Author: เจ้าชายน้อย

  • ภาพแห่งความทรงจำ วงชาตรี

    คลิกดูภาพสวยๆ ข้างใน ภาพแห่งความหลัง…พลังแห่งความรัก
    ชมภาพแห่งความหลัง…พลังแห่งความรัก ของพวกเราชาวชาตรีแฟนคลับ

    [gallery_bank type=”images” format=”masonry” title=”true” desc=”false” responsive=”true” display=”all” sort_by=”random” animation_effect=”” album_title=”true” album_id=”2″]

  • ชาตรีแฟนคลับ

    ชมภาพและจดหมายเก่าๆ   ยังจำกันได้มั้ย? บัตรนี้! หลายคนมีก่อนบัตรประชาชนซะอีก

    วงชาตรีแฟนคลับ card02 doc01 doc02 doc03 doc04 letter01 letter02 letter03

    ข้อมูลจากเวบ FANCHATREE.COM โดยคุณ  Pluethipol Prachumphol

  • นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ

    ใครจำได้บ้างว่า ซองเอกสารสีน้ำตาลซองนี้ พวกพี่ๆ วงชาตรีเขาเอาไว้ใส่อะไรให้พวกเรา?
    ถ้าลืมไปแล้ว…ลองคลิกที่ภาพเพื่อหวนระลึกถึงภาพหวานเมื่อครั้งวันวานกันเถอะครับ!

    แฟนคลับ วงชาตรี

    นิต’สาร ชาตรีแฟนคลับ
    ครบเลยครับ ตั้งแต่เล่มแรกถึงเล่มสุดท้าย! เอ้า…ลองเข้าไปดูไปชมกันเลยนะครับ

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ ฉบับปฐมฤกษ์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 มิถุนายน 2526

    mag01

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม 2526

    mag02

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 สิงหาคม 2526

    mag03

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 กันยายน 2526

    สุขสันต์วันเกิด

    mag04

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 2526

    mag05

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 6

    mag06

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 7 ธันวาคม 2526

    mag07

    นิตยสาร ชาตรีแฟนคลับ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 8

    ทศวรรษ 10 ขวบชาตรี

    mag08

  • ซองแผ่นเสียงชาตรีในยุคสมัยโฟล์คซอง

    [gallery_bank type=”images” format=”masonry” title=”true” desc=”false” responsive=”true” display=”all” sort_by=”random” animation_effect=”” album_title=”true” album_id=”1″]

    ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ เกิดจากความรักและความระลึกถึงบทเพลงชาตรีของแฟนเพลงชาตรีผู้หนึ่ง ซึ่งได้ติดตามผลงานเพลงของพี่ๆ วงชาตรีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวง พร้อมกับได้เข้าเป็นสมาชิกแฟนคลับชาตรีตั้งแต่รุ่นแรก  รวบรวมโดยพี่ พฤฒิพล ประชุมผล

     

  • เดอะพีเพิ่ล

    เดอะพีเพิ่ล

    เดอะพีเพิ่ล…นักร้องคู่ประสาน   โดย…นายเจ

    %e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a5
    อัลบั้ม : ขาวและดำ ศิลปิน : เดอะ พีเพิ่ล พ.ศ. 2526

    ย้อนหลังกลับไปเกือบ 20 ปี วงดนตรี duo หรือนักร้องคู่ประสานที่โด่งดังเห็นจะ เป็นใครไป ไม่ได้นอกจากวง เดอะพีเพิ่ล (The People) ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก 2 คน คือ พรชัย ทัศนพันธุ์ และ ภิญโญ สุวินทรากร ภายใต้การผลักดันของวิทยา ศุภพรโอภาส ดีเจเสียงแหบประจำรายการวิทยุ ” เพลงไทยสบายอารมณ์ ” ในสมัยนั้น

    ด้วยเอกลักษณ์ของการเป็นนักร้องคู่ประสาน บวกกับการเล่นดนตรีที่ทันสมัย เสียงร้องที่หนัก หน่วง ชัดเจน ส่งผลให้คนร่วมสมัยในยุคนั้นได้รู้จักนักร้องคู่นี้มากขึ้น อัลบั้มเปิดตัวของวงดนตรีดูโอคู่นี้ ชื่อชุดว่า ขาวและดำ ด้วยเพลงส่วนใหญ่ของอัลบั้มชุดนี้เป็นการนำเอาทำนองที่คุ้นหูจากเพลงฝรั่งเก่าๆ และฝีมือการเขียนเนื้อเพลงแบบไม่มีท่อนซ้ำ ทำให้เพลงในอัลบั้มชุดนี้ติดหูผู้ฟังอย่างได้อย่างรวดเร็ว เช่น เพลงขาวและดำ ที่นำเอาทำนองเพลง The Sound of Silence ของ Simon& Garfunkel มาใส่เนื้อเพลงไทยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต ที่ในตัวคนมักจะมีทั้งใจขาว และใจดำอยู่ด้วยกัน ใจขาวจะนำไปสู่การทำดี สิ่งดีๆ ส่วนใจดำมักจะนำเราไปสู่ทางที่ไม่ดี ก็ต้องแล้วแต่ว่าเราจะยอม ให้ใจขาว หรือใจดำเป็นใหญ่ในตัว นอกจากนั้นยังมีเพลงอื่นๆที่ค่อนข้างติดหูเช่น เพลงน้ำฝน น้ำตา ที่นำทำนอง เพลง Crying In The Rain ของ The Everly Brothers มาใส่เนื้อแบบไทยๆก็เป็นเพลงที่น่าฟัง ไปอีกแบบ โดยเนื้อเพลงได้กล่าวถึงชายหนุ่มที่ถูกคนรักตีจาก จนต้องออกมายืนร้องไห้กลางสายฝนเพื่อ ให้น้ำฝนกลบรอยน้ำตา นอกจากนั้นยังมีเพลง เพลงไทยสบายอารมณ์ ที่นำเอาทำนองเพลงฝรั่ง มาใส่เนื้อไทยได้อย่างเหมาะสม และเพลงนี้ก็คงเป็นเพลงโปรโมตรายการ เพลงไทยสบายอารมณ์ของ คุณวิทยา ไปด้วยในตัว

    หลังจากประสบความสำเร็จจากอัลบั้มชุดแรกไปแล้วในปีถัดมา วงเดอะพีเพิ่ล ก็ออกอัลบั้มชุด ที่สองชื่อชุด “สิ่งนั้นคือเธอ”ตามออกมา โดยยังคงลักษณะ การร้องเพลงแบบชัดถ้อยชัดคำ ตามสไตล์ เดอะพีเพิ่ล ไว้เหมือนเดิม ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ก็่ประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากนั้นวงเดอะพีเพิ่ลก็เงียบหายไปจากวงการเพลง คาดว่าคงจะแยกย้ายกันไปทำงานในสายงานที่ตนเองรัก คงเหลือไว้แต่ตำนาน วงคู่ประสานที่มีชื่อเสียงมากในเมืองไทยในสมัยนั้น

    อัลบั้ม เดอะพีเพิ่ล ขาวและดำ

    เดอะพีเพิ่ล-ขาวและดำ

     

     

     

     

     

     

     

     

    หน้า 1

    1.  รำพึงถึงเธอ
    2. รักเกินเพื่อน
    3. ขาว และ ดำ
    4. รีบคิด ซะ#
    5. ใจสั่น

    หน้า 2

    1. ลมฝนครวญ
    2. น้ำฝน ? น้ำตา
    3. คืนเศร้า
    4. คนแสนงอน
    5. เพลงไทยสบายอารมณ์

    อัลบั้ม สิ่งนั้นคือเธอ

    เดอะพีเพิ่ล-สิ่งนั้นคือเธอ

    หน้า 1

    1. สิ่งนั้นคือเธอ
    2. รักฉันซิเธอ
    3. เพียงเธอ
    4. ผู้แพ้
    5. ถวายรัก
    6. หรือเธอไม่มีหัวใจ

    หน้า 2

    1. กีตาร์จากดวงใจ
    2. รอวันฉันกลับ
    3. รักแรมไกล
    4. รักเธอเสมอ
    5. เพลิน
    6. สันติภาพ
  • วงเพื่อน

    วงเพื่อน

    เพื่อน ร่วมรำลึกโดย แววดาว

     *** ทุกข์หรือสุข ร้อนหรือหนาว….. เราจะไม่ทอดทิ้งกัน *** นี่คือ สโลแกนของวง ” เพื่อน “

    วงเพื่อน         วง ” เพื่อน “ ได้ก่อกำเนิดตัวขึ้นจากการรวมตัวของสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ 4 คน ที่แยกตัวออกมาสร้างวงใหม่ คือ แอ๊ด – ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ – มือเบสส์, ตี๋ – วสันต์ ศิริสุขพิสัย – มือคีย์บอร์ด, รัก – พนัส หิรัญกสิ – แซ็คโซโฟน และ แดง – เสน่ห์ ศุภรัตน์ – ทรัมเป็ต ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลที่ว่า เพื่อสร้างสรรค์งานดนตรีที่ดีกว่า และ แปลกใหม่เข้าสู่วงการเพลงในยุคนั้น

    นอกจากสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ทั้ง 4 คนนี้แล้ว วง ” เพื่อน “ ยังมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น มาอีก 3 คน คือ หมึก – ดนัย ทวีโภค – มือคีย์บอร์ด, อ๊อด – ฟาโรห์ ตอยยีบี – ลีดส์กีตาร์ และ อ๋อย – สมชาย สีหอำไพ – มือกลอง ซึ่งสมาชิกแต่ละคนของวงเพื่อน ล้วนมีประสบการณ์สูง และมีฝีมือทางดนตรีแก่กล้าเฉพาะตัว

