ปู vs โต ปลื้ม ไอเดียผู้กำกับ ขอลุย เล่นเอง ในมิวสิควิดิโออัลบั้มพี่น้อง ร้องเพลง อัสนี วสันต์

มิวสิควีดีโอเพลง “อยากจะลืม” และเพลง “ทั้ง ๆ ที่รู้ ” จากเสียงร้องของนาย ปู แบล็คเฮด และ นาย โต ซิลลี่ฟูล ในอัลบั้ม ..ลงเอย พี่น้อง ร้องเพลง อัสนี วสันต์ ที่ตอนนี้ไม่ว่าคุณไปที่ไหน ก็มักจะได้ยินเพลงในอัลบั้มนี้เปิดคลอกันตามที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ ได้ชม โดยส่วนตัวแล้ว ขอยกนิ้วให้กับไอเดียการสร้างสรรค์ มิวสิคตัวนี้นะ ว่าทำได้เยี่ยมยอดจริง ๆ เพราะ ผู้กำกับ เค้าตั้งใจผูกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ ๆ เดียวกัน ด้วย การเสนอในมุมมองที่แตกต่าง ของคน 2 คน มาทำเป็นมิวสิควีดีโอให้ดูกันรวดเดียว ถึง 2 เพลง ถือเป็นจุดแตกต่างจากมิวสิคตัวอื่น ๆ ที่คุณ มักจะได้ชมกันอยู่บ่อย ๆ

ในส่วนของการถ่ายทำนั้น ทีมงานเขาได้ใช้สถานที่ ย่าน RCA เป็นหลัก โดยถ่ายทำเป็นเส้นเรื่องก่อน ขั้นตอนได้แบ่งสลับกันถ่ายไปมาทั้ง 2 เพลง และ แน่นอน บทพระเอกผู้น่าสงสารก็ตกเป็นของนายปู ที่งานนี้จะต้องรับบทหนัก เพราะ นอกจาก โดนสาวเจ้าบอกเลิกแล้ว ยังต้อง โดนซ้อม ทั้ง รถชน และฉากที่ถูกเหล่านักข่าวรุมสัมภาษณ์ เรียกว่า แต่ละฉากที่ผ่านไปนายปู ต้องปรับอารมณ์ กันน่าดูทีเดียว

แถมสาวเจ้ายังทำร้ายจิตใจด้วยการหันไปคบหากับหนุ่มอีกคน อย่างเปิดเผย แต่ทุกอย่างก็ผ่านฉลุย และบทของ ตาอยู่ ผู้มาทีหลังแต่กลับได้ของดีไป ก็ตกเป็นของนาย โต อย่างเหมาะสม ด้วยลีลา ท่าทาง อารมณ์ เข้ากับเนื้อหาของเพลง ” ทั้ง ๆ ที่รู้ ” นี้เหลือเกิน งานนี้ ทำให้เรายังได้ทราบอีกว่า ผู้กำกับ เค้าได้ใช้เทคนิคในตัดต่อภาพ การใช้โทนสี และการใช้เสียงประกอบ แทนแต่ละช่วงอารมณ์ ของมิวสิคตัวนี้ได้ดีทีเดียว

เล็ก พราว

เล็ก พราว และวงสลาลม

เล็ก พราว (สลาลม leck & friends)

เกิดวันที่ :
21 มิถุนายน

การศึกษา :
ปริญญาตรี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง

ผลงานสร้างชื่อ :
“ พราว “ ร้องนำ / กีตาร์
“ เมโทรฯ อะคูสติก “
WAVE IMPRESSION บอกเล่าเก้าสิบ G – Rec
เพลงโฆษณา Goodyear 97 / FBT 2000
เขียนคำร้องให้บริษัท Sony

สลาลม

CONCEPT :
สลาลม เป็นคำศัพท์เทคนิคทางกีฬา

ความหมาย :
สลาลม สื่อถึงความหมายที่ว่า เป็นการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าผ่านสิ่งกีดขวาง ไปสู่จุดหมายโดยไม่หยุด จึงใช้คำว่า สลาลม ที่เปรียบได้กับการทำงานในชุดนี้

วงสลาลม

เหล่าสมาชิก สลาลม leck & friends

สุรชัย กิจเกษมสิน : Guitar / Vocals / Producer
สุรพงษ์ ปราณีบัตร : Drum
สาธิต เอกโกลมรัตน์ : Bass

ร่วมงาน สลาลม leck & friends

อุกฤษณ์ พิทักษณ์ประชากิจ : Sound engineer / Mix Down
Mastring By Kenny Jackel

วงลลาลม

แผ่นตัด 1 สลาลม leck & friends

1. ตลอดไป เพลงรักที่เติมกำลังใจให้กันและกัน
2. โลกไม่ได้มีแค่เราสองคน เพลงจังหวะช้า ๆ ฟังสบาย ๆ
3. ชื่นใจ เพลงเร็ว จังหวะสนุกสนาน

รางวัล “สีสัน อะวอร์ดส์” ครั้งที่ 13

เพลงยอดเยี่ยม

“ตบมือข้างเดียว” คำร้อง – สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา, ทำนอง – วุฒิชัย สมบัติจินดา

เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม

“คน หุ่นยนต์ ต้นข้าว” คำร้อง – จักราวุธ แสวงผล, ทำนอง – บรูโน่ บรูกาโน่  และ จอห์น รัตนเวโรจน์, เรียบเรียง – บรูโน่ บรูกาโน่, ศิลปิน – จอห์น รัตนเวโรจน์

เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม

“Tataku” – บอยไทย

เพลงร็อคยอดเยี่ยม

“ไม่ลองไม่รู้” คำร้อง – อัศวิน อิสระ, ทำนอง/เรียบเรียง – ชาญวุฒิ บุญแย้ม, ศิลปิน – จิระศักดิ์ ปานพุ่ม

โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม

จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย – “ถนนพระอาทิตย์”

อัลบั้มยอดเยี่ยม

“Project” – สุรสีห์ อิทธิกุล

อัลบั้มร็อคยอดเยี่ยม

“Mint” – ซิลลี่ ฟูลส์

ศิลปินชายร็อคยอดเยี่ยม

จิระศักดิ์ ปานพุ่ม – “Burn”

ศิลปินกลุ่มร็อคยอดเยี่ยม

ซิลลี่ ฟูลส์ – “Mint”

ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

บรรจบ พลอินทร์ – “Job 2 DO”

ศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม

สุรสีห์ อิทธิกุล – “Project”

ศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม

เสาวลักษณ์ ลีละบุตร – “City Woman”

ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม

เดอะซัน – “ถนนพระอาทิตย์”

 

 

มาลีวัลย์ นักร้องคุณภาพมาพร้อมเรื่องราวของความรัก กับอัลบั้ม ฉันรักของฉันจริงๆ

อัลบั้ม ฉันรักของฉันจริงๆ ของนักร้องคุณภาพ มิ้นท์-มาลีวัลย์ เจมีน่า นักร้องค่าย แกรมมี่โกลด์ ซึ่ง มิ้นท์ เผยว่า “ชุดนี้มีการนำเสนอเรื่องราวความรักผ่านบทเพลงในแง่มุมที่แปลกใหม่ ในอัลบั้มชุดนี้ มิ้นท์ได้แต่งทำนองเอง 2 เพลง คือ เบื่อหรือยัง และเพลงลมเอย ซึ่งถือเป็นโบนัสสำหรับแฟนเพลงที่ติดตามกันมาถึงชุดนี้ ซึ่งจะมีเพลงช้าถึง 12 เพลง จึงมีความพิเศษหลายๆ อย่าง อยากให้แฟนๆ ได้ลองฟังกันดู และตอนนี้มิ้นท์ก็มีมิวสิกวีดิโอเพลง ฉันรัก-ของฉันจริงๆ เปิดตัวให้แฟนเพลงได้ชมกันเป็นเพลงแรกก่อนนะคะ”

สำหรับมิวสิกฯเพลง ฉันรักของฉันจริงๆ ถ่ายทอดโดย นาเดีย นิมิตรวานิช และ พลอย-เฌอมาลย์บุณยศักดิ์ ซึ่ง นาเดีย เผยว่า “แค่ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกก็โดนใจไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ เนื้อหาเพลงนี้มีความหมายลึกๆ บาดทรวงจริงๆ นาเดียเล่นเป็นผู้หญิงที่ถูกแย่งคนรักไป ซึ่งถ้า ใครเจอแบบนี้เจ็บปวดแน่ๆ แต่เราจะยอมเสียคนรักไปง่ายๆ หรือ แต่ถ้าเกิดผู้หญิงคนนั้นเขามารักชอบแฟนเราเข้าจริงก็คงต้องปล่อย แต่ถ้าไม่ ก็ขอแล้วกัน ช่วยไปไกลๆ หน่อย เป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่ขอสู้บ้าง ต้องสื่ออารมณ์ ความรู้สึกนี้ออกมาให้ได้ค่ะ” ส่วน พลอย บอกว่า “มิวสิกฯเพลงนี้พลอยต้องเป็นสาวมั่น เปรี้ยว แบบแต่งสวยเซ็กซี่ จนทำให้พระเอกเผลอใจตามบทจะโตเกินตัวจริงไปนิดๆ ดังนั้น เวลาสื่ออารมณ์ทางสายตา จะมีปัญหา เพราะพลอยจะหลุดออกมาอยู่เรื่อย ต้องพยายามคุมอารมณ์ สื่อสีหน้าแววตาออกมาให้ได้ ซึ่งถ้าดูมิวสิกฯแล้วจะเห็นอีกบุคลิกของพลอยค่ะ”

