อัลบั้ม ภาพบาดตา

ฝันไปเถิด
เมฆดำ
ฝน
เรียนเป็นหลัก
เอ๊าะๆ ม.6
ทำยังไงดี
เพื่อนใจ
ร้อน
หนาว
ร้องไห้เถอะเรา
อัลบั้ม ภาพบาดตา

สมาชิก อ๊อพติค อัลบั้ม อดีตรัก
กระกฤต จริยะโชติสกุล คีย์บอร์ด, ร้องนำ
วิชัย จิตส่งสุขสันต์ คีย์บอร์ด
สมชัย ตระกูลพัฒนกร กลอง, ร้องนำ
สมพร อาชวกิจโกศล เบส
สมชาย ฐิติโรจน์ไพบูลย์ กีตาร์
เลิศชาย เปรื่องสุวรรณ กีตาร์
อัลบั้ม อดีตรัก

อดีตรัก
รักเพ้อเจ้อ
สำเนียงรัก
รอรักคืน
แผลใจ
พลังรัก
พ่อเหงา
ฝืนดวงใจ
สาว 19
เพียงเธอเข้าใจ
สมาชิก อ๊อพติค อัลบั้ม ดั่งสัญญา
เลิศชาย เปรื่องสุวรรณ กีตาร์
ธนา ศิริจันทร์สว่าง ร้องนำ
วีระ เดชไกรวัลย กีตาร์
สุวิน ปราธนานนท์ เบส
ประพัฒน เขียวประภัสสร คีย์บอร์ด
ธนะชัย โหสุวรรณ คีย์บอร์ด
คทาเทพ เลิศธนากร กลอง
อัลบั้ม ดั่งสัญญา

อิทธิ พลางกูร มีชื่อจริงว่า เอกชัยวัฒน์ พลางกูร
เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2498
อิทธิ ฉายแววนักดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก ได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากพี่ชาย และสามารถเล่นเพลงของจิมมี เฮนดริกซ์ และวง ครีม ซึ่งถือว่าเล่นยากมากได้ตั้งแต่อยู่ชั้น ม.ต้น
อิทธิเข้าสู่วงการเพลงด้วยการเป็นสมาชิกวง “เดอะ เบสส์” ซึ่ง มีสมาชิกยุคเริ่มแรกคือ
สุรสีห์ อิทธิกุล ในตำแหน่งมือเบส
สมชาย กฤษณะเศรณี ตำแหน่งมือกลอง
ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว (ปั่น) เป็นนักร้องนำ
อิทธิ พลางกูร รับหน้าที่ เล่นกีตาร์
มีเพลงฮิตอย่าง หัวใจขายขาด ซึ่ง และเพลง เมื่อใดฉันไร้รัก อิทธิ พลางกูร ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี พ.ศ. 2531 ชื่อชุด “ให้ มัน แล้ว ไป” กับสังกัดอาร์.เอส.โปรโมชั่น และเพียงแค่อัลบั้มแรกก็ประสบความสำเร็จสุดขีด โดยเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ ให้มันแล้วไป และ เก็บตะวัน นอกจากจะประสบความสำเร็จทางยอดขายแล้ว มิวสิกวิดีโอเพลง เก็บตะวัน ก็ยังได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ชนะเลิศ สาขามิวสิกวิดีโอดีเด่น อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเพลงฮิตอื่นๆ เช่น ยังจำไว้
กลางปี พ.ศ. 2545 อิทธิ พลางกูร ป่วยเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ต่อมาทางอาร์.เอส.โปรโมชั่น ได้ให้ความช่วยเหลือออกอัลบั้มอีกชุด ในชื่อชุด เวลาที่เหลือ และทำอัลบั้มพิเศษ ในชื่อชุด “A Tribute To อิทธิ พลางกูร” และจัดคอนเสิร์ตใหญ่ขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ซึ่งอิทธิ ได้ขึ้นแสดงและร้อง 3 เพลง คือ เพลง กาลเวลา ร่วมกับเทียรี่ เมฆวัฒนา เพลง ไม่ธรรมดา ร่วมกับอุกฤษฎ์ พลางกูร พี่ชาย และเพลงสุดท้ายคือ ยังจำไว้ ที่อิทธิร้องเดี่ยวและสะกดผู้ชมทั้งงาน พร้อมกันนี้ภรรยาพร้อมลูก ๆ ก็ได้ขึ้นเวทีแสดงด้วย โดยเพลง ยังจำไว้ ถือเป็นเพลงสุดท้ายในชีวิตที่อิทธิ พลางกูร ร้องเดี่ยวต่อหน้าผู้ชม จนกระทั่งวันที่ 11 พฤศจิกายน 2547 เวลา 9.00 น. ก็มีอาการทรุดหนัก โดยอิทธิได้สิ้นลมหายใจเมื่อเวลา 16.00 น
ให้มันแล้วไป (พ.ศ. 2531)