    อัลบั้มชุดแรกของวง ” เพื่อน “ มีชื่อว่า ” อะโห.. ชีวิต “ แนวเพลงของอัลบั้มชุดนี้ มีความโดดเด่นที่มีทำนองเพลงแปลกไปจากเพลงทั่วๆ ไปในยุคนั้น ซึ่งเพลงในอัลบั้มชุดนี้ มีทั้งแนวเพลงสนุกๆ ที่ฟังเมื่อไหร่ เป็นต้องเกิดอาการคึกคักขึ้นมาเมื่อนั้น ได้แก่เพลง รักเนี้ยบๆ, ผิดนัด, หยุดใจไว้กับเธอ แม้แต่เพลง อะโห… ชีวิต ซึ่งมีแนวเพลงออกไป ทางอีสาน ก็ยังสร้างความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาให้นักฟังเพลงได้ไม่น้อย นอกจากนี้แล้ว ยังมีเพลงฟังสบายๆ ซึ้งๆ อย่างเพลง กลับบ้าน, ป่านฉะนี้ และแนวเพลงอื่นๆ อีกรวม 12 เพลงในอัลบั้มชุดนี้

    อัลบั้มชุด ” อะโห… ชีวิต “ นี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของวง ” เพื่อน “ เท่านั้น ซึ่งนักฟังเพลงในยุคนั้น ต่างก็ตั้งตารอคอย รอดูกันว่า อัลบั้มชุดต่อๆ ไปของวง ” เพื่อน “ นั้น จะดีกว่า หรือ มีความแปลกใหม่มากขึ้นกว่าเดิม สมดังเจตนารมณ์ที่สมาชิก ทุกคนได้ตั้ง ความหวังไว้หรือไม่

    อะโหชีวิต (2 มีนาคม พ.ศ. 2528)

    1. รักเนี้ยบเนี้ยบ
    2. อะโหชีวิต
    3. กลับบ้าน
    4. ห่วง
    5. ป่าเดียวกัน
    6. ปุ๊บปั๊บ
    7. กลับบ้าน (บรรเลง)
    8. ผิดนัด
    9. หยุดใจไว้กับเธอ
    10. ป่านฉะนี้
    11. หมายเหตุจากดวงดาว
    12. บอกเขาซิ
    13. เรื่องของเรา
    14. รักเนี้ยบเนี้ยบ (บรรเลง)

    เพื่อน#2 - จากดวงใจ

    จากดวงใจ (2 กันยายน พ.ศ. 2528)
    เมื่อความรักพูด ดวงใจเงียบ เมื่อดวงใจเงียบ โลกทั้งโลก คอยฟัง

    1. รักบึงเก่า
    2. งานวัด
    3. ตี๋ดอยตุง
    4. จากดวงใจ
    5. แรงรัก
    6. ดู ดู ดู ดู แสนเศร้า
    7. ระบำหนอน (บรรเลง)
    8. บันได
    9. ใจคนคอย
    10. เท่านั้นเอง
    11. บ้านฉัน
    12. พรุ่งนี้
    13. ทางชีวิต
    14. Sugar Sugar

    เพื่อน#3 - ป้ากะปู่

    ป้ากะปู่ (1 มิถุนายน พ.ศ. 2529)

    1. ป้ากะปู่
    2. เย้ว…เย้ว
    3. เพื่อนใจ
    4. แก้วตา
    5. ว้าเหว่
    6. แม่คุณเอ๋ย
    7. ลมแล้ง
    8. สักกะติ๊ด
    9. งอดแงด
    10. พ่อจ๋าแม่จ๋า
    11. เพียงเอ่ยคำลา
    12. เจี๋ยมเจี้ยม
    13. ฝากไว้คิดดู
    14. ลมแล้ง (บรรเลง)

    เพื่อน - สวัสดีปีใหม่

    ชุดพิเศษ สวัสดีปีใหม่ (ธันวาคม พ.ศ. 2529) เป็นการรวมเพลงที่เคยได้รับความนิยม ตั้งแต่ชุดที่ 1-3 หลายเพลงถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ และเพิ่มเพลงใหม่ เพลงเดียว คือเพลง “สวัสดีปีใหม่”

    1. สวัสดีปีใหม่
    2. หยุดใจไว้กับเธอ (กุ้ง)
    3. รักเนี้ยบเนี้ยบ
    4. ป่านฉะนี้ (กุ้ง)
    5. แก้วตา
    6. ใจคนคอย
    7. ดู ดู ดู ดู แสนเศร้า (กุ้ง)
    8. รักบึงเก่า
    9. ปุ๊บปั๊บ
    10. งานวัด
    11. ป้ากะปู่
    12. ว้าเหว่
    13. พรุ่งนี้
    14. เพียงเอ่ยคำลา
    15. สักกะติ๊ด
    16. ผิดนัด
    17. ตี๋ดอยตุง
    18. อะโหชีวิต

    เพื่อน#4 - แด่...ที่รัก

    แด่ที่รัก (เมษายน พ.ศ. 2530)

    1. รอบุญบั้งไฟ
    2. รักมั่นคง
    3. ที่รัก
    4. รอฝน
    5. ค่ำแล้ว
    6. ไปตามลม
    7. ไม่เคยก็เคยซะ
    8. ด้วยใจรัก
    9. ตี๋หาเต่า
    10. เก็บใจไว้รอ
    11. เพื่อนเอย
    12. ยั้งใจไว้ก่อน

    ทั้งรักทั้งเกลียด

    ทั้งรักทั้งเกลียด (พฤษภาคม พ.ศ. 2531)

    1. เพื่อนฝูง
    2. เธอไม่รักทำไมไม่บอก
    3. ทั้งรักทั้งเกลียด
    4. สิ่งเดียวสุดท้าย
    5. แบบว่าง่ายง่าย
    6. รักสักนิด
    7. คน ป.ม.
    8. จะจำไว้
    9. จริงใจ ไอเลิฟยู
    10. เหตุใด
    11. กระดาษใจ
    12. รู้ทั้งรู้
  • วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น

    วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น   ร่วมรำลึกโดย…แววดาว

    ชาตรี วงดนตรีแนวโฟล์คซองชื่อไทยๆ ในอดีต ที่มีการรวมกลุ่มทำงานเพลงกันมานานกว่า 10 ปี โดยเป็นการเริ่มรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน 3 คนคือ นราธิป กาญจนวัฒน์ ตำแหน่ง หัวหน้าวง, ประเทือง อุดมกิจนิภาพ ตำแหน่ง มือเบส และ คฑาวุธ สท้านไตรภพ ตำแหน่ง มือคีย์บอร์ด และ ร้องนำ ตั้งแต่สมัย ที่แต่ละคนยังเป็นเพียงนักศึกษา และต่อมา ก็ชวนเพื่อนเข้ามาอีกคน ชื่อ ทวีชัย แต่ก็อยู่ร่วม วงกันไม่นาน เพราะมีภารกิจส่วนตัว จึงต้องออกจาก วง ชาตรี ไป ต่อมาอีกไม่นานนัก จึงได้ชวนเพื่อน เข้ามารับ ตำแหน่ง มือกลอง เพิ่มขึ้นอีกคน คือ อนุสรณ์ คำเกษม ซึ่งหลังจากที่ วงชาตรี มีโอกาส เข้าร่วม ประกวดโฟล์คซอง ฝีมือก็เข้าตากรรมการอย่างครูไพบูลย์ ศุภวารี ถึงขั้นชักชวนให้ วง ชาตรี อัดเพลง มาออกในรายการ วิทยุของ ครูไพบูลย์เอง ด้วยลีลาการแต่งเพลง และเล่นเพลง ด้วย กีตาร์โปร่ง อันเป็น เอกลักษณ์ของ วงชาตรี เอง ทำให้เสียงเพลงเป็นที่ติดอกติดใจ นักฟังเพลงยุคนั้น ได้อย่างรวดเร็ว

    วงชาตรีและในปี พ.ศ. 2518 นั้นเอง ” จากไปลอนดอน ” ผลงานเพลงชุดแรกของ วง ชาตรี ด้วยการ เล่นดนตรีด้วยกีตาร์โปร่งล้วนๆ ก็ออกสู่ตลาด จากการที่เป็นวงดนตรีที่รักความอิสระ เพลงทุก เพลงในชุด จึงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเองตามแนวเพลงที่ตัวเองพอใจ ด้วยคำร้องที่ฟังง่ายๆ สบายๆ ทำนองเพลง ไม่โอนเอน ไปตามกระแสนิยมเพลงสากลในยุคนั้น ก่อเกิดความแปลกใหม่ในวงการเพลง ในยุคสมัยนั้น นอกจากเพลง จากไปลอนดอน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงแล้ว ยังมีเพลงอื่น ในชุดนี้ ที่เป็นที่ถูกใจของนักฟังเพลง เช่น”คืนมาครองรักกัน” ยังจำได้ดีถึงวลีที่ติดหูของเพลงๆ นี้ คอยแต่ … คอยแต่ … เธอหวนคืนมา… เธอหวนคืนมา คืนมาครองรักกัน… และอีกเพลงที่ท่อนสร้อย เป็นที่สะดุด หูนักฟังเพลงก็คือเพลง “จับปลาสองมือ” ที่กล่าวถึงหญิงเจ้าชู้ที่คบชายพร้อมกันทีละ 2 คน … แม่คุณเอ๋ย… จับปลาสองมือ… รักไม่ซื่อ… แน่ใจหรือ… ถือว่าเธอเก่ง… ทางบทเพลงรัก… ไม่คิดพักใจ… ให้ใครสักคน… นอกจาก 3 เพลงนี้แล้ว เพลงอื่นๆ ในชุดนี้ก็ยังมี รักเธอจนหมดหัวใจ, ผิดไปแล้ว, เลือกเกิดไม่ได้ , เธอเท่านั้น, สัมผัสรัก และหญิงคนนี้