คุยกับ จอห์น รัตนเวโรจน์

จอห์น  รัตนเวโรจน์

จาก nuvo ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด เมื่อกว่าสิบปีก่อน  เคยออกอัลบั้มเดี่ยวมาแล้วเมื่อปี 38  ช่วยเพื่อนเขียนเนื้อร้อง ในอัลบั้ม โจ + ก้อง Happening  และจากอัลบั้มทั้งสองชุดล่าสุดที่ออกมานี้  จอห์นได้กล่าวไว้ว่า  เป็นงานที่มีส่วนร่วมด้วยมากที่สุดตั้งแต่ทำงานเพลงมา

ไทยอัลบั้ม :  เป็นไงมาไงครับ  ทั้ง 2 ชุดนี้  ผมเห็นหายไปนานเหมือนกันในส่วนของงานเพลง  เห็นทำรายการ ie show อยู่  ก็น่าจะงานมากโขอยู่  แล้วยังเปิดบริษัททำเกี่ยวกับ internet อีก  ก็ยิ่งไม่น่าจะมีเวลา  แบ่งเวลากันยังไงครับถึงได้มีอัลบั้มออกมาให้เราได้ฟังกัน

จอห์น :  เคยมีคนบอกว่าวันหนึ่งมี 24 ชม. ให้นอนพักผ่อน 8 ชม.  ทำงาน 8 ชม.  แต่ไม่ได้หมายความว่า ความคิดของเราจะต้องเป็นไปตามนั้น ง่ายนิดเดียวถ้าคิดได้ก็ทำเลย แล้วอย่าหยุดคิด การแบ่งเวลาอยู่ ในใจของเราต่างหาก ทำไปเรื่อยๆ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่กาลเวลาแต่อยู่ที่ความสุขในการที่ได้ทำ internet  เป็นอุปกรณ์ช่วยเสริมให้การทำงานทั้งหมดของผมเป็นไปได้

ไทยอัลบั้ม :  เพลง  คน หุ่นยนต์ ต้นข้าว  ใครเป็นคนคิด คอนเส็ป

จอห์น :  ผมยก topic มาวางบนโต๊ะประชุมในสิ่งที่ผมปฎิบัติชีวิตตน ณ.ปัจจุบัน ในการเป็นคนที่เชื่อว่ามนุษย์ เทคโนโลยี และธรรมชาติต้องอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน พี่ดี้(นิติพงษ์ ห่อนาค)จึงตั้ง concept  “คน หุ่นยนต์ ต้นข้าว”

ไทยอัลบั้ม :  มีใครมาช่วยเล่นดนตรีให้บ้างครับ

จอห์น :  คุณ Bruno ,คุณฟั่น เป็น  Producer  และ Co-Producer นักร้องรับเชิญคือ  คุณก้อง (นูโว) มาช่า และรุ่งสุริยา อัลบั้มนี้มีนักดนตรีร่วมแค่นี้

 

ไทยอัลบั้ม :  ระบบเสียงที่ว่าเนี่ย   มันยังไงครับ  เวลาที่เราทำการบันทึกเสียง  เราต้อง  แยก line ไว้เลยหรือป่าวครับ  ว่าจะเอา  line นี้ไว้ให้ออกลำโพงไหน  อะไรอย่างนี้อะครับ  แบบเหมือนหนังเค้าก็จะแยก line ไว้เลยว่า  เสียงนี้จะออกลำโพงไหนอะไรประมาณนี้อ่ะครับ  วานชี้แจงด้วย

จอห์น :  ระบบเรียกว่า Circle Surround สามารถจับลายเสียงไหนก็ได้ไปไว้ในตำแหน่งไหนก็ได้  ในลำโพง 5 ตัวรอบทิศทาง แต่การทำให้สมเหตุสมผล เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถมาก

ไทยอัลบั้ม :  Giraffe Record  เป็นไงมาไงครับ   จอห์น  ร่วมบริหารด้วยหรือป่าว

จอห์น :  Giraffe Records เป็นบริษัทที่ลอยอยู่กลางอากาศไว้สำหรับศิลปินที่ทำผลงานในรูปแบบ Experiment(ทดลอง) ผมเป็นศิลปินคนแรกไม่ได้เป็นผู้บริหาร

ไทยอัลบั้ม :  จอห์น  เข้าดูแลลึกถึงเรื่องเนื้อหาของแต่ละเพลงหรือป่าวครับ  (รวมถึงการทำดนตรี  การทำ- ทำนองและการเรียบเรียงด้วยนะครับ)

จอห์น :  เป็นอัลบั้มที่ร่วมงานด้วยมากที่สุดเท่าที่เคยมีอัลบั้มมา

ไทยอัลบั้ม :  เท่าที่ผมได้ฟัง  (เท่าที่มีน่ะครับ 3 เพลง)  รู้สึกว่า  โดนใจ  ทั้งในแง่ของตลาด  และในแง่ของดนตรีศิลปะ  ไม่ทราบว่า  จอห์น  รู้สึกว่าเพลงไหนในอัลบั้ม  ทั้ง สอง  ลงตัวมากที่สุด  แบบ  จอห์นชอบมากที่สุดหนะครับ  เพราะอะไร

จอห์น :  ในเชิงความคิดสร้างสรร ชอบเพลง Life Goes On และA Way Home ในภาษาไทย คือ เพลงคน หุ่นยนต์ ต้นข้าว และพึ่งพาอาศัย เนื่องจากมีความหมายที่สอดคล้องกัน ระหว่างเบอร์ที่ 1 กับเบอร์ที่ 10 เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสรุป  มีความเป็นอินเตอร์ไทย Worldmusic ผสม Pop  Rock ได้ลงตัว  ชอบเพลงเปลี่ยนกันไหม  และ Oasis โดนใจทุกครั้งที่ร้องคนฟังก็คิดเช่นกัน

ไทยอัลบั้ม :  นอกจากเพลงที่จอห์นชอบแล้ว   จอห์น  อยากแนะนำเพลงไหนเป็นพิเศษ  อีกหรือป่าวครับ  เป็นเพลงที่  จอห์นคิดว่าอยากนำเสนอ  แต่ไม่ได้เอาออกมาโปรโมทหนะครับ 

จอห์น :  เพลง Just Say,Don’t Say และStay Strong  ชอบมากรู้สึกว่าไม่แพ้เพลงสากลอื่นๆ ดนตรีหนักแน่นกระชับ ความหมายเบิกบาน

ไทยอัลบั้ม :  เสียงตอบกลับมาเป็นยังไงบ้าง  หลังจากชุดภาคภาษาอังกฤษ  กับภาคภาษาไทย  เสียงตอบรับ  แตกต่างกันยังไง

จอห์น : ในภาษาอังกฤษ จะได้รับเสียงชมเชยว่าโดยรวมทำออกมาได้ดีมากใช่เลย  แฟนเพลงไม่ผิดหวัง (คราวหน้าจะพยายามทำให้ดีกว่านี้) อัลบั้มเพลงไทยเมื่อเทียบกับชุดที่แล้วอาจจะฟังดูหลากหลายจนจับต้อง ไม่ค่อยได้แต่ก็แล้วแต่คนฟัง

ต้องลองไปหาฟังกันดูครับ  ว่าความกลมกลืนระหว่าง  pop rock กับ world music ที่มารวมตัวกันได้อย่างพอเหมาะพอดีนั้น  มันเป็นยังไง  

ยินดี ไม่มีปัญหา  :  ไทยอัลบั้ม

*ขอบคุณ  :  จอห์น ที่สละเวลาตอบคำถาม  และแรงใจ  ให้คนได้สร้างงานใหม่ๆ ที่ไม่ไร้สาระ

ประวัติ พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

พี่เบิร์ด เด็ก

ชื่อ ธงไชย แมคอินไตย์ (ขื่อนี้ คุณแม่ เป็นผู้ตั้งให้) หรือ อัลเบิร์ท แมคอินไตย์
เกิด 8 ธันวาคม 2501
สูง 177 ซม. และ นํ้าหนัก 65 กก
สัญชาติไทย นับถือ ศาสนาพุทธ
คุณพ่อ เจมส์ แมคอินไตย์
คุณแม่ อุดม แมคอินไตย์