ให้มันแล้วไป
เก็บตะวัน
ไปต่อไป (พ.ศ. 2532)
กายช้ำ
อิทธิ 3 เวลา (พ.ศ. 2533)

อิทธิ 4 ป้ายแดง (พ.ศ. 2535)

อิทธิ 5 กำลัง D (พ.ศ. 2536)
อิทธิ 6 ปกขาว (พ.ศ. 2539)
อันปลั๊ก เชดส์ ออฟ เลิฟ (พ.ศ. 2541)
อิทธิ & กีตาร์ไม้ (พ.ศ. 2542)
เวลาที่เหลือ (พ.ศ. 2547)
อัลบั้มรวมเพลง
องศาไฟ พ.ศ. 2534
เมื่อใดฉันไร้รัก
แทนค่านับพันของคืนวันหวาน (2533)

รวมหวานวันเก่ากับ COCO JAZAA

เพราะความหวานในคืนวันเก่า ไม่เคยจางหาย
อัลบั้ม หอมกลิ่นความฝัน ร่วมกับ วงไทละเมอ (2533)

ศิลปินนอนเปล (2534)

อัลบั้ม จากเพื่อนถึงเพื่อน (2536)
จากเพื่อนถึงเพื่อน
ชุดลำลอง (2539)


ปี 2513 วงดนตรีประเภทสตริงคอมโบเกิดขึ้นมากมาย เพราะอิทธิพลของเพลงตะวันตกแทรกซึมเข้ามา ในวงการเพลงไทยอย่างแพร่หลาย ถึงขั้นมีการจัดการประกวดสตริงคอมโบขึ้นเป็นครั้งที่ 1 และจัดเรื่อยมา จนถึงครั้งที่ 3 ปี 2514
นคร เวชสุภาพร สมาชิกคนแรกของวง สนใจเล่นดนตรีตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ วิทยาลัยบพิตรพิมุข และไดัชักชวนเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีชื่อว่า “Extreme” ซึ่งเพลงที่นิยมเล่นเป็นเพลง Under ground ชอง Grand Funk Railroad กับ Jimi Hendrix and Experience และเมื่อมีการประกวดสตริงคอมโบครั้งที่ 3 ซึ่ง นคร และเพื่อนๆ สนใจที่จะเช้าร่วมประกวด แต่ชื่อวงที่จะใช้ชื่ออะไรในใบสมัคร? เพราะ Extreme เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเล่นๆ
ในที่สุดก็นำชื่อของสองวงที่ชื่นชอบมารวมกันเป็น GRAND EXPERIENCE แต่เพื่อนๆ มักเรียกชื่อนี้ไม่ได้เพราะออกเสียงยาก และยาวเกินไป พอดีในช่วงนั้นที่ประเทศญี่ปุ่นมีงานเอ็กโป ในโปสเตอร์เขียนว่า EX’ 70 ซึ่งย่อมาจาก “เอ็กซ์โป 1970” จึงนำมาใช้บ้างโดยเปลี่ยนจาก EXPERIENCE กลายเป็น EX’ แทน เป็นที่พอใจและใช้ชื่อ GRAND EX’ นับจากนั้นมา
ในนามของ GRAND EX’ วงดนตรีสตริงคอมโบ ประเภทนักเรียน วิทยาลัยบพิตรพิมุข ประกอบด้วย
นคร เวชสุภาพร กีตาร์ Solo (หัวหน้าวง)
ประสิทธิ์ ไชยะโท กลอง