    หลังจากนั้นไม่นาน เพียงต้นปี พ.ศ. 2519 ชาตรี ก็ได้ออกผลงานชุดที่ 2 ออกสู่ตลาดทันที โดยมี เพลง ที่ฮิตเปรี้ยงปร้างในยุคนั้น ตามสไตล์ ชาตรี เอง คือเพลง” แฟนฉัน” จุดเด่นของเพลงนี้ อยู่ที่การ บรรยายถึงความรักของชายหนุ่มที่มีต่อแฟนสาว โดยมีการกำหนดการแบ่งเวลาของตัวเอง ในการพบแฟน และการเข้าเรียน และอีกเพลงหนึ่งคือฉันไม่เคยรักใครจริง ที่บรรยายถึงความ เจ้าชู้ของชายหนุ่ม ที่ไม่เคยมีรักแท้ต่อหญิงสาวที่คบหากันอยู่ ฉันไม่เคยรักใครจริงจัง หวังเพียงทาง ขอคลายอารมณ์ เมื่อได้สมใจก็บินหนี … สมใจก็บินหนี …

    จากปกเทป จะเห็นว่า เป็นเทปที่รวม 2 อัลบั้มอยู่ในตลับเดียว ไม่ใช่หมายความว่า ชาตรี จำหน่าย เพลง 2 ชุดพร้อมกันโดยการออกเป็นเทปตลับเดียวกัน แต่เป็นเพราะว่า การทำเพลงในยุคนั้น ยังไม่มีการ ออกเป็นเทปคาสเซ็ต แต่ราคาของแผ่นเสียงก็ค่อนข้างสูง นักฟังเพลงหาซื้อไม่ได้ทุกคน จึงต้องเริ่มบันทึก เป็นเทปคาสเซ็ตออกจำหน่ายในเวลาต่อมา จึงเป็นการรวมเพลงทั้ง 2 ชุดอยู่ในตลับ เดียวกัน

    การทำงานของ วง ชาตรี ยังดำเนินต่อมาอีกนานนับ 10 กว่าปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง นักดนตรีเลย หลังจากที่ชวนเพื่อนชื่อ ประยูร เมธีธรรมนาถ มาร่วมวงอีกคนใน ตำแหน่งคีย์บอร์ด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 กับผลงานเพลงอันคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย มากกว่า 10 ชุด ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามวิถีทางชีวิตของตัวเอง เหลือเพียงตำนานเพลงไว้ให้นัก ฟังเพลงรุ่นหลังได้รำลึกถึงวงดนตรีโฟล์คซองที่มีชื่อเสียงมากในวงการเพลงเมืองไทย

  • โลกคือละคร

    สวัสดีครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สมาชิกบ้านเพลงเก่ายังอยู่ครบกันหรือเปล่า ผมไม่ได้มีเวลา มาเขียนไดโน่สเตชั่น เกือบสามเดือนแน่ะ เพราะเหตุผลหลายประการ แต่เหตุผลหลักก็คือ มีมือไม่มากพอครับ อยากทำโน่นทำนี่เยอะไปหมด แต่ไม่มีมือมากพอนั่นเองครับ

                        สถานีเพลงเก่า กลับมาปัดฝุ่นคราวนี้ก็เพราะผมได้ไอเดียจากการเข้าไปตอบกระทู้ ในกระดาน เพลงเก่านั่นเองครับ โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งดูเหมือนจะมีคน request เพลงละครเก่าๆเยอะเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ผมก็อัพเพลงประกอบละคร ไปเยอะพอสมควร อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ผมก็ยังมีเพลงประกอบละคร ประกอบภาพยนตร์ที่สะสมไว้อีกพอสมควร วันนี้เลยขออนุญาตขุดกรุเพลงเหล่านี้ออกมาให้ฟังกัน อาจจะ ไม่ได้มากมายนัก แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจำเพลงเหล่านี้ได้ดี และคงได้ย้อนรำลึกถึงอดีตว่าตอนที่ละคร เรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรกันอยู่

                        จะว่าไปแล้ว เพลงประกอบละคร หรือภาพยนตร์ โดยส่วนใหญ่ ผู้แต่งเนื้อร้อง คงจะต้อง ทราบถึงเนื้อหา หรือ เรื่องราวของละครนั้นๆก่อน ถึงจะสามารถรวบรวมความคิด ผูกเรื่องราวต่าง ๆ ให้มาอยู่ในเพลงซึ่งมีความยาวประมาณ สามนาทีกว่าๆให้ได้ ละครหรือภาพยนตร์โดยส่วนใหญ่ จะมีเพลง ประกอบมากกว่า 1 เพลง ทั้งนี้ทั้งนั้น คงขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะ หรืออารมณ์ ของเนื้อเรื่อง ตอนพระเอก นางเอก พบกัน หรือ ตอนอกหัก เพราะเพลงเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสการดูหนัง ดูละคร ได้อย่างดีทีเดียว เลยครับ

                      หากย้อนวันเวลากันกลับไป เพลงประกอบละคร ในสมัยก่อน เราอาจจะไม่ค่อยเห็นนักร้องเพลง สตริง หรือเพลงไทยสากล ไปเล่นละคร หรือร้องเพลงประกอบละครเท่าไหร่ นัก แต่มาช่วงหลังๆนี่เอง ที่นักร้อง มักจะไปเล่นละคร หรือเล่นละครจนดังแล้วก็ไปออกเทป ซึ่งเพลงประกอบละครนี่แหละครับ เป็น เพลงที่ค่อนข้างคุ้นหูเรามากที่สุด เพราะทีวีมีอยู่ที่บ้านนี่ครับ เปิดมาทีไร ก็จะต้องได้ยินเพลงประกอบละคร เหล่านี้ไปซะทุกครั้ง เพลงบางเพลงฟังครั้งแรกก็สะดุดหู เนื่องจากความไพเราะของเนื้อร้อง ของบทเพลง ตลอดจนเสียงของนักร้อง ที่ถูกเลือกมาร้องเพลงประกอบ นอกจากนั้น พอเราได้ดูละครเรื่องนั้นๆ แหม มันก็อินไปกับเพลงเข้าไปอีก หลายๆคนเคยบอกกับผมว่า ชอบฟังเพลงละครมาก เพราะว่าฟังทีไรก็เหมือน กับละครเรื่องนั้น ถูก replay ในหัวสมองขึ้นอีกครั้ง ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า เพลงประกอบละคร เนื้อหา เนื้อร้อง ก็มาจากเนื้อเรื่องนั่นเอง ฉะนั้นก็เป็นเรื่องปกติครับ ที่หลังจากได้ฟังเพลงพวกนี้แล้ว เหมือนกับว่า ละครเรื่องนั้นๆ มันเด่นชัดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง

                   ผมเชื่อว่า หลายๆคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ดูละครแล้วย้อนดูตัว” บางคนก็อาจจะได้ย้อนดู แต่บางคนก็อาจจะไม่ได้ย้อนซักเท่าไหร่ ในส่วนตัวของผม ละครต่างๆที่เค้าเล่นให้เราดู เรื่องบางเรื่อง ก็ดีซะจนเราประทับใจ แต่บางเรื่องเราก็ว่า แหม มันช่าง เน่า จนยุงบินกันว่อน หรือที่ฝรั่งเค้า มักเรียกละคร พวกนี้ว่า soap opera นั่นแหละครับ ในความคิดผม ผมว่าก็คงขึ้นอยู่กับตัวของผู้ดูแหละครับ ว่าเรา คาดหวังอะไรจากการดูละคร หากเราคาดหวังว่า จะได้อะไรที่เป็นประโยชน์เป็นข้อคิดในชีวิต ก็คงต้อง เลือกละคร ที่ค่อนข้างซีเรียส มีเนื้อหาไปในทางแบบนั้น แต่หากเราตั้งความหวังไว้แค่ว่า การดูละคร เป็นการดูเพื่อความบันเทิง ดูเพื่อผ่อนคลายตัวของเราเอง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ผมว่า เรื่องอะไรก็ดูได้นะ แม้ว่าจะมียุงบินออกมาเป็นฝูงจากจอทีวีก็เถอะ

                   ตัวละครหลายๆตัวละคร ที่โลดแล่นอย่บนจอทีวี บางคนอาจดูไปก็มีคำถามไปว่า คนแบบนี้มีด้วย หรือในชีวิตจริงๆ ประเภทที่ว่า ตัวร้าย ก็ร้ายไม่รู้จักเข็ดซะที ไม่ยอมกลับตัว แม้ว่า นางเอกผู้แสนดีจะ ให้อภัยเป็นครั้งที่ล้าน หรือพระเอกก็ช่างเป็นคนดี อะไรเช่นนี้ ไม่ว่า น้ำตาจะตกในแค่ไหน ไม่ว่าฟ้าจะถล่ม ดินจะทลาย ก็จะตามรักนางเอกไปเรื่อยๆ (เห็นแล้วเหนื่อยแทน) ดูแล้วในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่น่า จะเป็นไปได้ใช่มั้ยครับ แต่จริงๆแล้วมันมีครับ ยิ่งปัจจุบัน ผมว่ายุคของสังคม ยุคของโลกมันเปลี่ยนไป เพียงแต่ว่า เราจะเจอคนแบบนี้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

                  คนบางคนเค้าอาจจะเป็นคนดีแบบดีมากๆ แต่เราก็จะเริ่มระแวงแล้ว ว่าคนนี้เค้าจะดีกับเรามาก ขนาดนี้เชียวหรอ แล้วเค้าจะมาไม้ไหนกับเราล่ะเนี่ย หรือทำอะไรหวังผลตอบแทนหรือเปล่า สิ่งเหล่า นี้ทั้งหมดทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจกับคนๆนั้นขึ้นมาแล้วแหละครับ ซึ่งความไม่แน่ใจ หรือความ ระแวงของตัวเรา อาจจะไปกระทบใจกับคนที่เค้าทำดีกับเรามากๆ โดยที่เราไม่รู้สึกตัวก็ได้นะครับ ซึ่ง ประเด็นนี้คงต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ เพราะอาจจะทำให้เราเสียคนดีๆ เสียเพื่อนดีๆ ไปโดยที่เรา ไม่รู้ตัวเลยก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็คงต้องใช้วิจารณญาณ ในการคิด พิจารณา เป็นกรณีๆไป