เมื่อตอนเกิด คุณพ่ออยากให้ชื่อ “โกยทอง” แต่คุณแม่ไม่ยอม
มีพี่น้อง 8 คน พี่เบิร์ดเป็นคนที่ 7

พี่เบิร์ด ธงไชย เด็ก

เคยเรียนที่
โรงเรียนวัดนิมมานรดี
โรงเรียนปัญญาวรคุณ
พาณิชยการธนบุรี

ที่อยู่
บ้านใบไม้ 1166/2 สุขุมวิท 101/1 ซ.วชิรธรรมสาธิต 48
บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10250

ทำงานที่ บริษัท แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด มหาชน

 

ผลงานเพลงของ พี่เบิร์ด >>

หาดทราย สายลม สองเรา

01) 2529 อัลบั้ม หาดทราย สายลม สองเรา
02) 2530 อัลบั้ม สบาย สบาย
03) 2530 อัลบั้ม รับขวัญวันใหม่ หรือ ขอบใจจริงๆ
04) 2531 อัลบั้ม ส.ค.ส. หรือ เสียงกระซิบ
05) 2533 อัลบั้ม บูมเมอแรง
06) 2534 อัลบั้ม พริกขี้หนู
07) 2537 อัลบั้ม ธ ธง
08) 2539 อัลบั้ม ดรีม
09) 2541 อัลบั้ม ธงไชย เซอร์วิส
10) 2542 อัลบั้ม ตู้เพลงสามัญประจำบ้าน

 

อัลบั้มพิเศษของ พี่เบิร์ด >>

ธงไชย 2501

01) 2529 อัลบั้ม บันทึกการแสดงสด คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด 1 และ 2
02) 2531 อัลบั้ม ธงไชย พ.ศ. 2501
03) 2533 อัลบั้ม เพลงประกอบคอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด มันอยู่ในมือมนุษย์บูมเมอแรง
04) 2533 อัลบั้ม รวมเพลง บทที่ระลึก
05) 2533 อัลบั้ม รวมเพลง บทที่ผูกพัน
06) 2534 อัลบั้ม บันทึกการแสดงสด คอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม เบิร์ด พริกขี้หนู 1 และ 2
07) 2536 อัลบั้ม เพลงประกอบละคร วันนี้ที่รอคอย
08) 2537 อัลบั้ม ธ ธง กับ ธ เธอ (นั่นแหละ)
09) 2537 อัลบั้ม เพลงประกอบแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างในฝัน
10) 2537 อัลบั้ม เทปบันทึกแบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างในฝัน
11) 2538 อัลบั้ม ขนนก กับ ดอกไม้
12) 2538 อัลบั้ม เพลงประกอบภาพยนตร์ คู่กรรม
13) 2539 รวมฮิต เดอะ เวรี่ เบสท์ ออฟ เบิร์ด
14) 2540 อัลบั้ม เบิร์ด อันรีรีส
15) 2540 อัลบั้ม รวมเพลงพิเศษจากกรีนคอนเสิร์ต หมายเลข3 ซิงกิ้ง เบิร์ด
16) 2540 อัลบั้ม เพลงประกอบละคร นิรมิต
17) 2541 อัลบั้ม ธงไชย เซอร์วิส พิเศษ
18) 2542 อัลบั้ม เบิร์ด เลิฟ ฮิตส์
19) 2543 อัลบั้ม เบิร์ด แดนซ์ ฮิตส์
20) 2543 อัลบั้ม เพลงประกอบ แบบ เบิร์ด เบิร์ด โชว์ อโรคา จอมยา กับ ยาใจ 1 และ 2
21) 2543 อัลบั้ม ร้อยเพลงรักไม่รู้จบ 1-10 *ใหม่ล่าสุด*

> ผลงานละคร >>

01) นํ้าตาลไหม้ (ช่อง3)
(นพพล โกมารชุน, ลินดา ค้าธัญเจริญ, ชลิต เฟื่องอารมย์ และธงไชย แมคอินไตย์)
02) มงกุฏฟาง (ช่อง3)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ พรพรรณ เกษมสุ)
03) ทายาทท่านผู้หญิง (ช่อง5)
04) เมื่อรักร้าว (ช่อง9)
(ยุรนันท์ ภมรมนตรี, มยุรา ธนบุตร, นาถยา แดงบุหงา และธงไชย แมคอินไตย์)
05) ขมิ้นกับปูน (ช่อง9)
(ส.อาสนจินดา, เดือนเต็ม สาลิตุล, นิรุต ศิริจรรยา, กาญจนา จินดาวัฒน์ และธงไชย แมคอินไตย์)
06) วงเวียนหัวใจ (ช่อง9)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ ธิติมา สังขพิทักษ์)
07) บ้านสอยดาว (ช่อง7)
(ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, อุทุมพร ศิลาพันธ์, มยุรา ธนบุตร และธงไชย แมคอินไตย์)
08) พลับพลึงสีชมพู (ช่อง7)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ มนฤดี ยมาภัย)
09) ดวงไฟใยไม่ส่องฉัน (ช่อง7)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ)
10) คู่กรรม (ช่อง7)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ กมลชนก โกมลฐิติ)
11) วันนี้ที่รอคอย (ช่อง7)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ สิเรียม ภักดีดำรงค์ฤทธิ์)
12) นิรมิต (ช่อง7)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ อารียา สิริโสภา)
13) ความทรงจำใหม่ หัวใจเดิม (ช่อง5)
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ คัทลียา แมคอินทอช)

 

พี่เบิร์ด แพรว

> ผลงานภาพยนตร์ >>

01) ขอแค่คิดถึง
(สุชาติ ชวางกูร, ใหม่ เจริญปุระ และธงไชย แมคอินไตย์)
02) บ้านสีดอกรัก
(สรพงษ์ ชาตรี, เนาวรัตน์ ยุกตนันท์, จารุณี สุขสวัสดิ์, พรพรรณ เกษมสุ และ ธงไชย แมคอินไตย์)
03) ด้วยรักคือรัก
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ อัญชลี จงคดีกิจ)
04) อีกครั้ง
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ อัญชลี จงคดีกิจ)
05) ด้วยรักและผูกพัน
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ กาญจนา จินดาวัฒน์)
06) หลังคาแดง
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ จินตหรา สุขพัฒน์)
07) คู่กรรม
(ธงไชย แมคอินไตย์ กับ อาภาศิริ นิติพล)
08) 2046
(ธงไชย แมคอินไตย์, ทาคูยะ คิมูระ, เหลียงเฉาเหว่ย และ เฟย์ วอง)

(รางวัล บิลบอร์ด อวอร์ด ซึ่งเบิร์ดได้รับรางวัลนี้เป็นคนแรกในทวีปเอเซีย)

รางวัลที่เคยได้รับ:

– 2526 รางวัลนักร้องดีเด่น และรางวัลพิเศษจากประชาชน-คณะกรรมการบริหารมูลนิธิ สยามกลการ
– 2529 รางวัลเมขลา นักร้องดีเด่นประจำปี
– 2530 เพลงที่มหาชนให้คะแนนนิยมคือ ขอบใจจริงๆ จาก โค๊ก มิวสิคอวอร์ด
– 2530 ศิลปินยอดเยี่ยมจากสำนักงานเยาวชนแห่งชาติ(สยช.)
– 2532 รางวัลเมขลา ดารานำชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง คู่กรรม
– 2532 รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ดารานำชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง คู่กรรม
– 2532 นักร้องยอดเยี่ยมจากเวที สีสันอวอร์ด
– 2534 รางวัล เอ็มทีวี อาเซี่ยน วิวเวอร์ชอยซ์ อวอร์ด
– 2536 รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ดารานำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง วันนี้ที่รอคอย
– 2536 โหวต อวอร์ด ดาราชายยอดนิยม
– 2536 โหวต อวอร์ด นักร้องชายยอดนิยม
– 2538 รางวัลตุ๊กตาทอง ดารานำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม
– 2539 รางวัล บิลบอร์ด วิวเวอร์ ชอยซ์ อวอร์ด (ได้รับรางวัลนี้เป็น คนแรกในทวีปเอเซีย)

