกว่าวันอื่นๆ เพราะรู้ตัวว่า วันนี้เป็นวันที่ตัวเองต้องไปทำหน้าที่เป็นศิลปินกับวงชาตรีเป็นครั้งสุดท้าย อะไรๆ ก็ดูหดหู่ไปหมด ดูไม่สดชื่นเลย เมื่อเตรียมตัวเสร็จ เดินทางไปถึงที่ลานโลกดนตรีประมาณ 9 โมงเช้า เพื่อเตรียมตัวซ้อม เมื่อพบกับสมาชิกวงชาตรีคนอื่นๆ วันนี้ทุกคนดูเศร้า เหงาหงอยกันไปหมด การเตรียมตัวก็ทำกันอย่างเป็นหน้าที่เท่านั้น การพูดคุยกันก็มีน้อย เพราะว่าบรรยากาศที่จะเล่นในวันนั้น คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเราทุกคนแล้ว

        การประสานงานพูดคุยก็เพียงพูดกันถึงเรื่องการพูดอำลาหน้าเวทีว่า ใครจะพูดช่วงไหนเท่านั้น ส่วนเรื่องเพลงไม่ได้คุยอะไรกันเลย เท่าที่จำได้นะครับ เมื่อเริ่มการแสดง ทุกคนทำหน้าที่บนเวทีได้ดีเยี่ยม ทุกคนไม่ได้แสดงออก หรือ บ่งบอกถึงอารมณ์เศร้าหมองแต่อย่างใด คงทำหน้าที่ให้ความสุข สนุกสนาน กับน้องๆ แฟนเพลงเป็นปกติ เมื่อช่วงสุดท้ายของการแสดงมาถึง เพลงจำจากจร พี่สังเกตุเห็นแฟนเพลงหลายคนมีสีหน้าเศร้าหมอง และร้องไห้ บรรยากาศตอนนั้นน่าหดหู่มาก เมื่อจบการแสดง หลายๆ คนมาขอถ่ายรูป และลายเซ็น มีคำถามยิงมาตลอดเวลาคือ ” พี่เลิกทำไม “ ทุกคนไม่คาดคิด บางคนถึงกับช็อค ! ทำใจไม่ได้ พวกพี่ๆ ชาตรีทุกๆ คนเองก็ไม่ได้ตั้งตัวกันเลยว่า ” เวลานี้จะมาถึงเราเหมือนกัน “ มันเป็นครั้งที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย เมื่อเราตกลงกันว่าจะเลิก ก็คือเลิก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ช้าก็เร็วครับ

        ในความเห็นส่วนตัวพี่ป้อม เคยคุยกับเพื่อนๆ วงชาตรีว่า ถ้าเราจะเลิกวง เราน่าจะตระเวนอำลาแฟนเพลงทั่วประเทศ โดยการไปแสดงคอนเสิร์ทอำลาตามจังหวัดต่างๆ เพราะในอดีต ชาตรีเคยแสดงต่างจังหวัดเกือบทุกจังหวัดอยู่แล้ว แต่พอสรุปว่า เราจะอำลาแฟนเพลงที่ลานโลกดนตรีเท่านั้น พี่ป้อมก็ช็อค !!!!! ไปเหมือนกัน

        นี่ก็คุยกันมายาวทีเดียว เอาเป็นว่าวันที่ 5 พ.ค. 2547 นี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 19 ปี ” ชาตรีอำลาแฟนเพลง “ พี่ขอให้พวกเราชาวแฟนคลับ และแฟนเพลงทุกๆ คน ร่วมใจกันในการฟังเพลงชาตรีในวันนั้น เพื่อระลึกถึงความหลังให้กลับมาอยู่ในใจของพวกเราทุกคนตลอดไป พี่ๆ ชาตรีทุกคนต้องขอขอบคุณน้องๆ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ที่ยังรัก และระลึกถึง ” วงชาตรี ” ไม่เสื่อมคลาย ขอให้น้องๆ เป็นพลังให้กับวงชาตรี พวกเราทั้งหมด คือ ” ครอบครัวชาตรี ” และ ” พลังชาตรี “ จะอยู่คู่กับพวกเราตลอดไปครับ

        พี่ป้อม วงชาตรี ([email protected]) 3 พฤษภาคม2547