      ในสังคมยุคปัจจุบัน หากเราจะมองว่า คนทุกคนเป็นคนดีทั้งหมด มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะภัย ต่างๆที่มี ก็มาจากคนรอบข้างนี่แหละครับ เป็นสำคัญ ผมว่าการจะคบกับใครสักคน ก็คงต้องดูนิสัย ใจคอกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทุ่มให้กับเค้าเต็ม 100% แล้วก็ไม่ได้ไปติดลบกับเค้า เผื่อใจกันไว้ซักนิดครับสัก 50-50 ถ้าคบไปเรื่อยๆ แล้ว เห็นว่าเค้าดี เค้าโอเค เปอร์เซนต์ของการเผื่อ ค่อยลดลงมา หากวันไหน ที่ความคิดไม่ตรงกัน มีบางประเด็นมันไปกันไม่ได้ ถ้าจะเจ็บ เราจะได้เจ็บน้อยหน่อยไงล่ะครับ

                 อย่างไรก็ตามครับ โดยส่วนตัวผมก็อยากให้สังคมของเรามีพระเอก นางเอก ที่แสนดีอยู่เยอะๆ ในมุมของการปฏิบัติตัวกับสังคมนะครับ ในเรื่องส่วนตัวจริงๆ ผมคงไม่สามารถไปบอกอะไรได้มากกว่านี้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ภูมิหลัง ครอบครัว สิ่งรอบข้าง ของแต่ละคน แต่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า หาก เราจะทำแล้ว เราทุกคนทำได้ครับ โดยเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆก่อน ไม่ว่าจะเป็นการหยิบยื่นน้ำใจ เล็กๆ น้อยๆ ให้แก่กัน เช่น คุณผู้ชาย ก็อาจจะลุกให้ สุภาพสตรี เด็ก และคนชรานั่ง มิใช่คอยแต่นั่งหลับ โดยเฉพาะจะ หลับเร็วมาก เมื่อมีเพศที่อ่อนแอกว่า มายืนใกล้ๆ หรือคุณผู้หญิง เองก็อาจจะช่วยถือของเล็กๆน้อยๆ คนที่ถูกหยิบยื่นน้ำใจให้ เค้าก็จะไปหยิบยื่นน้ำใจให้คนอื่นต่อๆกันไป ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำ คนละ เล็กละน้อย เพียงแค่นี้ ก็ทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะแล้ว จริงมั้ยครับ

    เพลงเฝ้ารอ – OST. ท่านขุนน้อยแห่งสยาม

    เพลงทำไม – OST. กระโปรงบานขาสั้น 1     

    เพลงกนกลายโบตั๋น – OST. กนกลายโบตั๋น

      

    เพลงพี่เลี้ยง- OST. พี่เลี้ยง

      

    เพลงลอดลายมังกร – OST. ลอดลายมังกร

       

    เพลงริษยา – OST. ริษยา

      

    เพลง เพราะมีเธอในโลกใบนี้ – OST. รักเดียวของเจนจิรา

      

    เพลงบัวแล้งน้ำ – OST. บัวแล้งน้ำ

      

    เพลงไม่มีอะไรสาย – OST. ม.6/2 ห้องครูวารี

     

     

    เพลงอยากถาม – OST. ปุกปุย

      

     

    เพลงบาปบริสุทธิ์ – OST. บาปบริสุทธิ์

      

    เพลงหางเครื่อง – OST. หางเครื่อง

  • รำลึกความหลัง…พิงค์แพนเตอร์

    logo2

    รำลึกความทรงจำ โดย…ป้านุช
    ย้อนหลังไปสัก 20 กว่าปีที่ผ่านมา   ในยุคนั้นมีวงดนตรีหรือนักร้องเดี่ยวเกิดขึ้นมากมายราวกับ ดอกเห็ด  ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับยุคนี้มากมายนักจะแตกต่างกันเพียงแค่แนว ดนตรีละ กระมัง   ยุคที่ว่า..ยุคนั้น…ก็ยุคของคนรุ่นดิฉัน  รุ่นที่ถูกใคร ๆ ในบ้านเพลงเก่า  เหมาให้เกียรติ เป็น “ป้า” กันอย่างพร้อมเพรียงไปหมดทั้งบ้าน

    pinkpanther        ย้อนกลับไปถึงในสมัยนั้น วงดนตรีไทยหวนกลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงสุดอีกครั้ง  หลังจากเรา หลงเข้ารกเข้าพงไปฟังเพลงสากลกันซะหัวสั่นหัวคลอน  ทั้งที่ ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง  ว่าเขาร้อง ว่าอะไร  มีความหมายอย่างไร พูดถึงจุดหักเหนี้  ก็คงต้องเอ่ยชื่อถึงวงดนตรี  ที่เรียกว่า มาปฏิวัติ วงการเพลงในบ้านเรา ให้หันกลับมาฟังมาเล่นเพลงไทยกัน  นั่นก็คือ  วงชาตรี  ที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักกันดี เพราะหลังจากที่ วงชาตรี มาบุกเบิกไว้  ก็ทำให้เกิดวงดนตรีน้องใหม่ในแนว สตริงคอมโบ ตามมาอีก มากมายหลายวง หากจะเอ่ยชื่อ ก็คงจะเอ่ยไม่หมดแน่  เพราะคนเขียนก็ แก่ เต็มทน ความทรงจำจึงเลือน รางไปตามกาลเวลา   แต่หากจะถามว่า  วงดนตรีไหน  หรือ นักร้องคนใด ที่ประทับใจที่สุด  ถ้าเป็นภาษา วัยรุ่นสมัยนี้ก็ต้องถามว่า ก็วงไหนหละ  หรือ นักร้องคนไหนหละ ที่ป้าเป็นต้องกรี๊ดแปดหลอด อย่างกับ เสียงนกหวีด ยามได้ยินได้ฟัง  หรือได้เจอะเจอทุกครั้ง จะเป็นใคร หรือ วงไหนไปไม่ได้  เพราะมีวง ดนตรี วงนี้วงเดียว ที่ครองตำแหน่งขวัญใจมาตลอด ระยะเวลา ยาวนานที่ผ่านมา

              ท่ามกลางการเกิดขึ้นของวงดนตรีชั้นนำมากมายในขณะนั้น  มีวงดนตรีวงหนึ่งซึ่ง ใช้ลีลาการ ประสานเสียงร้อง  และการประสานเสียงเครื่องดนตรีอันอ่อนหวาน  นุ่มละมุน ค่อยๆ ดังแทรกแหวก วงการเพลงออกมาอย่างสง่าผ่าเผย “ รักที่แสนหวาน  รักที่แสนหวาน  รักฉันนั้นเพื่อเธอ”     คงไม่มีใครในยุคนั้น  จะไม่รู้จัก เพลง ๆ  นี้   และป้าเชื่อว่าเนื้อเพลงท่อนนี้  ยังหยั่งลึก ติดตรึงอยู่ใน ความทรงจำของใคร  หลาย ๆ คนมาจนตราบเท่าทุกวันนี้  ใช่ค่ะ  วงดนตรีที่ป้าประทับใจจะเป็นอื่นใด ไปไม่ได้  นอกจาก “วง พิงค์แพนเตอร์”   เจ้าของฉายา “เสือสีชมพู” แห่งวงการเพลงนั่นเอง

             คงจะไม่กล่าวถึงที่มาที่ไปของวงดนตรีวงนี้โดยละเอียดอีกเพราะเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว  ว่าหลังจากวงซิลเวอร์แซนด์ สลายวง   คุณวิชัย  ปุญญะยันต์  หนุ่มน้อยสุด จากวง ซิลเวอร์แซนด์  ก็หอบ ความฝัน  ความรัก  ในการร้องเพลงและเล่นดนตรี  มารวบรวมสมัครพรรคเพื่อน  ร่วมกันก่อตั้ง วงพิงค์แพนเตอร์ขึ้นมา  ประกอบไปด้วยณรงค์ อับดุลราฮิม, อดุลย์ วงษ์แก้ว, กรองทอง ทัศนพันธ์, ปนิตา ทัศนพันธ์, ประมาณ บุษกร, ประจวบ สินเทศ, มนู ทองดีมีชัย, เจน เฉลยกาย, ธนะศักดิ์ ไวอาสา  รวมไปถึง นักร้องคู่ขวัญ คุณ โสรยา ศิรินันท์ เจ้าของเสียงเพลง หวาน “รอยเท้าบนผืนทราย”

    โสรยา ศิรินันท์ วงพิงค์แพนเตอร์
    โสรยา ศิรินันท์ วงพิงค์แพนเตอร์

             ความประทับใจของป้า สำหรับวงดนตรีวงนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่เคยบรรยายให้ใครฟัง มาก่อน  คงจะเป็นเรื่องของการแสดงดนตรีของทั้งวง  ทุกครั้ง จะเห็นความพร้อมเพรียง ของนักดนตรี  การให้เกียรติแก่ผู้ชม ผู้ฟัง และเหล่าแฟนเพลง   กล่าวคือ  การแต่งกายจะแต่งชุดสูท หรือชุดสากล  เหมือนกันทั้งวง  อาจแตกต่างในเรื่องของสีสันบ้างเท่านั้น  เราจะไม่มีทางได้เห็น การแต่งกายแบบ ขอไปที  หรือ ขอเป็นอาชีพ  เสื้อขาด  กางเกงแหก  รองเท้าแยกเขี้ยว  เหมือนใน สมัยนี้  ที่บางทีนึกว่า  นักดนตรี  เพิ่งเดินลงมาจากที่นอนแล้วก็มาร้องมาเล่นดนตรีให้เราฟังกัน ไม่ว่าจะแสดงคอนเสิร์ต เล็กใหญ่  ถ่ายทอดออกโทรทัศน์  หรือแค่งานการกุศลเล็ก  ๆ   รับเชิญร่วม แสดงในคอนเสิร์ตกับวงอื่น ๆ  นักร้องอื่นๆ  อีกมากมาย  ทำให้บางครั้ง  อาจได้เล่นเพียงเพลงเดียว หรือสองเพลงเท่านั้น  แต่ เราจะได้เห็นได้พบกับการแสดง การเตรียมพร้อมที่เต็มร้อยทุกครั้ง