พี่เบิร์ด บิลบอร์ด

ช่องยูทูป https://www.youtube.com/user/birdthongchaichannel

ลายเซ็นพี่เบิร์ด

เจมส์ เรืองศักดิ์

สัมภาษณ์ เจมส์ เรืองศักดิ์ ในอัลบั้มเจมส์เฟสติวัล

(เจมส์เปิดตัวทั้งร้องทั้งเต้นในเพลง…”เทศกาลคนเจ็บอก”)
พิธีกร : สวัสดีครับ

เจมส์ : สวัสดีครับผม
พิธีกร : สวัสดีพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ และแล้วความสนุกสนานก็เริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ
เจมส์ : เหมือนกับออกอัลบั้มชุดแรกเลย
พิธีกร : หยั่งงั้นเลยนะครับ
เจมส์ : ตื่นเต้นมากเลยครับ
พิธีกร : ครับผม กับเจมส์ เฟสติวัล นะครับ
เจมส์ : ครับผม
พิธีกร : เป็นไงบ้างครับ วันนี้ตื่นเต้นมั๊ยครับ
เจมส์ : ตื่นเต้นมากเลยครับ
พิธีกร : ก่อนอื่นต้องถามก่อนละกันนะครับ จากชุดที่แล้วชุดที่ 4 กับเจมส์ เดลิเวอร์รี่นะครับ ห่างกับชุดนี้ประมาณถึงปีมั๊ยครับ
เจมส์ : ประมาณปีนึงพอดี
พิธีกร : มาวันนี้ต้องถามก่อนเลยนะครับว่า ที่มาที่ไปเป็นยังไงครับ
เจมส์ : เอ่อ เจมส์ เฟสติวัล ใช่มั๊ยครับ จริงๆแล้วมันก็มาจากว่า ตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกใช่มั๊ยครับ พวกเราทำงานกันเนี่ย เราจะมีการวางกันว่าชุดต่อไปเราจะโตมาเป็นยังไง
พิธีกร : ก็คือจากชุดแรกของเจมส์ คือชุด ได้เวลา…เจมส์ ก็จะมีพัฒนาการเรื่อยๆ แต่ว่าชุดนี้จะดูรีแล็กซ์ขึ้น
เจมส์ : ใช่ครับ คือเราอยากจะให้เป็นอะไรที่คึกคัก สามารถรวมคนได้เยอะมากๆ ก็เลยนึกถึงคำว่า “เทศกาล” ขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นเจมส์ เฟสติวัล
พิธีกร : ตอนนี้นะฮะ ก็เหมือนจะเหงาเกินไป ต้องเรียนเชิญพี่ๆทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของเจมส์มาพูดคุยด้วยแล้ว กันนะครับ
เจมส์ : ครับ
พิธีกร : เริ่มจาก พี่พู นะครับ สุทธิพงษ์ วัฒนจัง นะครับ รวมถึงพี่แบนนะครับ และสุดท้ายคือพี่หมูแว่น ครับผม
เจมส์ : ครับ สวัสดีครับ
พี่ชมพู : เอ่อ พี่ว่าเจมส์อย่ายืนเลยดีกว่าครับ
พิธีกร : ทำไมครับ
พี่ชมพู : เจมส์ยืนแล้วดูพี่ไม่ค่อยสูง
เจมส์ : (หัวเราะ) นึกว่าพี่พูจะไม่มานะครับเนี่ย
พี่ชมพู : มาครับ
เจมส์ : เห็นสัญญากันดิบดี พอถึงเวลานัดก็ยังไม่โผล่
พี่พู : ตื่นสายครับ ตื่นสาย เมื่อคืนทำงานดึกครับ
เจมส์ : อ้อ ครับ
พิธีกร : สวัสดีพี่ๆทั้ง 3 ท่านนะครับ ก่อนอื่นต้องถามเกี่ยวกับ…
พี่พู : เดี๋ยวก่อนๆๆ ส่วนตัวนิดนึง
พิธีกร : ทำไมครับ?
พี่พู : โดนตรงไหนครับ…
พิธีกร : โดนตรงไหน โดนตรงไหน โดนตรงใจครับ
พี่พู : อ้อ (หัวเราะ)
พิธีกร : ครับผม ถามถึงเพลงเปิดตัวแล้วกัน เพราะว่าพี่พูเป็นคนแต่งด้วย ที่มาของเพลงนี้ครับ หรือว่าแรงบันดาลใจ เป็นประสบการณ์ของตัวเองหรือเปล่าฮะ

พี่ พู : มาจากเจมส์ครับ คือก่อนทำงานเราก็คุยกันว่า เจมส์ ชุดนี้ เอ่อ อยากให้ตัวเองเป็นอะไร เพราะว่าทำงานเนี่ย ตัวศิลปินต้องเป็นหลัก ก็คือต้องถามเค้าว่า เฮ้ย อยากจะเป็นอะไร ว่ามีความคิดแบบไหน ช่วงที่ผ่านมาหนึ่งปีจากชุดที่แล้ว ประสบการณ์มีอะไรบ้าง อยากจะเล่าอะไร เจมส์เค้าก็บอก มาคุยกัน

พิธีกร : ก็คือ ต้องการนำเสนอความเป็นตัวเองมากที่สุด

พี่พู : ใช่ครับผม แล้วคำนี้ก็มาจากเจมส์ด้วย

พิธีกร : เฟสติวัล ?

พี่พู : ครับ ใช่ครับ

พิธีกร : เป็นไง มาไงครับ

เจมส์ : เฟสติวัล เหรอครับ ก็จริงๆแล้ว เอ่อ…เป็นการเก็งฮะ

พิธีกร : เป็นการเก็ง ?

เจมส์ : (หัวเราะ) เก็งว่า เออ ปีเนี่ยะ ผมคิดว่า มันเป็นปีที่เหมือนกับว่ามีการเตรียมงานเฉลิมฉลองค่อนข้างเยอะ ใช่มั๊ยครับ ก็เออ ฟังดูแล้วน่าจะเป็นคำที่ เอ่อ หลายๆคนจะนำมาใช้ในปีนี้น่ะครับ ก็เลยถือโอกาสนำมาใช้ก่อน

พิธีกร : พูดง่าย ก็คือเป็นการขึ้น ศหัสวรรษใหม่อย่างแท้จริง

เจมส์ : ครับผม

พี่ พู : คือว่า พอเจมส์มาคุยให้ฟังแล้ว ก็อยากจะใช้คอนเซ็ปท์ของอัลบั้มชุดนี้ว่า “เฟสติวัล” เฟสติวัล นี่จะ ผมได้ยินแล้วผมมีความรู้สึกว่า เหมือนกับเทศกาล ซึ่งมันก็แปลว่าเทศกาลอยู่แล้ว ใช่มั๊ยครับ ทีนี้พอกล่าวถึงเทศกาล ผมก็มีความรู้สึกว่า เออ เห็นด้วย เพราะว่าเก็งมาแล้วว่าช่วงนี้เป็นช่างเทศกาลจริง ก็เลยคิดว่า ดีดี เห็นด้วย แล้วก็พยายามที่จะดึงคำว่า เฟสติวัล เนี่ยมาใช้ในเพลง ลองหลายอย่างแล้วครับว่า เออ ใครมีความทุกข์นะ ก็เลยหากันไปหากันมา ก็เลยมีความรู้สึกว่า เอ้อ คนที่มีความทุกข์ ทุกเรื่องน่ะครับ เรื่องอื่นก็ได้น่ะครับ แต่มาดูเรื่องของความรักก็คือคนที่ผิดหวัง คนที่อกหัก ไม่มีใครเข้าใจได้ดีไปกว่าคนอกหักด้วยกันเอง

พิธีกร : นับว่าเป็นการรวมพล “คนเจ็บอก”

พี่พู : ใครไม่สนใจเรา ไม่เป็นไร ร้องเพลงดีกว่า

พิธีกร : อย่างนั้นเลยนะพี่นะ

พี่พู : ครับผม

พิธีกร : ครับผม แล้วก็ดนตรีครับ เป็นสไตย์ละตินด้วย

เจมส์ : จริงๆแล้ว ไม่ถึงกับลาตินครับ จริงๆแล้วก็มีกลิ่นนิดๆหน่อยๆฮะ จะออกแนวบราซิลเลี่ยนมากกว่า ก็คือ เรามองเฟสติวัล คิดถึงภาพขบวนรถบุบผชาติ (หัวเราะ)

พิธีกร : อย่างนั้นเลยนะ (หัวเราะ)

เจมส์ : ฮะ แล้วก็มีคนแต่งตัวสวยๆ มีแต่คนยิ้มแย้มน่ะครับ

พิธีกร : ซึ่งแน่นอนนะครับ เห็นได้จากดนตรีที่เปิดตัวไป อลังการมาก คนเยอะมากนะครับ ถ่ายทำที่ไหนครับ

เจมส์ : ถ่ายทำที่ เอ่อ โรงงานยาสูบเก่า ซึ่งบรรยากาศจริงๆมันก็จะเป็นโรงงาน แล้วเรื่องของสีสัน ก็ได้สีสันจากทีมงานของพวกเราเองน่ะครับ

พี่พู : เออ แล้วอีก 2 คนนี่มาทำไมเนี่ย (หัวเราะ)

เจมส์ : (หัวเราะ)

พิธีกร : เดี๋ยวได้ถามแน่ครับ (หัวเราะ)

พี่พู : อ้อ เดี๋ยวเค้าถามนะ รอแป๊ปนึง

เจมส์ : (หัวเราะ)