วราวุธ หิรัญวรรณ เบส
กำธร จิ้มลิ้มจินดา กีตาร์คอร์ด
สมมาตร ธูปจินดา ออร์แกน
ดำรง ชื่นเจริญสุช โฆษก และ นักร้อง
ณรงค์ เผือกห้าวหาญ นักร้องนำ
การประกวดสตริงคอมโบครั้งที่ประเภทนักเรียน วงมัมมี่ได้รางวัลชนะเลิศไปครอง ส่วนวง GRAND EX’ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน เนื่องจากแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยใส่เสื้อขาว กางเกงขายาวสีดำ ผูกเน็คไท และผมสั้นกันเหมือนกันหมดทุกคน แม้จะเล่นดนตรีร๊อค ต่างจากวงอื่นในสมัยนั้นนิยมไว้ผมยาว
เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัยบพิตรพิมุข เพื่อนๆ ต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อ นคร สอบเอ็นทรานส์ได้ที่มหาวิทยาลัยศิลปกร ทับแก้ว นครปฐม แต่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อจะได้มีเวลาซ้อมดนตรีกับเพื่อนๆ นคร จึงปรึกษาคุณพ่อ คุณแม่ และตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งความตั้งใจในช่วงนั้นอยากจะลองเล่นดนตรีอย่างจริงจังสัก 2-3 ปี
แกรนด์เอ็กซ์ในยุคแรกเริ่มสลายตัวไป เพราะบางคนต้องการเรียนต่อ หรืออยากทำงานอื่น คงเหลือ นคร ประสิทธิ์ และ วราวุธ เพียงสามคน นครเริ่มหาสมาชิกใหม่ ซึ่งได้ วิวัฒน์ ไชยเจริญ มืองเปียโนจากวง The Bless มาร่วมวง และแนะนำ วสันต์ แต้สกุล (สิริสุขพิสัย) มาเป็นนักร้อง
วงดนตรีในยุคนั้นต้องมีเครื่องเป่า วสันต์แนะนำให้ไปลองหาดูแถวท่าเรือ มีวงออริจินอล ที่เล่นเครื่องเป่าดี แกรนด์เอ็กซ์จึงได้ เสน่ห์ ศุภรัตน์ (ทรัมเป็ต) ชาย แสงชะอุ่ม (แซ็กโซโฟน) และ สมศักดิ์ อภิวัฒน์ธีรกุล (ทรอมโบน) เข้ามาร่วมวง เป็นสตริงคอมโบสมบูรณ์แบบที่นครใฝ่ฝัน
หลังจาก วิวัฒน์ มือคียบอร์ดถูกดึงไปเล่นวงอื่น วสันต์ จึงมาเล่นคีย์บอร์ดแทน และได้ กบ จากวงสยามธุรกิจมาช่วยเป็นนักร้อง และเมื่อวราวุธ มือเบส ตั้งแต่สมัยยุคเริ่มต้นของแกรนด์เอ็กซ์ลาออก จึงนึกถึง ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ ที่เคยมาสมัครวงแกรนด์เอ็กซ์ครั้งนึงแล้ว มาเป็นมือเบส