    พูด ถึงงานการกุศล  อดที่จะเล่าให้ทุกท่านทราบไม่ได้ว่าบ่อยเหลือเกิน  ที่ทางวงพิงค์แพนเตอร์  ได้รับเชิญให้ไปร่วมแสดงในงานการกุศล  ทั้งที่ไปเป็นวง  หรือไปเฉพาะคุณวิชัย นักร้องนำของวง ท่านเดียว  หรือแม้แต่ไปเล่นเป็นวงดนตรีแบ๊คอัพให้กับศิลปินท่านอื่น  ทางวงก็ให้ความร่วมมือ ด้วยดีแทบจะทุกคำเชิญ  ซึ่งก็อย่างที่ทราบ ๆ กันอยู่ว่าหลายงานเป็นงานการกุศลจริง ๆ  (ก็เล่นฟรีนะสิคะ  แหม  ทำเป็นอ่านแล้วงงนะ) และยังมีอีกหลายครั้งที่  คุณวิชัย ถึงกับเป็นคนต้นคิดออก เรี่ยวออกแรง จัดการแสดงดนตรี  เพื่อหาเงินช่วยเหลือเองด้วยซ้ำไป  อย่างกรณี  ของคุณ  ทนงศักดิ์  ภักดีเทวา  ที่เกิดเจ็บไข้ได้ป่วย  ก็ได้มีการจัดการแสดงนำเงินไปช่วยเหลือเป็นต้น

            ย้อนกลับมากล่าวถึง  การทำงานของวงเสือสีชมพู  แน่นอนว่า  ความ แตกต่างจากวงดนตรีอื่น ๆ  ที่โดดเด่นคือ การประสานเสียงร้องของนักร้องในวงทุกคน  ประสานกันได้กลมกลืน  หวานจับใจ  กอปรกับ การอะเร้นจ์เสียงดนตรี จากฝีมือที่  คนในวงการเพลงต่าง ยอมรับ และยกย่องว่า  อยู่ในระดับ แนวหน้าคนหนึ่งของวงการ  คุณวิชัย  สามารถทำออกมา ได้ดีเหลือเกิน  ไม่ว่าจะเป็นผลงานของวงเอง  หรือ ผลงานของศิลปินท่านอื่น  ที่ได้หยิบยกมาขับมา ร้องกันใหม่  ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ  ถึงขนาดผู้หลัก ผู้ใหญ่ในวงการบางท่าน  เคยกล่าวไว้ว่า  พิงค์แพนเตอร์  นำเพลงของศิลปินเหล่านั้นมาทำได้ดีกว่า ต้นฉบับเดิมเสียด้วยซ้ำไป   บ่อยครั้ง เราจะพบว่า  มีการนำวงออเคสตร้า  มาร่วมบรรเลง ประสานไป ด้วย ในผลงานหลาย ๆ ชิ้นที่ผ่านมา  ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า ความสามารถในการเรียบเรียงเสียง ประสาน ของคุณวิชัย  นั้นเยี่ยมจริง ๆ  เพลงทุกเพลงที่ถ่ายทอดออกมา  จึงทั้งหวาน  ทั้งนุ่ม  ฟังสบาย เสียเหลือเกิน  อีกทั้งสิ่งหนึ่งที่ประทับใจ  แม้บางคนอาจมองว่า  เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย  แต่กับบางคน  เป็นเรื่องปลาบปลื้มเหลือเกินก็คือ  ไม่ว่า  ทางวงจะนำผลงานการแต่งเพลง หรือแต่งทำนอง  ของผู้แต่ง ท่านใดไปแสดง  จะมีการกล่าวประกาศให้ผู้ชมผู้ฟังทราบด้วยเสมอ  สิ่งนี้ ถือเป็นการให้เกียรติแก่้เจ้าของ ผลงานการประพันธ์เหล่านั้นอย่างน่านับถือ

            สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้หละกระมัง  ที่หนุนส่งให้  วงพิงค์แพนเตอร์ ประทับอยู่ในจิตใจของป้า มาช้านาน และไม่ใช่ป้าคนนี้คนเดียวแน่นอน  ที่ประทับใจในวงดนตรีวงนี้   ป้าเชื่อว่า..ยังมีแฟนเพลง อีกหลาย ต่อหลายคน  ที่มีความคิดและมีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้   เพราะอะไรนะหรือคะ  เพราะ  ทุกครั้งที่ไปดูคอนเสิร์ต ของวงพิงค์แพนเตอร์ ส่วนหนึ่งของผู้ชมจะคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน  เพราะจำ ได้ว่า เคยมาดูมาชมด้วยกันหลายต่อหลายคราว   จนพอจะจำหน้ากันได้   คงแบบที่เค้าเรียกกันว่า  แฟนพันธุ์แท้  นั่นแหละค่ะ

    หาก ใครอยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตาละก็  ขอบอกว่าไม่ยากหรอกค่ะ  อีกไม่ช้า ไม่นานนี้  จะมีการ แสดงคอนเสิร์ตแบบเต็มวงเต็มโชว์ของ วงพิงค์แพนเตอร์ อีกครั้ง ลองไปพิสูจน์ด้วยตาคุณเองนะคะ  แล้วถ้าเจอ ป้า คนนี้  ก็สะกิดเรียกกันมั่งนะคะ  สวัสดีค่ะ 

  • คุยกันให้หายคิดถึง ฟรีเบิร์ดส

    head_talk

    สวัสดีค่ะชาวบ้านเพลงเก่าและแฟนเพลง ฟรีเบิร์ด ทุกคนนะคะ วันนี้ลี่และพี่ดาก็ขอเป็นนักข่าวเฉพาะกิจ บุกไปสัมภาษณ์พี่ประวิทย์นะคะ กว่าที่พวกเราจะนัดคุยกะพี่วิทย์ได้ ก็มีอุปสรรคหลายอย่างค่ะ ซึ่งทำให้ภารกิจลับของเรานี้เกือบไม่สำเร็จ

               แต่ความพยายามของเราก็สำเร็จ วันนี้พวกเรานั่งอยู่ตรงหน้าพี่วิทย์แล้วค่ะ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 20 ปี จากหนุ่มน้อยหน้าใส ผมม้า ปากแดงๆที่เราเคยคุ้นตา ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดูใจดี สุภาพ ให้ความเป็นกันเองตลอดเวลาที่ได้พูดคุยกัน ลี่และพี่ดารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะและขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ ที่พี่ได้เสียสละเวลามาพูดคุยกับพวกเราค่ะ

    1

    สวัสดีค่ะ พี่วิทย์
    สวัสดีครับ

    พี่วิทย์คะ เนี่ยพวกเรามีเทปฟรีเบิร์ดอยู่แค่ 4 อัลบั้มเองค่ะที่เหลืออยู่ นอกนั้นหายหมดเลยค่ะ (หยิบเทปมาโชว์ให้พี่วิทย์ดู)
    มีอะไรบ้าง มีมากกว่าผมอีก ( หัวเราะ ) โห… ชุดนี้ (หยิบอัลบั้ม ” คอย ” มาดู) จำไม่ได้แล้ว ไม่มีแล้ว

    เนี่ย… 4 อัลบั้มนี้นะคะ ( คือชุด คอย จบเกมส์ ความผันแปร นกอิสระ )
    ไม่มีแล้ว โห… นี่ พอแล้ว 4 อัลบั้มนี้ สุดยอดแล้ว

    เทปชุดแรก “คอย” ใช่มั้ยคะพี่
    ฮะ

    ย้อนหลังไปกี่ปีเอ่ย
    2526 (ทำท่าคิด)

    แต่ในปกเทปลงไว้ 2525
    อ้าวเหรอ ถ้างั้น 25 ( หัวเราะ ) 25 เหรอ ( พลิกหาที่ตลับเทป )

    ลงไว้ด้านในค่ะ
    ใช่ๆๆ 25

    ตอนนี้พี่ไม่มีเทปเลยเหรอคะ หรือเก็บไว้บางอัน
    ไม่มี

    แล้วเพลง พี่ก็ไม่ได้ฟังเลยเหรอคะ เดี๋ยวนี้
    ไม่ได้ฟังเลย

    เหรอคะ
    มีก็…ฟังวิทยุเปิดบ้าง

    f1

    มีกรีนเวฟเปิดบ้าง ช่วงรำลึกถึง มีเพลงสิ่งสุดท้ายคือเธอ
    ใช่มะ (อมยิ้ม)

    ใช่ๆๆ
    บางทีลืมไปแล้ว คือเราฟังเพลงที่เค้าเปิด เอ๊ะ…อ๋อ…เพลงนี้ของเรานี่

    ลืมใช่มั้ยคะ( หัวเราะ )
    ลืม ( หัวเราะบ้าง )

    ก็ทีนี้ ย้อนหลังกลับไปปีพ.ศ. 2525 พี่เล่าให้ฟังได้มั้ยว่า ก่อนที่จะมาทำเทปมีความเป็นมายังไง ย้อนความทรงจำนิดนึง
    ก่อนมาทำเทปเนี่ย เป็นนักศึกษาน่ะแหละ ก็คือพี่เรียนหนังสืออยู่มหาลัยปี 1 ที่รามคำแหง ซึ่งรามคำแหงนี่ ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ทุกคนก็แบบอิสระมาก ในส่วนของพี่วิทย์เองนี่ก็คือ จะมีโต๊ะ จะมีวงอยู่ประมาณ 10 วง เต็มไปหมดเลย ไม่รู้ใครเป็นใคร ก็จะมีการแลกเปลี่ยนกัน พอถึงเวลามีงาน ในกลุ่มของเรานี่แหละ คือวงนี่ ก็จะแข่งกัน รวมกันอะไรอย่างเนี้ย ก็สนุกอะนะ บังเอิญมีงานนึงตอนปิดภาคเรียน เล่นที่หน้าลานพ่อขุน