พิธีกร : คราวนี้มาถึง เพลง เพลงสนุกเปิดตัวไปแล้ว มาถึงเพลงช้าบ้าง ต้องถามคนแต่งแล้ว เพลงช้ารู้สึกจะแตกต่างจากชุดที่ผ่านมา ก็คือธรรมดาก็คือ ช้ำอยู่ธรรมดา แต่ชุดนี้ช้ำแล้วแช่งด้วย ฮืม.. “อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง”

พี่ หมูแว่น : เพลงช้านะครับ ไอเดียมันเกิดจาก เอ่อ ช้ำ เศร้า ฮืม แต่จริงๆแล้วเหตุการณ์อย่างเนี๊ยะ อีกด้านนึงมันอาจจะแบบไปทิ้งอีกฝ่ายมา คือมันเป็นความรู้สึกของคนที่ไม่ได้เคียดแค้นนะครับ แต่อารมณ์ตอนนั้นมันแบบคือทำใจรับไม่ได้ ถึงได้บอกว่า ก็คนใจง่ายน่ะ ไปรักกันน่ะ จะให้คิดยังไงล่ะ เดี๋ยวก็ต้องเลิก ไม่ต้องคิดก็รู้อยู่แล้ว ผมก็เลยได้ไอเดียมาจากตรงนี้ แล้วเจมส์ก็ถ่ายทอดได้ดี

พิธีกร : ซึ่ง ก๊อปปี้ หรือข้อมูลที่ได้มาก็คือ “แค่คนใจง่ายสองคน”

เจมส์ : ก็คนใจง่ายสองคน (เจมส์ร้องโชว์) ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ย ผมก็คุยกับพี่หมูแว่น เพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่นะครับ ก็คือว่าเอ่อ ผมว่าเดี๋ยวนี้คนเป็นอย่างนี้เยอะนะครับ

พิธีกร : หมายถึงเลิกกันแล้ว ก็ไปทิ้งกันต่อ

เจมส์ : ครับ

พี่พู : อ๋อ คือช่วงนี้มันเป็นช่วงของการผลิใบนะฮะ (หัวเราะ) โฆษณาเพลง

เจมส์ : (หัวเราะ)

พิธีกร : ครับผม แล้วการถ่ายทอดของเจมส์ล่ะฮะ เพลงนี้ยากมั๊ย

เจมส์ : ก็ยากครับ

พิธีกร : เดี๋ยวก่อย แล้วเคยมีประสบการณ์เหมือนเพลงนี้มั๊ยครับ

เจมส์ : เอ่อ ยังไม่มีครับ ….อืม ที่มันยากก็เพราะว่า เพลงนี้เราจะร้องเพราะ เพราะเราอยากประชดประชันหรือเปล่า แต่จริงๆแล้วถ้ามองลึกๆไปแล้วเนี่ย อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง หนึ่ง..เราร้องแบบความรู้สึกที่เศร้ามากเลย จริงๆเราพูดออกไปเนี่ย มันเหมือนกับปลอบใจตัวเอง สอง..อาจจะมีแบบประชดประชันบ้างนิดนึง สาม..ก็คือเหมือนขู่แบบ เฮ้ย แน่ใจเหรอ เธอเลิกกะฉันไปรักกับเค้า แล้วเค้าก็ทิ้งคนมาคนนึงน๊ะ ไม่กลัวเหรอ ไรงี้

พี่พู : ตอนนี้เรายังมีอีกคนที่ยังไม่ได้พูด…

พิธีกร : อ่า ถามพี่แบนบ้างนะครับ การทำงานชุดนี้ของเจมส์ สัดส้วนของเพลงทั้งหมด 10 เพลง ช้า-เร็ว ยังไงครับ

——————————เงียบ——————————

พี่พู : อ่าว คุณก็แกล้งเค้าอีกละ เล่นคำถามยาก (หัวเราะ)

เจมส์ : (หัวเราะ)

พิธีกร : สัดส่วนของเพลงช้า-เพลงเร็วในอัลบั้มเป็นไงครับ

พี่แบน : ก็เร็ว 4 ช้า 5 กลาง 1

พิธีกร : ครับ มีเป็นสูตรเหมือนกันนะครับ แล้ว…

พี่พู : มีต้มยำมั๊ยฮะ

พิธีกร : (หัวเราะ) แล้วพูดถึงงานที่ผ่านมาของเจมส์นะครับ อย่างชุดที่ 3 ก็เป็น เจมส์เอฟเอ็ม เจมส์ก็ได้เขียนคำร้องด้วย คือ เพลงเธอ ใช่มั๊ยครับ

เจมส์ : ครับ

พิธีกร : แล้วอย่างอัลบั้มชุดที่แล้วนะครับ เจมส์ดิลิเวอร์รี่นี่ก็มี เพลงดิลิเวอร์รี่ แล้วก็เพลงเมล็ดพันธุ์ไม้ที่อ่อนแอ แล้วชุดนี้ล่ะฮะ เจมส์ได้มีการเขียนคำร้อง เขียนทำนอง หรือว่ายังไงบ้างเอ่ย

เจมส์ : ก็ มีเพลงที่ฟังง่ายๆน่ะครับ ชื่อเพลง “มีแต่เธอ” ก็จริงๆแล้ว อยากจะให้คนฟังเนี่ยเค้าฟังเพลง เพราะว่าเจมส์แต่ง…ฟังหน่อยสิ๊ อะไรอย่างนี้ จริงๆผมอยากให้มองเหมือนเป็นคนแต่งเพลงคนหนึ่งซึ่งมันอาจจะเก่งหรือไม่เก่ง ก็ไม่แน่ ลองฟังดูแล้วก็ติชมอย่าง..อย่างจริงๆเลย