ต่อมา กบ นักร้องนำได้ลาออก แกรนด์เอ็กซ์ ได้นักร้องนำเข้ามาแทนคือ จำรัส เศวตาภรณ์ ซึ่งขณะนั้น จำรัสเรียนอยู่ปี 1 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ทั้งเล่นกีตาร์และร้องเพลง เพลงที่ร้องส่วนใหญ่เป็นเพลง Pop ที่ฮิตๆ ในเมืองไทย
แกรนด์เอ็กซ์อยากมีแผ่นเสียงเป็นของตัวเอง และในที่สุดก็มี Single คู่นก ออกมามีทั้งหมด 4 เพลง
คู่นก (2519 ซิงเกิลเพลงไทยชุดแรก)
สมาชิกของวงยุคนั้นประกอบด้วย
นคร เวชสุภาพร กีตาร์, ร้องนำ (หัวหน้าวง)
ประสิทธิ์ ไชยะโท กลอง, ร้อง
วสันต์ สิริสุขพิสัย ออร์แกน, ร้อง
เสน่ห์ ศุภรัตน์ ทรัมเป็ต
สมศักดิ์ อภิวัฒน์ธีรกุล ทรอมโบน, เรียบเรียงเสียงประสาน
ชาย แสงชะอุ่ม แซ็กโซโฟน
ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ เบส
จำรัส เศวตาภรณ์ กีตาร์, ร้องนำ
หลังจากออก Single คู่นกไม่นาน ชาย แสงชะอุ่ม ได้ขอลาออกไป และได้รับ พนัส หิรัญกสิ เข้ามาเล่นแซกโซโฟนแทน และด้วยสมาชิกชุดนี้ได้ออกอัลบั้มตามมาอีก 3 อัลบั้มด้วยกันคือ อัลบั้มลูกทุ่งดิสโก้ ที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จัก แกรนด์เอ็กซ์ อัลบั้มแสดงสด ณ แมนฮัตตัน และ อัลบั้มลูกทุ่งดิสโก้ ๒ ตามลำดับ
ลูกทุ่งดิสโก้ชุดที่ 1 (สิงหาคม 2521)
ลูกทุ่งดิสโก้ชุดที่ 2 (มีนาคม 2523)
จำรัส เศวตาภรณ์ จำต้องลาออกจากวงไปเพราะต้องไปช่วยกิจการของทางบ้าน ไม่มีเวลาพอที่จะมาเล่นดนตรีร่วมกับเพื่อนๆ ในวงได้ ขณะเดียวกัน สมศักดิ์ มือทรอมโบนก็ขอลาออกด้วย เนื่องจากมีอาการไม่สบายป่วยบ่อยๆ
แกรนด์เอ็กซ์ได้โชคดี พักภู่ ซึ่งรู้จักกันอยู่แล้วมาเล่น ทรอมโบน และได้ติดต่อ ดนุพล แก้วกาญจน์ ซึ่งเป็นนักร้องโฟลค์ซอง ร้องเพลงสไตล์ Bee Gees ได้ดี มาป็นนักร้องนำ มีผลงานร่วมกันออกมาคือ
เขิน (กรกฎาคม 2523)

ผู้หญิง (มีนาคม 2524)

แกรนด์เอ็กซ์ โอ (ตุลาคม 2524) (วงเรนโบว์ได้นำอัลบั้มนี้มาร้องใหม่ใน พ.ศ. 2537)

บุพเพสันนิวาส (มีนาคม 2525)

นิจนิรันดร์ (กันยายน 2525)

ระหว่างกำลังทำอัลบั้มที่ 10 แกรนด์เอ็กซ์ได้ สมาชิกใหม่เข้ามาร่วมวง คือ ศรายุทธ สุปัญโญ มือคีย์บอร์ดชั้นแนวหน้าของเมืองไทย และยังมีฝืมือด้านเรียบเรียงเสียงประสานอีกด้วยแกรนด์เอ็กซ์ มีผลงานตามออกมาอีก 4 อัลบั้ม ได้แก่
พรหมลิขิต (ตุลาคม 2525)

เพชร (กันยายน 2526)

บริสุทธิ์ (เมษายน 2527)

ดวงเดือน (พฤศจิกายน 2527)