    ( ชี้ที่ปกเทปจบเกมส์ ) ทุกคนเลยหรือเปล่าคะ
    ไม่ใช่

    อ๋อ ไม่ใช่กลุ่มนี้
    ( ชี้แต่ละคนในปกเทป ) คนนี้คนละวง คนนี้วงเดียวกัน

    หมายถึง ในรามใช่มั้ยคะ
    ใช่ ทีนี้ เมื่อไปเล่นที่ลานพ่อขุนเสร็จแล้ว ก็มีแมวมองมาติดต่อ สนใจที่จะทำเทปหรือเปล่า เราก็ช็อค

    ตอนนั้นพี่ระย้ายังจัดรายการวิทยุอยู่หรือเปล่าคะ
    คือจริงๆ แล้ว ตอนนั้นพี่ระย้าไม่เกี่ยวเลย แล้วตอนนั้นก็ทำรายการวิทยุแล้ว มี สาว สาว สาว แล้วด้วย แต่ตาไม่ถึง มองไม่เห็นฟรีเบิร์ดส (หัวเราะ)

    คนนี้คือแมวมองที่เป็นคนของค่ายอื่นเหรอคะ
    คือเป็นคนภายนอกนะ

    อ๋อค่ะ แล้วยังไงเอ่ย
    ซึ่งตอนที่พี่เล่นดนตรีอยู่ ปกตินะ พี่ระย้าเค้าก็รู้ แต่ว่า…

    ไม่มองคนใกล้ตัว ?
    เค้าชอบไล่ แบบว่าเสียงดัง ไปเล่นที่อื่นไป อะไรอย่างเนี้ย ( หัวเราะ ) ทีนี้พอมีคนเค้าสนใจ ก็คิดว่า เออ…ก็ดีนะ ได้ประสบการณ์ เค้าไม่ได้คิดถึงธุรกิจนะ แต่ก็ คืออยากเล่น เค้าเล่นดนตรีอยู่แล้วนี่ เค้าบอกพาพวกเพื่อนที่มีความคิดเดียวกัน แนวเดียวกันมาเล่น แล้วเค้าก็เริ่มแต่งเพลง หาเพลงให้พวกเรา อะเร้นจ์กันเอง ซึ่งขณะนั้นนี่ นักดนตรีเด็กๆ อะเร้นจ์เพลงเองกันเองนี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ

    ใช่ ยากนะ
    ส่วนใหญ่ วงรุ่นใหม่ๆ นี่เค้าจะมี producer จัดการให้เรียบร้อย ใช่มั้ยครับ ก็หาวงมาร้องมาเล่น แต่เราทำกันเอง เพราะงั้น รูปแบบทางดนตรีก็เลยออกมาค่อนข้างเปลี่ยนสไตล์ไปเลย

    แล้วตอนนั้น คนพวกนี้ ( ชี้ที่ปกเทป ” คอย ” ) มากันหรือยังคะ
    มาแล้ว

    f2change

    แล้วตั้งชื่อวงหรือยังคะ
    ตอนนั้นยังไม่ตั้งชื่อเป็นฟรีเบิร์ดส แต่ตั้งกันมามากมาย

    ช่วงที่กำลังวางตัวนี่ พี่ระย้ารู้หรือยังคะ
    รู้แล้ว เริ่มรู้แล้ว แต่ว่า ก็ยังไม่เคยทำเพลง ยังไม่ดังน่ะ ไม่ดังหรอก รู้อยู่แล้ว รู้จักกันดีตั้งแต่เด็กอะไรอย่างเนี้ย ก็เลยไม่สนใจอะไร ทีนี้พอเพลงเสร็จปุ๊บ เพลงก็เริ่มออกไป ประมาณเดือนตุลามั้ง

    เอ๊ะ ตอนนั้นที่เพลงออกไปนี่ สังกัดรถไฟดนตรีหรือเปล่าคะ
    ใช่ คือต้องเข้าสังกัดรถไฟดนตรีอยู่แล้ว เพราะว่า…

    จัดจำหน่ายหรือเปล่าคะ
    คือจัดจำหน่าย ใช่โอเชี่ยน แต่รถไฟดนตรีไม่ได้จำหน่าย คือเข้าไปอยู่ในสังกัดรถไฟดนตรี มันต้องมีสังกัด

    แล้วคนที่มาชวนพี่นี่ ฟรีแล้นซ์ ใช่มั้ยคะ ไม่ได้ชวนให้เข้าสังกัดเค้าเหรอคะ
    คือคนที่มาชวนนี่ เค้าก็ไม่ได้อยู่ในรูปแบบบริษัท คือแบบว่า เข้ารถไฟดนตรีนี่ นักดนตรีจะเป็นอะไรที่เค้าดังอยู่แล้ว คือขอเค้าเข้า อะไรอย่างนี้นะ

    แล้วพี่ระย้าได้เริ่มฟังเพลงหรือยังคะ
    เริ่มได้ฟังแล้ว

    แล้ว comment ยังไงบ้างเอ่ย
    ก็… พอใช้ได้ (หัวเราะ) พวกเราเป็นวงใหม่ ต้องมีการโปรโมต ซึ่งตอนนั้นเนี่ย คลื่นแต่ละคลื่นเริ่มเห็นว่าเป็นเพลงที่แปลก ก็เริ่มเชียร์กัน

    เพลงแรกที่เชียร์กัน คือสิ่งสุดท้ายคือเธอ หรือเปล่าคะ
    ใช่ สิ่งสุดท้ายคือเธอ เอ๊ะ คอยมั้ง น่าจะคอยก่อน แล้วก็มาสิ่งสุดท้ายคือเธอ ไม่มีมิวสิควิดีโอ ไม่มีอะไร ตอนนั้นเนี่ยนะ

    ทีวีก็ไม่มีออก
    ไม่มี แล้วก็ไปออกที่นี่ก่อน ดุสิตธานี

    ตอนนั้นเริ่มดังหรือยังคะ หรือว่าก้ำกึ่ง
    คนเริ่มได้ฟังเพลง เค้ายังไม่เคยเห็นหน้า เค้าเลยรู้จักวงนี้ แล้วไปที่ดุสิตธานี ตอนนั้นวงแกรนเอ็กซ์เล่น แล้วฟรีเบิร์ดสเป็นวงเสริมไป ทีนี้พอเดินออกไป ก็มีวัยรุ่นคนนึงตะโกนขึ้นมา บรรยากาศใน hall ตอนนั้น ก็เลยเหมือนมีแนวร่วม อารมณ์มันมาก ทุกคนเลยตะโกนกรี๊ดกันใหญ่ เชื่อมั้ย ตอนนั้นฟรีเบิร์ดสเนี่ยปรับเครื่องยังปรับไม่เป็นเลย เวลาเล่นก็เล่น หูอื้อไปเลย ใหม่มาก ทุกคนก็สนุกมากวันนั้น มาถึงธันวาคม เป็นช่วงที่จะออกทีวีสู่สาธารณชนเนี่ยนะ ออกช่อง 5 รายการโลกดนตรี

    ตอนนั้น เทปวางแผงแล้วใช่มั้ยคะ
    วางแล้ว มันอาจจะมีกระแสมาจากดุสิตธานี เพราะมันมืด เห็นไม่ชัด มาดูช่อง 5 ดีกว่า ประตูใหญ่ช่อง 5 แตก

    โห……………
    ดีนะที่ตอนนั้นแฟนๆ เค้าไม่เป็นอะไร ถ้าเป็นอะไรล่ะแย่เลย ครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ช่อง 5 ย้ายเวทีออกมาข้างนอก เมื่อก่อนจะอยู่ใน hall จุคนได้ประมาณ 6-700 คนเองมั้ง

    ไม่เยอะหรอก ข้างในไม่เยอะค่ะ
    ใช่มั้ย น้อยนะ ได้ไปหรือเปล่า

    ไม่เคยไป แต่ว่าดูในทีวีเอาค่ะ
    ไม่เยอะ ไม่เยอะ แต่ว่า ข้างนอกมันดันเข้ามาไง มากๆๆๆๆ ทีนี้พอคนนึงล้ม ก็เป็นโดมิโน ล้มกันหมด

    ช่วงนั้น พอออกรายการโลกดนตรีแล้ว…
    ทะลุเลย ดังเลย

    แล้วช่วงนั้นงานเยอะมั้ยคะ
    เยอะมาก

    แล้วพี่รู้สึกยังไงบ้างคะ
    รู้สึกแปลกๆ เพราะชีวิตมันเปลี่ยน จากคนที่เดินเข้าซอยบ้าน ไม่มีใครอยากจะมองเลย ก็มาแอบดูเรา คนข้างบ้านก็บอก ไอ้นี่นี่หว่า เห็นหน้ามาตั้งนานแล้ว ไม่เคยดูหน้ามันจริงๆ ซะที คนที่ไม่เคยมาหาเราก็มา (หัวเราะ)

    ช่วงนั้นที่ดังมากๆ สาวกรี๊ดกันทั่วนี่ มีแปลกๆ มั้ยคะ
    มี ก็มีเยอะ มีกระทั่งแฟนเพลงฟรีเบิร์ดชอบมาที่บ้าน จนกระทั่งพ่อแม่ของน้องๆ แต่ละคน สงสัยว่า ไอ้หมอนี่เป็นใคร เค้าก็กลัวจะไปทำอะไรลูกสาวเค้า ลูกเค้ามาที่บ้าน ก็เลยพาพ่อแม่มา เป็นสิบๆ คนที่มีพ่อแม่มา คือแต่ละคน แต่ละคนก็มา แต่ไม่ได้มาวันเดียวกันนะ คือคนโน้นก็มาดูบ้าน อะไรอย่างเนี้ย พอเห็นพี่วิทย์ แล้วก็เห็นคุณแม่ เค้าก็วางใจว่าปลอดภัย มากันทีก็จะมี 7-8 กลุ่ม หรือ 10 กลุ่ม แล้วแต่ละกลุ่มก็ไม่ถูกกัน