พิธีกร : อยากรู้ว่าเพลง มีแต่เธอ นะครับ เจมส์ใช้นามปากกาอะไร มีอยู่ทางเดียวครับ ซื้อเทป ซีดี นะครับ แล้วที่สำคัญต้องเป็นของจริงด้วย ซีดีเถื่อน อย่า นะครับ เทปผี อย่านะครับ ช่วยกันต่อต้านนะครับ
พี่พู : ซื้อเทปผีเดี๋ยวมันหลอกเรา
เจมส์ : เค้าถือว่าเป็นการตัดทอน…
พี่พู : บรู๋ววววววววววววววววววว….
เจมส์ : (หัวเราะ)
พิธีกร : (หัวเราะ) หอนมาเลยนะครับเนี่ย
เจมส์ : ถือว่าเป็นการตัดทอนน้ำใจคนทำงานเพลงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง
พิธีกร : ใช่ครับ
เจมส์ : คือต่อไปเนี่ยตอนนี้ยังซื้อได้…แต่ว่า
พิธีกร : อ้าว ไปบอกเค้าทำไมอ้ะ
เจมส์ : เอ่อ แต่ว่า อีก 3 ปี 5 ปี เนี่ย ก็จะไม่มีพวกเรา เพราะว่าเอ่อ การทำงานเนี่ยมันไปไม่ได้แน่นอน
พี่พู : ผมว่าเราเอาโต๊ะมาตั้ง แล้วเรามาคุยกันเรื่องเทปผี ซีดีเถื่อนกันดีกว่า
พิธีกร : (หัวเราะ) ครับผม คราวนี้เรามาถามถึงเรื่อง การทำงานบ้าง กับการทำงานกับเจมส์ พี่ชมพู เป็นไงครับ
พี่พู : ครับ ทำงานกับเจมส์ชุดนี้ ทำแล้วน้อยใจครับ
พิธีกร : ทำไมครับ
พี่พู : เจมส์หล่อกว่าผมครับ
เจมส์ : (หัวเราะ)
พี่พู : ทำงานกับเจมส์เนี่ยนะครับ เหนื่อยตรง…
พิธีกร : ตรงหล่อน้อยกว่า…?
พี่พู : (หัวเราะ) ไม่ใช่ อันนั้นทำใจได้ครับ แต่ว่าจะเหนื่อยตรงที่ว่าเค้าจะมีไอเดียมาเสนออยู่เรื่อยๆ เราก็ต้องคอยรับลูกมา แล้วก็มาคิดต่อว่า อะไรทำได้ อะไรควรทำ ไม่ควรทำ คือเหนื่อยตรงที่ว่าจะมีวัตถุดิบมาเยอะ เจมส์จะเป็นคนที่มีการบ้าน ทำการบ้านมา อย่างที่บอกนะครับว่าชุดที่แล้ว ดิลิเวอร์รี่ นี่ก็เจมส์ เจมส์เป็นคนคิดว่าน่าจะเอาคำนี้มาใช้เพราะเห็นว่า การที่มีดิลิเวอร์รี่ในเมืองไทยกำลังเป็นที่นิยม เป็นที่รู้จักกันดีนะครับ ก็อย่างชุดนี้ก็มี เฟสติวัล มา มีคอนเซ็ปท์อะไรมาหลายๆอย่างนะครับ เพราะงั้นเนี่ยในส่วนของการทำงานก็มีทั้งสนุกแล้วก็เหนื่อย แต่ว่ามันไม่ใช่เหนื่อยแบบเหนื่อยท้อ มันเป็นแบบเหนื่อยแล้วสนุก แล้วก็ขอชม เค้าทำการบ้าน แล้วก็มีความรับผิดชอบสูง ก็คงทราบกันดีอยู่แล้วน่ะฮะ สำหรับเจมส์ ไม่ต้องชมกันมาก เดี๋ยวจะลอย3
พิธีกร : มาถึงพี่หมูแว่นครับ
พี่หมูแว่น : (ยกไมค์ขึ้นมากระแทกปากตัวเอง)
พี่พู : (หัวเราะ) ทำไม ทำไมต้องแกล้งเค้าขนาดนี้
พี่หมูแว่น : พี่พูเหยียบสายไมค์ผม
พิธีกร : พี่พูอย่าไปแกล้งเค้าดิ
พี่พู : เห็นๆ … เค้าบอกผมเหยียบสายไมค์ เค้าหยิบไมค์ขึ้นมาตีปากเอง แล้วก็บอกว่าผม (หัวเราะ)
เจมส์ : (หัวเราะ)
พิธีกร : ทำงานกับเจมส์ ในชุดนี้เป็นยังไงบ้างครับ
พี่หมูแว่น : ก็ เหมือนพี่พู น่ะครับ ก็ดีครับ เค้าเป็นคนมีความตั้งใจสูงครับ เอ่อ คือถ้าเค้าทำไปแล้ว ร้องไปแล้ว เค้ากลับไปนอนฟัง พรุ่งนี้มาอีกละ พี่ผมยังไม่ชอบ ผมขอร้องใหม่
พิธีกร : อ้าว
เจมส์ : ไม่ชอบครับ
พี่หมูแว่น : คือมันยังดีไม่พอครับ เค้ารู้สึกว่าเค้าต้องทำได้ดีกว่านี้ พวกผมก็เลย เหนื่อย
พี่พู : ผมก็เลยบอกเค้าว่า ตอนหลังเนี่ยนะ จนกระทั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เค้าบอก พี่ผมอยากแก้ไอ้นั่นนิดนึง ไอ้นี่หน่อย ผมบอก เอาอย่างนี้แล้วกันเจมส์ ไว้เกิดมีใครเค้าโทรมาที่บริษัท แล้วเค้าบอกยังไม่ชอบ เจมส์ค่อยอัดไปให้เค้าฟังที่บ้าน
เจมส์ : (หัวเราะ)
พี่พู : ทีละบ้าน ทีละบ้าน
พิธีกร : (หัวเราะ) อีกหน่อยก็โปรดิวซ์เอง นะฮะ มาถึงพี่ พี่แบน
พี่พู : พี่แบน นี่เป็นคนดีไซด์ดนตรี ตั้งแต่เริ่มต้นมาเราคุยกันว่า คำว่าเฟสติวัล เรานึกถึงอะไร ผมนึกถึงเทศกาล แล้วพอนึกถึงเทศกาล ก็จะไปนึกถึงพวกเทศกาลเกี่ยวกับบราซิลเลี่ยน พวกคานิวัล ของบราซิล มีความรู้สึกว่า มันให้ความรู้สึกคึกคัก สนุกสนานแล้วก็ แนวดนตรีก็น่าจะเอาอะไรบางอย่าง จากที่เป็นบราซิล หรือเป็นบราซิลเลี่ยนเนี่ยมาสร้าง ก็มาเป็นกลอง ตุ้ม ตะ ลุ่ม ตุ้ม ตุ้ม อะไรอย่างนี้ คุณแบนเป็นคนดีไซด์ดนตรีนะฮะ
เจมส์ : พี่พูตอบแทน (หัวเราะ)
พิธีกร : พี่แกล้งเค้านี่
พี่พู : ไม่ๆ คือบอกเค้าไง
เจมส์ : อ๋อ…
พี่พู : เค้าจะได้รู้
พิธีกร : เออ เน๊อะ (หัวเราะ) พี่แกล้งเค้านะเนี่ย มีการผ่านล่ามนะฮะ
เจมส์ : มีล่ามด้วย (หัวเราะ)
พี่แบน : จริงๆผมพูดไม่เก่ง ให้พี่พูพูดนะฮะ
พี่พู : พูดน้อยต่อยหนัก
พิธีกร : อ่ะ ถาม ถามความรู้สึกของพี่แบนฮะ
พี่แบน : ดีฮะ สนุก เศร้า
พิธีกร : มีเศร้าด้วย ?
พี่แบน : เวลาเพลงสนุกก็สนุกไปด้วย พอเพลงเศร้าก็เศร้าไปด้วยน่ะครับ
พิธีกร : อ๋อ ครับ … นี่คือบางส่วนนะครับ กับการทำงานที่ผ่านมากับพี่ชมพูนะครับ Executive Producer พี่หมูแว่นนะครับ ก็ตำแหน่ง Co – Producer แล้วก็พี่แบน ตำแหน่ง Producer สำหรับวันนี้คงต้องขอขอบคุณทั้ง 3 ท่านนะครับ พี่พู พี่แบน แล้วก็พี่หมูแว่นนะครับ พร้อมทั้งขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้เจมส์หน่อยครับ
เจมส์ : ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่ๆสื่อมวลชมทุกคนครับ สวัสดีแฟนๆทุกคนครับ ไม่มีเสียงกรี๊ด เสียงอะไรให้ผมเลยแม้แต่น้อยเลย ขอเสียงกรี๊ดหน่อยครับ…
——————————- กรี๊ดดดดดดดด —————————-
เจมส์ : เอ่อ ค่อยหายตื่นเต้นหน่อย โอเคครับ เพลงนี้นะครับ ชื่อเพลงว่า กี่คำก็ไม่รัก นะครับ เป็นเพลงที่สามในอัลบั้มครับ เพลงนี้วันนี้ก็ได้พี่แบนมาช่วยเล่นเปียโนนะครับ
(เจมส์โชว์เพลง “กี่คำก็ไม่รัก” )
พิธีกร : ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นพิเศษนะครับ เฉพาะวันนี้เท่านั้น วันดีเดย์ของเจมส์นะครับ ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ ว่าใครกันที่ทำเจมส์ลง ด้านหน้าถ้าเจมส์บอกรัก จะรักตอบมั๊ยครับ…ทีนี้เรามาคุยกันต่อดีกว่า รู้สึกว่าวันนี้เจมส์จะเตรียมเพลงมาอีกหนึ่งเพลงด้วย
เจมส์ : ครับผม
พิธีกร : เดี๋ยวได้รู้แน่ เดี๋ยวได้ฟังแน่นะครับ พูดถึงเพลงช้าที่หลายคนคงจะชอบ นั่นคือเพลง

เจมส์ : อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง

พิธีกร : อีกหน่อยก็ทิ้งกันเองนะครับ มีคนแอบถามมานะครับว่า Mv. จะได้ชมเมื่อไหร่

เจมส์ : เอ่อ ตอนนี้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วครับผม

พิธีกร : ต้องถามก่อนแล้วกันนะครับ เกี่ยวกับ Mv. เพลงนี้แต่ก่อนถาม เรามาดูตัวอย่างกันก่อนนะครับ เอ่อ ขอภาพ วีทีอาร์ นะครับ ครับ ตัวอย่างมิวสิคฯเพลง อีกหน่อยก็ทิ้งกันเองครับ

——– เปิดวีทีอาร์ เพลงอีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง ——— เสียงกรี๊ด …สนั่น…

พิธีกร : โอ้โฮ อลังการมาก เห็นแล้วขนลุกนะฮะ

————- เสียงกรี๊ด ดัง สนั่นอีกครั้ง ————

เจมส์ : ขอบคุณครับ

พิธีกร : ปกตินี่ ยืนคู่กัน ผมก็ด้อยอยู่แล้วนะครับ พอดูเจมส์ใส่ชุด เอ่อ เค้าเรียกชุดอะไร เอ่อ ชุดเครื่องแบบ

เจมส์ : ครับ เป็นชุด เอ่อ ทหารอากาศ ครับ นักบิน

พิธีกร : ครับผม หล่อโดนใจมั๊ยครับ (หล่อ) สุดยอดครับ

เจมส์ : ขอบคุณครับ (หัวเราะ)

พิธีกร : พูดถึง มิวสิกฯ เพลงนี้หน่อย ไปถ่ายทำที่ไหนครับ

เจมส์ : ก็ที่เดียวกับเพลง เทศกาลคนเจ็บอก นะครับ แต่ว่าด้วยฝีมือของทีมงานของ อาร์เอส. โปรโมชั่น สามารถเซ็ทจาก สถานที่ที่สนุกสนาน มาเป็นสงคราม ระเบิดกันตูมตาม ตูมตาม ข้างๆนะครับจะเป็นโรงเรียนนะครับ ข้างหลังเป็นวัดฮะ