แกรนด์เอ็กซ์ มีสมาชิกหลัก 9 คนประกอบด้วย
นคร เวชสุภาพร กีตาร์, ร้องนำ (หัวหน้าวง)
ประสิทธิ์ ไชยะโท กลอง, ร้อง
วสันต์ สิริสุขพิสัย ออร์แกน, ร้อง
เสน่ห์ ศุภรัตน์ ทรัมเป็ต
ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ เบส
พนัส หิรัญกสิ แซ็กโซโฟน
โชคดี พักภู่ ทรอมโบน
ดนุพล แก้วกาญจน์ ร้องนำ
ศรายุทธ สุปัญโญ คีย์บอร์ด
ถึงเวลาจำต้องแยกย้ายเหลือไว้เพียงตำนานบทเพลงให้กับแฟนเพลง เมื่อสมาชิก 5 คนได้ขอลาออกประกอบด้วย วสันต์ สิริสุขพิสัย, เสน่ห์ ศุภรัตน์, ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ, พนัส หิรัญกสิ, ศรายุทธ สุปัญโญ โดยที่ วสันต์, เสน่ห์, ทนงศักดิ์, พนัส ได้ตั้งวงขึ้นใหม่ในชื่อ “เพื่อน”
แกรนด์เอ็กซ์ยังคงมีสมาชิกอีก 4 คน นครเวช สุภาพร, ประสิทธิ์ ไชยะโท, โชคดี พักภู่ และ ดนุพล แก้วกาญจน์ ผลิตผลงานต่อไปภายใต้ชื่อใหม่ว่า “แกรนด์เอ็กซ์ แฟมิลี่”
หัวใจสีชมพู (มีนาคม 2528)


ชุดที่ 16. สายใย (กรกฎาคม 2528) ในชุดนี้มีนักร้องเข้ามาเสริมอีกคน คือ ไอศูรย์ วาทยานนท์


ในที่สุด ดนุพล แก้วกาญจน์ ได้ขอลาออกเมื่อเสร็จสิ้นอัลบั้มชุดที่ 16 เรียบร้อยแล้วไปเป็นศิลปินเดี่ยว ส่วน นคร, ประสิทธิ์ และ โชคดี หันไปทำงานเบื้องหลังแทน

อัลบั้มชุดที่ 17 นิรันดร์กาล แกรนด์เอ็กซ์มี สุธี แสงเสรีชน เข้ามาร่วมงานในตำแหน่งกีตาร์โซโล และร้องนำ
17. นิรันดร์กาล (พฤษภาคม 2529)



ตามด้วย อัลบั้มพิเศษ ขวดโหล 1 และ 2 มีสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาคือ อริชัย อรัญนารถ และ จอนนี่ แอนโฟเน่
ขวดโหล 1 (กุมภาพันธ์ 2529)
ขวดโหล 2 (2529)
18. อยากให้ความรัก (แก่คนทั้งโลก) (กุมภาพันธ์ 2530) มีสมาชิกใหม่คือ พิทพล โชติสรยุทธ
ดวงใจกับความรัก
ได้ไหม (พฤศจิกายน 2531)
อัลบั้มชุดที่ 19. ได้ไหม มี จาคมัย ศรีวาลัย เข้ามาตีกลองแทนจอนนี่ ที่ลาออกไป และเป็นผลงานชุดสุดท้ายภายใต้ชื่อ “แกรนด์เอ็กซ์ แฟมิลี่”
อัลบั้ม รักเก่า

อัลบั้ม รักนั้นแด่เธอ

อัลบั้ม บุปผา ธรรมบุตร (พ.ศ. 2529)
อัลบั้ม ทางสายรัก Love Avenue

รู้ว่ามันไม่จริง
รักร้าวในหมอกควัน
Right Here Waiting
Eternal Flame
Knife
Smoke Gets In Your Eyes
Sometimes When We Touch
เธอบอกให้ลืม
วันเก่า-วันใหม่
Just The Way You Are
Unchained Melody
Greatest Love Of All
Careless Whisper
Cavatina
อัลบั้ม รักคุณเข้าแล้ว