    จริงเหรอคะ
    ไม่ถูกกัน กลุ่ม 5 คน 7 คน 8 คน แล้วถ้าพี่วิทย์ไปคุยกับใครมากกว่า จะโกรธ พอจะคุยกัน ก็ต้องเรียกมาคุยกัน คุยพร้อมๆ กัน เข้าใจว่า ก็อยากให้เราใกล้ชิด

    จากที่ประสบความสำเร็จชุดแรกนี้ อีกนานมั้ยคะกว่าที่ชุดที่สองจะออก
    ปีครึ่ง

    ปีครึ่งนี่ อัลบั้มชุดที่สองนี่ชื่อชุดอะไรคะ มีมั้ยคะ
    จบเกมส์ จบเกมส์นี่ออกช่วงน้ำท่วมพอดี 27

    แล้วมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมั้ยคะ
    ก็น้ำท่วม ท่วมมาก

    แล้วยอดขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือไงคะ
    ยอดขายดี แต่ ปัญหาก็คือว่า เล่นคอนเสิร์ตมันทุลักทุเล ทุกอย่างมันทุลักทุเลหมด น้ำท่วมใหญ่มากๆ

    ช่วงที่มีตะลุมพุกหรือเปล่าคะ
    สงสัยใช่มั้ง ไม่รู้ ท่วมมากๆ กรุงเทพฯ หนักมากตอนนั้น ช่วงนั้น การเล่นคอนเสิร์ต จริงๆ แล้วก็ไม่น้อยลงนะ แต่ว่า cancel ไปเยอะ ไปไม่ได้

    หน้ารามคำแหงจะเป็นคลองเลยตอนนั้น
    อ้า… ใช่ ท่วมเยอะมาก

    ความสัมพันธ์ในวงนี่ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยคะ
    ไม่มีปัญหา ก็คบกันเหมือนเดิม

    พออัลบั้ม จบเกมส์ ปุ๊บ..
    มา พบเธอ ชุดที่สาม ในนี้ไม่มี พบเธอ ก็ยังเหมือนเดิมอยู่

    ช่วงชุดที่สอง กับชุดที่สามนี่ นานมั้ยคะ อีกประมาณปีกว่าๆ ???
    เฉลี่ยแล้วก็ประมาณปีครึ่งอะนะ

    พบเธอ แล้วมาอะไรอีก พี่พอจำได้มั้ยคะ
    นี่ไง ความผันแปร

    แล้วอะไรอีกคะพี่
    แล้วก็นกอิสระมั้ง (จำไม่ค่อยได้)

    wit

    อันนี้คือเดี่ยวหรือเปล่าคะ
    นกอิสระไม่เดี่ยวนะ

    เห็นพี่คนเดียว แต่มีคำว่า ฟรีเบิร์ดส
    มีคนอื่นด้วยไม่ใช่เหรอ ไม่น่าจะเดี่ยว เออ… มีก่อนหน้านี้อีกวงนึง ใช่ ชุดนี้พี่ไปเมืองนอกแล้ว

    พี่กลับจากเมืองนอกแล้ว
    ใช่เปล่า

    ไปนอกนานมั้ยคะ
    4 ปีครับ 2 ปีกลับมาที กลับมาทำชุดนกอิสระ แล้วก็ไป

    ไปเรียนต่อที่ประเทศไหนคะ
    อเมริกา ต่อปริญญาโท

    ก่อนไปนี่ แฟนเพลงรู้สึกยังไงบ้างคะ
    เยอะ ไปส่งกันเยอะ

    แล้วพี่ตัดสินใจยังไง ถึงไปช่วงที่กำลังทำเทป
    จริงๆ แล้ว ไม่อยากไปหรอก แม่บังคับให้ไป แต่โชคดีแล้วที่ไป ไม่ไปละแย่เลย (หัวเราะ)

    ทำไมล่ะคะ
    ปริญญาตรีกินอะไรล่ะตอนนี้ ตายเลย กินแกลบ คือเราไม่กล้า พอเราไป แล้วเราก็กล้าขึ้น เราจะได้มีประสบการณ์ทางการศึกษา สมัยนี้วุฒิการศึกษามีความสำคัญในการทำงาน อย่างน้อยก็ดีกว่าปริญญาตรี ปริญญาตรีเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วตอนนี้ ใช่มั้ยครับ แต่ปริญญาโทยังน้อยอยู่ (เห็นด้วยค่ะๆ)

    เรียนด้านไหนเอ่ย
    MARKETING

    แล้วพอช่วงกลับมา ก็เลยคิดว่าจะทำเทปให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงอีกอัลบั้มนึง หรือมี PROJECT ก่อนหน้านี้แล้ว
    คุณระย้าเค้าบอกว่า น่าทำอีกซักชุดนึง

    แล้วพอไปอีก 2 ปี กลับมามีอัลบั้มอะไรอีกคะ
    อันนี้ ( หยิบเทปชุดนกอิสระ )

    นี่ช่วงปีพ.ศ.ไหนคะ จำไม่ได้ ดูปกก่อน 29 นี่เริ่มปี 29
    นั่นล่ะ ทำช่วงนั้นแหละ 29 แต่ไม่ได้ออก 29 ออก 30

    นี่เดี่ยว หรือหมู่นะ
    จริงๆ แล้วน่าจะอัดเป็นวง มีคน ARRANGE พี่จำไม่ได้เหมือนกันนะ ( ดูในปกเทป ) ใช่ ชุดนี้ใช้ ARRANGER แล้ว คือมีคนทำเพลงแล้วพี่วิทย์ไปร้อง

    ไม่ใช่วงแล้วนะคะ
    ไม่ใช่แล้ว

    แล้วจากชุดนี้ ยังมีอะไรอีกคะ
    จะมีไกลเกินฝัน (คิด) ใช่ๆ ไกลเกินฝัน

    อัลบั้มสุดท้ายหรือยังคะ
    ยัง กลับมาก็ทำอีก 2 ชุด คือ นอกเวลา แต่นอกเวลาไม่ได้โปรโมตแล้ว เพราะพี่วิทย์ทำงานแล้ว แล้วก็ชุดสุดท้าย ก็คือชุด ขอร้อง

    ออกช่วงปีพ.ศ.ไหนคะ
    37 หรือ 38

    ยังไม่ถึง 10 ปี
    ไม่ถึง

    พี่จบกลับมาแล้วใช่มั้ยคะ
    จบแล้ว ทำงานแล้ว

    แต่ยังไม่ได้ทำงานตัวเอง ใช่มั้ยคะ
    ยังๆๆ ทำอยู่ THE NATION

    แล้วคิดยังไง ถึงคิดว่าจะพอที่ชุดสุดท้ายนี่คะ
    คือเราไม่มีเวลาไง ทำเพลงต้องเล่นคอนเสิร์ต ถ้าทำเพลงไม่เล่นคอนเสิร์ตน่ะยาก โปรโมตลำบาก เราก็คิดว่า โอกาสที่เราจะเปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อนน่ะ คงไม่ได้แล้ว เพราะไม่ใช่ศิลปินนักดนตรีโดยตรง ถ้าโดยตรงจะต้องมีเวลาให้ เคลียร์คิวให้ตลอด

    เป็นอาชีพ?
    ใช่ แต่นี่… อาชีพเราคือนักธุรกิจ ก็จะบอก คอนเสิร์ตคงไม่ได้นะ คงไม่มีเวลา เจ้านายคงไม่ยอมด้วย คือไม่ค่อยตรง FIELD เท่าไหร่ ก็แค่อยากทำ มีเวลาว่างเราก็ทำ ทำด้วยความสนุกมากกว่า เรามีเพลง มีความสุข

    แล้วนักดนตรีในวงทุกคน ทำอะไรกันอยู่คะ
    ทุกคนก็ยังเล่นดนตรีอยู่นะ คนนี้อยู่เชียงใหม่ คนนี้ชื่อนัท ชลธี ตอนนี้เสียชีวิตแล้ว

    นานหรือยังคะ
    หลายปีแล้ว พี่วิทย์ไม่รู้ด้วยซ้ำ

    ช่วงนี้ยังติดต่อกันอยู่หรือเปล่าคะ
    ติดต่อ ยังติดต่อกันอยู่ คนนี้เล่นอยู่เชียงใหม่ชื่อ บู๊ธ คนนี้ก็อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน เล่นดนตรีเหมือนกัน คนนี้ทำธุรกิจแล้วชื่อ ต้อ แล้วคนนี้ชื่อ ตุ๋ย ตอนนี้ทำธุรกิจเสื้อผ้า

    แล้วทำไมชุด 2 ถึงไม่มีพี่ตุ๋ยล่ะคะ
    ชุด 2 เค้าไปบวช

    แล้วชุดต่อไปมีเค้ามั้ยคะ หรือว่าไม่มีเลย
    รับเชิญ ส่วนใหญ่ก็รับเชิญ ก็ออกไปทำด้านการค้าแล้ว

    แล้วทุกวันนี้ ยังเจอกันอยู่หรือเปล่าคะ
    เจอกัน

    ยังติดต่อกันอยู่ใช่มั้ยคะ
    ( นิ่งไปเล็กน้อย ) จะบอกให้ก็ได้ 20 ปีเนี่ยจะมี RE-UNION FREE BIRDS

    นี่ๆๆๆๆ ว่าจะถามอยู่พอดีเลยค่ะ
    แต่ยังไม่ SET UP กันนะ

    จริงเหรอคะ แล้วบอกด้วยนะคะ จะโปรโมตในเว็บให้
    ได้ๆ

    คิดอยู่ใช่มั้ยคะ ว่าจะทำ
    ไม่ได้คิดอยู่ แต่กำลังติดต่อ ถ้าคิด คงไม่คิดอยู่แล้ว เพราะว่าไม่มีเวลาจะทำ