พิธีกร : นะฮะ คงได้ติดตาม แล้วชมกันเร็วๆนี้นะฮะ

เจมส์ : ครับ คือมิวสิกฯตัวนี้เนี่ย จริงๆแล้วโดนผู้กำกับหลอกนะครับ ผู้กำกับบอกว่า เดี๋ยว จะมีระเบิดตรงนี้นะ ตรงนี้นะ ให้เจมส์วิ่ง อันนี้เราใช้ระเบิดจริงนะฮะ เค้าก็บอกว่า เล่นสีหน้าให้ดีนะ แววตานี่ต้องได้ ถ้าไม่ได้มีเท๊คนะครับ เราก็วิ่งมา หลบระเบิด ตู้ม ตู้ม ตู้ม พอมาเช็คเทปนะครับ เห็นผมตัวแค่เนี๊ยะ (หัวเราะ) ผมก็นึกว่าเห็นเต็มหน้า (หัวเราะ)

พิธีกร : ก็คือเป็น เบื้องหลังของการทำงาน

เจมส์ : แต่พอถ่ายทำเสร็จแล้วเนี่ย รู้สึก ภูมิใจครับ ตอนนี้ก็คือ อยากให้เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ได้ชมกันนะครับ ซึ่งทั้งผู่กำกับเอง ก็เป็นผู้กำกับใหม่ ไฟแรงมาก เพิ่งจบมา แล้วก็นักร้องเองก็..เป็นนักร้องใหม่ (หัวเราะ)

พิธีกร : อย่างนั้นเลยนะครับ (หัวเราะ)

เจมส์ : (หัวเราะ) เพิ่งออกอัลบั้มแรก ก็ดีใจครับที่ได้ทำงาน แบบนี้

พิธีกร : ครับ ก็เตรียมตัวได้ชมแน่นอนนะครับ แต่ว่า ตอนนี้ก็อุ่นเครื่องได้กับการซื้อเทปนะครับ ไม่ใช่เทปปลอม ของแท้ ซีดีเถื่อน เทปผี ช่วยกันต่อต้านนะครับ

เจมส์ : ซื้อมาก็ไม่เซ็นต์ให้

พิธีกร : ครับ และนั่นคือ Mv. เพลงต่อไปนะครับ เพลงอีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง จะไม่ใช้โชว์เพลงนี้ก็ยังไงอยู่นะครับ อยากฟังมั๊ยครับ (อยาก) โห เบาไปเน๊อะ เบาไปมั๊ย … อยากฟังมั๊ยครับ (อยาก) ขอเสียงปรบมือให้กับ อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง ครับ

เจมส์ โชว์เพลง อีกหน่อยก็ทิ้งกันเอง ท่ามกลางแฟนเพลง

เจมส์ : ขอบคุณครับ

พิธีกร : โอ้โห ถึงแม้จะเป็นเพลงเศร้านะครับ ก็แฝงด้วยความสุข เพราะว่าได้แช่งเค้า

เจมส์ : (หัวเราะ) เอ่อ ตั้งแต่เช้าถึงตอนนี้ยังไม่หายตื่นเต้นเลยนะครับเนี่ย ประหม่ามากเลยครับเนี่ย

พิธีกร : เพราะว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่นี่ครับ

เจมส์ : (หัวเราะ)

พิธีกร : ก็เป็นธรรมดานะครับ (หัวเราะ) ทุกคนคงจะได้ข้อมูลแบบเต็มๆนะครับ แต่อยากเต็มกว่านี้ต้อง ซื้อเทป

เจมส์ : รู้สึกจะขายของบ่อยนะครับ (หัวเราะ)

พิธีกร : สำหรับวันนี้ก็คงจะ ให้เจมส์ฝากถึงผลงาน กับเจมส์ เฟสติวัล ครับ

เจมส์ : ครับผม ช่วงนี้ก็ เทปผี ซีดีเถื่อนมีเยอะนะครับ ก็ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากพี่ๆสื่อมวลชนทุกคนนะครับ ยังไงก็เมตตาผมด้วยนะครับ (หัวเราะ) ก็ฝากผลงานเจมส์เฟสติวัล ให้กับทุกๆ คนนะครับ พี่ๆสื่อมวลชนนะครับ แล้วก็เพื่อนๆพี่ๆน้องๆตรงเนี๊ยะ เนี่ยนะครับ ที่ไปกันทุกงานเลย นะ อย่าลืมนะครับไปเจอกันงานคอนเสิร์ตนะครับ ชุดนี้เต็มที่ครับแล้วก็สบายๆกับทุกๆคนนะครับ ขอบคุณมากครับ

พิธีกร : ครับผม นี่คือ เจมส์ เฟสติวัล นะครับ ขอเสียงปรบมือให้กับเจมส์ ด้วยครับ วันนี้ขอบคุณมาก และสวัสดีครับ

เจมส์ : ครับ ขอบคุณครับ

โฟล์ค บาว

ได้ชื่อว่าเป็นวงดนตรีที่มีลีลา มีสีสันของงานดนตรีที่จัดจ้าน สนุกสนาน เร้าอารมณ์ จนสามารถส่งงานเพลงคึกๆ ลงแผงมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ คาราบาว” วงดนตรีเพื่อชีวิตอันดับ 1 ของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น งานในรูปแบบของ 3 ช่า หรือว่างานในลีลาร็อค จนทำให้หลายๆ คนดูจะลืมๆ อีกหนึ่งมิติที่พบเห็นได้ในงานเพลงของคาราบาว อย่างความนุ่มนวล สวยงามในบทเพลง รวมไปถึงงานดนตรีอะคูสติค ที่ฟังอบอุ่น จริงใจ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับทั้งแฟนเพลงของคาราบาว และนักฟังเพลงที่ชอบความงดงามของดนตรีที่ถึงแก่นอารมณ์จริงๆ มาแล้ว
เพื่อย้ำเตือนถึงความงดงาม ความอบอุ่น ความนุ่มนวลในเสียงเพลงของ คาราบาว อีกครั้ง คาราบาวจึงนำงานเพลงเก่าๆ ที่ทุกคนรู้จักกันดีรวม 13 เพลง อาทิ ขี้เมาใจดี, ตุ๊กตา, คนเก็บฟืน, แม่สาย มาทำใหม่อีกครั้งในสไตล์โฟลค์ ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสอีกมิติหนึ่งในงานดนตรีของคาราบาวได้เต็มที่ กับงานที่ใช้ชื่ออัลบั้มว่า “โฟลค์ ’บาว”
โดยอัลบั้ม “โฟลค์ ’บาว” จะวางจำหน่ายออกมาใน 3 รูปแบบพร้อมๆ กัน คือ อัลบั้มเพลง, อัลบั้มเพลงบรรเลงโดยฝีมือของ ปรีชา ชนะภัย และงานในรูปแบบของวีซีดีคาราโอเกะ เพื่อที่แฟนเพลง และผู้ที่สนใจจะได้สัมผัสกับมิติที่นุ่มนวลของคาราบาว ได้ในทุกรูปแบบตามที่ต้องการ โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค

บทสัมภาษณ์ เบิร์ด vol.1

Volume 1

 

มาดูกันว่ากว่าจะเป็น เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย ในวันนี้ได้ จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิง พี่เบิร์ดผ่านอะไรมาบ้าง มาฟังพี่เบิร์ดเล่าให้ฟัง

Thaialbums : ใช้เวลาเตรียมงานนานแค่ไหนครับ ?
Bird : เตรียมมาเรื่อยๆนะครับ ตั้งแต่เบิร์ด-เสกครับ เราก็ทำมาเรื่อยๆไม่รีบ เพลงเนี่ยไม่ใช่ร้องแค่ 11 เพลงนะครับ ร้องไปเยอะมากๆ แล้วมีโปรดิวเซอร์มากกว่านี้อีกนะครับในตึกเกือบจะทุกค่ายเพลงเลยนะที่ส่งเพลงมา ก็แข่งกันทำงานใครเข้าตากรรมการ ตรงกับวอลุมวันก็มาอยู่ในอัลบั้มนี้

Thaialbums : วอลุมวันหมายถึงอะไรครับ ?
Bird : ก็ วอลุมวัน ก็คือการเริ่มต้นใหม่ อยากให้ทุกคนเป็นแบบที่พี่เบิร์ดเป็นด้วย คือว่าไม่ว่าจะชำนาญงานแค่ไหนก็ตามเราไม่ปล่อยให้เวลาที่ผ่านมาทำให้เราเหนื่อย ท้อ หรือว่าเบื่อนะครับ เราก็ทำตัวซะว่าเหมือนเราเพิ่งเริ่มต้นใหม่พี่เบิร์ดคิดว่ามันทำยาก แต่ลองทำดู แล้วก็ปรับปรุงดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลาและมีความสุขกับงานที่เราทำอยู่ อืม พี่เบิร์ดเคยมองกลับไปตอน สบาย สบาย โห ทำไมเราแก่ขนาดนั้น