    ประมาณเดือนไหนคะ
    คงจะ เท่าที่มองๆ นะ น่าจะกลางๆ ปี ถึงปลายปี ช่วงเลย 6 เดือนไปแล้ว คือการรวมตัวนี่สำคัญนะ หนึ่งคือ ร่างกายต้องพร้อม ต้องฟิต พูดง่ายๆ ว่าต้องฟิตนะ ต้องฟิตเรื่องเสียง เรื่องอะไรต่างๆ ฟิตเรื่องเพลง ซ้อมเรื่องเพลง ต้องใช้เวลานะ สำหรับการที่เราไม่ได้เจอกันนานๆ คือมันเป็นงานนะ ต้องไม่ให้เสีย ต้องดี และจะให้ดี ทุกอย่างต้องพร้อม

    จัดที่ไหน พอจะทราบหรือยังคะ ศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือเปล่า
    คงในแนวนี้มั้ง ก็มีคนติดต่อมา

    ทำเลย ทำเลยค่ะ พี่วิทย์ เอาใจช่วยค่ะ
    กำลังมองกัน คุยกันอยู่

    มีคนคิดถึงกันเยอะนะคะ วันก่อนยังเห็นในเว็บพันธุ์ทิพย์ ถามถึงฟรีเบิร์ดสกัน เพราะพี่จะหายไปเลย ศิลปินคนอื่นยังพอเห็นหน้ากันบ้าง
    ใช่ๆ เพราะคนที่ทำเพลงไม่ถึง 10 ปี เค้า RE-UNION กันหมดแล้ว บางคนไม่ถึง 5 ปี 10 ปี เค้าก็มีรวมเพลงเก่า

    แล้วพวกเพื่อนในวงการ มีวง สาว สาว สาว ด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่า เป็นรุ่นพี่
    สาว สาว สาว นี่เป็นรุ่นน้อง แอม กับ ปุ้ม เนี่ยนะ

    ได้ติดต่อกันบ้างหรือเปล่าคะ
    ช่วงหลังนี่ FADE หายไปเลยนะ แต่เจอกันก็กรี๊ดกร๊าดกัน

    ช่วงนี้ พี่ระย้ายังทำอะไรอยู่คะ
    พี่ระย้าช่วงนี้ จะทำแนวเพื่อชีวิต ไม่ได้ทำเพลง POP แล้ว หนักไปทางเพื่อชีวิตแล้ว

    แล้วพี่ตะวัน ยังอยู่มั้ยคะ
    อยู่

    ทำอะไรอยู่คะ
    ก็ทำเกี่ยวกับธุรกิจ

    แต่ก่อนรายการวิทยุอะไรนะคะ ที่พี่ระย้า กับพี่ตะวันจัดด้วยกัน
    น่าจะรถไฟดนตรี

    ช่วงนี้พี่ทำอะไรอยู่คะ ทำธุรกิจอะไรคะ
    ช่วงนี้เหรอ ทำบริษัท อีร่าครีเอชั่น ทำเกี่ยวกับพวกสกัดแมลง

    มีอะไรบ้างคะ สินค้าในบริษัท
    มีแยะ มีชอล์คอีร่า ผงอีร่า สกัดพวกปลวก พวกแมลงต่างๆ (ดังนะ เคยเห็นโฆษณา)

    ยี่ห้อนี้คิดขึ้นมาเองเหรอคะ
    ดั้งเดิมแล้ว สมัยคุณแม่ แล้วพี่วิทย์มาทำบริหาร เรามีโรงงานเป็นผู้ผลิตเอง

    มีโรงงานที่ไหนบ้างคะ
    ที่สมุทรสงคราม ราชบุรี แล้วก็มีปุ๋ย ยี่ห้อ แซนดร้า, อีแวนด้า ใช้ในนาข้าว พืชไร่ พืชสวน ของกินได้นี่ใช้ปุ๋ยยี่ห้ออีแวนด้าหมด

    พี่วิทย์มาทำของตัวเองกี่ปีแล้ว จากเมื่อก่อนที่ทำเนชั่น
    ที่นี่เมื่อก่อนนำเข้านะ ทีนี้คุณแม่อยากตั้งโรงงานผลิตเอง เลยให้พี่วิทย์มาบริหาร ก็เลยมาตั้งโรงงาน สินค้าของเราตอนนี้ก็อยู่ในห้าง 4-5 ตัว เร็วๆ นี้ ก็จะมียากันยุงด้วย

    พี่วิทย์ได้ฟังเพลงปัจจุบันบ้างมั้ยคะ
    ฟังบ้าง

    แล้วพี่วิทย์คิดว่า แตกต่างจากตอนที่พี่ทำยังไงบ้าง
    ไม่ใช่ไม่ดีนะ เดี๋ยวนี้ก็ดี คือแต่ละยุคก็มีความเด่น ความทันสมัยของมัน ดนตรีสมัยนี้ของเค้าก็เก่ง มีเอกลักษณ์ของตัวเอง คือแต่ละคนก็นำสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง สร้างรูปแบบของตัวเอง จริงๆ แล้ว เพลงที่ไม่ดีก็ยังมีอยู่ อยู่ที่ว่าเราจะมองยังไง เพราะไม่งั้นก็คงเป็นเพลงไม่ได้ มันก็ต้องเป็นตัวโน้ต บางตัวสวย บางตัวไม่สวย แต่มันก็มีความเป็นเอกลักษณ์

    เพลงของพี่วิทย์พอเอามาฟังใหม่อีกรอบ ไม่เชยเลยนะคะ ยังจำเสียงโซโล่กีตาร์ พี่เป็นคนดีดกีตาร์เองใช่มั้ยคะ ทุกเพลงจะเน้นเสียงโซโล่กีตาร์ ให้คนอื่นฟัง เค้าก็ถามว่า เพลงใคร ออกใหม่เหรอ
    จริงๆ แล้ว เพลงในรูปแบบของฟรีเบิร์ดส แนว COUNTRY ROCK นี่น้อยมาก เพลงส่วนใหญ่ตั้งแต่สมัยก่อน มาจนถึงเดี๋ยวนี้ จะเป็น POP, POP ROCK หรือไม่ก็ ROCK เพราะงั้น จึงเป็นคนละรูปแบบ นักร้อง นักดนตรีสมัยนี้ อาจจะทำเพลงแบบนี้ยาก เพราะต้นแบบคือ เพลงฝรั่ง ในยุคนี้ มันไม่มีแล้ว

    แล้วตอนนั้น พี่เอาวงไหนเป็นต้นแบบคะ
    ต้นแบบ COUNTRY ROCK – THE EAGLES เราชอบเพลงแบบนั้น ก็เลยทำเพลงคล้ายๆ กัน ในแนวเดียวกัน เพลงในแนวนี้ จะฟังสบายๆ ไม่หวือหวา ไม่เด่นอะไรมากมาย ฟังได้ตลอด

    แล้วทุกวันนี้ มีคนจำพี่ได้มั้ยคะ
    มีครับ (ยิ้ม)

    แล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ
    ดี ดีนะ ดีใจนะ ผ่านมา 20 ปีแล้ว ก็ยังมีคนรู้จัก จำได้ เพราะรูปแบบพี่เมื่อก่อน ผมยาว หน้าม้า จะแตกต่างจากตอนนี้

    แต่ก็ไม่เปลี่ยนนะคะ ดูหนุ่มอยู่เลย พี่ตัดแค่ผมอย่างเดียวเอง
    เหรอ ก็ดีใจที่คนเค้ายังจำได้

    2

    อยากให้พี่ฝากข้อความถึงแฟนเพลงเว็บบ้านเพลงเก่าและแฟนเพลงฟรีเบิร์ดสค่ะ
    ก็…ขอบคุณนะ ขอบคุณแฟนๆ โดยเฉพาะแฟนฟรีเบิร์ดสที่ได้ฟังเพลงกัน ได้เจอกัน ยังประทับใจเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างเนี้ย ยังประทับใจ มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน คือน้องๆ สมัยนั้น ตอนนี้ก็คงเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว อยากจะให้มีชีวิตที่ดี สุขภาพที่ดี มีสติปัญญาที่ดี แล้วมันก็จะทำงานได้ ถ้าหากเราไม่มีชีวิตที่ดี เราไม่มีความสุข ทำงานยากนะ มีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่ดี และก็มีพลัง เราก็จะมีพลังในการทำงาน เวลาป่วยแล้วแย่ ทำอะไรไม่ได้ ก็ให้ทุกคนมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ เวลามีข่าวคราวเกี่ยวกับฟรีเบิร์ดสล่ะก็ เชียร์ๆ กันหน่อยแล้วกัน (หัวเราะ)

    ก่อนจากกัน พวกเราทำของที่ระลึกเป็นกรอบรูป และซีดีรวมฮิตของฟรีเบิร์ดส มามอบให้พี่ค่ะ อันนี้ทำเองค่ะ รับรองว่าไม่มีขายแน่ๆค่ะ (มอบของให้) พวกต้องขอรบกวนพี่วิทย์เท่านี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะพี่
    สวัสดีคร๊าบบ

    3

    freebird_gift

    cd

    เป็นไงบ้างคะ สำหรับการพูดคุยกับพี่วิทย์ คงทำให้พวกเราหายคิดถึงฟรีเบิร์ดสกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ ที่พิเศษสำหรับชาวบ้านเพลงเก่า

    ส่วน รายละเอียดของการจัดคอนเสริตรำลึกของวงฟรีเบิร์ตที่จะมีในเร็วๆนี้นั้น ถ้ามีอะไรคืบหน้า พวกเราจะรีบมาบอกกันให้ทราบเลยค่ะ ยังไงก็เข้ามาเยี่ยมเวบบ้านเพลงเก่าบ่อยๆนะคะ จะได้ไม่ตกข่าว
    และถ้าใครคิดถึงศิลปินเพลงเก่าคนไหน ช่วยกันเขียนแสดงความคิดเห็นมานะคะ ถ้าเราสามารถติดต่อศิลปินท่านนั้นได้ พวกเราจะไปสัมภาษณ์มาให้อ่านกันค่ะ

    บทสัมภาษณ์โดย : พี่ดา & มอลลี่ ณ ป๋อคลับ 23/1/2003