Thaialbums : พี่เบิร์ดดูแลตัวเองยังไงบ้างครับ ?
Bird : คือ พี่เบิร์ดดูแลมานานนะครับเป็นประจำเลย พี่เบิร์ดว่าน่าจะเป็นตัวอย่างไม่ใช่ว่าใกล้จะถึงเวลาแล้วเราเพิ่งจะมาทำ มันจะไม่ทันนะครับ แต่พี่เบิร์ดชอบที่จะออกกำลัง ดูแลการกิน การคิด แล้วก็ไม่มีเรื่องกับใคร ไม่เกลียดใคร ไม่โกรธใคร แบบนี้ไปเรื่อยๆมันก็ทำให้เราพร้อมที่จะให้ความสุขในเมื่อเรามีความสุขแล้ว

Thaialbums : อัลบั้มนี้ก็เท่ากับว่าทำงานกันมาแบบสบายๆ ?
Bird : ใช่ครับ แต่มันไม่ใช่ว่าทำงานง่ายนะ แต่ว่าเรามีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วเราพิถีพิถันมากมาถึงวันนี้มันก็เลยอยากทำตัวเบาๆ สบายๆ เพลงที่ร้องทุกคนสามารถจะร้องได้หมดมันง่ายมากๆ แล้วร้องได้เต็มเสียง ฟังแบบฉับๆเลย ไม่ต้องยากอะไร

Thaialbums : เรื่องของดนตรีล่ะครับ ?
Bird : จะเป็นวาไรตี้ มีฮิปฮอป มีอาร์แอนด์บี มีดิสโก้ บลู แจ๊ซ มีทั้งนองนอย ลิเก กูลู

Thaialbums : มีคนทำเพลงมาให้พี่เบิร์ดร้องเยอะเลย ?
Bird : น้องๆ ทำมา คือถ้าทำมาถึงพี่นี่พี่ร้องหมดเลยครับ พี่เหมือนกับไปเที่ยวที่ๆน้องเค้าพาไปเที่ยวหน่ะ ใครทำมาไหนลองฟัง แล้วก็ร้องเลย เค้าบอกยังไม่ต้องร้องก็ได้ฟังก่อนก็ได้ พี่บอกไม่ได้พี่ร้องเลย ..ให้น้องเค้าชื่นใจ แต่พอมาถึงตัดขอบแล้วเค้าจะรู้ว่าเออ อันนี้รอไว้ก่อน

Thaialbums : ประมาณกี่เพลงครับ ?
Bird : เยอะครับ ประมาณ 30-40 เพลง แต่ว่าเราก็ไม่ได้ทิ้งไปเลยนะ เราค่อยๆ ทะยอยไปเรื่อยๆ ส่วนตัวพี่ก็ได้แต่งไว้ 20-25 เพลง แต่ว่ายังเขินจ้ะ อย่างเสกเคยแต่งให้พี่เนี่ย พี่ก็จะแต่งให้เสก เสกชอบมากตอนนี้ได้ไปเพลงนึง (หัวเราะ)

Thaialbums : เพลงยังไงหรอครับ ?
Bird : เพลงขำมากๆ (หัวเราะ) เดี๋ยวเสกกลับมาคงได้คุยกันสนุก เสกเค้าชอบมากๆ คือเสกเค้ามีแรงบันดาลใจให้พี่ตอนที่ไปทัวร์ด้วยกันว่าพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดพูดคุยกับผมนะ ผมคิดเป็นเพลงได้เยอะเลย ทำไมพี่เบิร์ดไม่เขียน พี่ก็เฮ้ย ทำยังกับมันเขียนได้ง่ายๆนักนะ เสกก็บอก ไม่ยากหรอกพี่ จากนั้นเป็นต้นมาเลยเขียนหมดเลย หน้าห้องน้ำ ห้องนอนบนเตียง นั่งรอ เขียนได้หมด ก็เลยเอาไปให้เสกดู เค้าก็บอก พี่อย่างนี้โอเคเลย แต่ว่าตัวเองร้องเองคงยังเขินอยู่ให้น้องๆร้องก่อน

Thaialbums : เนื้อหาเกี่ยวกับอะไรครับ เรื่องรักๆ ?
Bird : อืม แต่ว่า อยากจะแต่งเป็นโรแมนติก แต่แป๊ปเดียวห่ามอีกแล้ว แป๊ปเดียวห่ามๆ ขำๆ เอาไว้คงได้ฟัง ก็ว่าจะแต่งไปเรื่อยๆๆ

Thaialbums : นอกจากเสกแล้วพี่เบิร์ดคิดอยากจะให้ใครเป็นคนร้องอีก ?
Bird : ก็…ดูว่าใครจะกล้าร้องบ้าง (หัวเราะ) เพราะมันขำทุกอันเลย

Thaialbums : มาที่อัลบั้มนี้ ?
Bird : อัลบั้มนี่พี่ว่า พี่เบิร์ดเนี่ยเป็นคนฟังเพลงคนแรก ร้องคนแรก ได้ยินเสียงเมโลดี้เป็นคนแรก ใส่เสียงเป็นคนแรก พี่รู้สึกว่าอัลบั้มนี้คนฟังจะได้รู้สึกเหมือนได้เสพอะไรมากทีเดียว คือเสียงร้องที่อิ่มที่เรารู้สึกมีความสุขที่จะเริ่มต้นใหม่ ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย การเริ่มต้นมันไม่ใช่ว่าต้องหวังอะไรนะมันก็เลยสนุกได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นการทำงานในห้องอัด การพูดคุยกับพี่เล็ก หรือการทำงานกับโปรดิวเซอร์เนี่ย เพลงจะเปิดกว้างให้กับโปรดิวเซอร์ได้วาดภาพในมุมมองของเค้าเยอะมาก

Thaialbums : ทำไมถึงมีนักแต่งเพลง หรือโปรดิวเซอร์มาร่วมงานเยอะขนาดนี้ครับ ?
Bird : อ๋อ ครับ ทุกคนอยากจะเข้ามาร่วม อยากจะแต่งเพลงให้พี่เบิร์ดร้อง อยากจะร่วมสนุกด้วย เพราะทุกครั้งเวลาพี่เบิร์ดมีอัลบั้มเนี่ยมันจะเหมือนแบบตึกมีงานหน่ะ ทุกคนเลยมาช่วยกัน สนุกกัน เวลาอัดเนี่ยห้องอัดคนเต็มเลย เฮ เฮ หนุกดีครับ

Thaialbums : เพลงส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงแฟนเพลง คุยกับแฟนเพลงเป็นหลัก ?
Bird : ใช่ แต่ไม่ทั้งอัลบั้ม แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน คือเพลงเปิดกว้างมาก แล้วแต่ว่าใครจะคิดไปยังไง อย่าง 3 เพลงที่ผ่านมาเนี่ยเห็นไหมว่าผู้กำกับเค้ามองต่างกันไปหมดเลย เพลงกว้าง เบาๆ ชิวๆ (หัวเราะ)

Thaialbums : ส่วนไหนที่ยากที่สุดครับ ?
Bird : อืม การวางคอนเซ็ปต์นะว่าเราจะไปทางไหนกันดีอันนั้นยากที่สุด คิดไปคิดมาแล้วก็มองมาที่พี่กัน เค้าบอกว่าไม่ต้องคิดอะไรมากล่ะ พี่เบิร์ดหน่ะหน้าใหม่จบเลย

Thaialbums : นางเอกมิวสิคฯพี่เบิร์ดเป็นคนเลือกเองหรือเปล่าครับ ?
Bird : พี่เบิร์ดเลือกไม่ได้หรอกครับ พี่เบิร์ดเลือกไม่ได้ ถ้าพี่เบิร์ดเลือกพี่เบิร์ดเอาหมดเลย ทางทีมงาน ผู้กำกับเป็นคนคิดว่าคาเร็กเตอร์ที่เค้าวางไว้นั้นเข้ากับนางเอกคนไหน แล้วก็มาบอกพี่เบิร์ด ให้พี่เบิร์ดเห็น ให้พี่เบิร์ดรู้ว่าใคร

Thaialbums : น้องๆ เค้าน่ารัก ?
Bird : ช่ายๆ น่ารักหมดเลย เบ้นซ์ เชอรี่

Thaialbums : กับเชอร์รี่ล่ะครับ ?
Bird : เค้าสวยนะ ตอนแรกพี่ไม่กล้าคุย เค้าดูสวยดูไฮโซ คุณแม่เป็นเจ้าทางเหนือด้วยครับ เค้าตัวเล็กมากๆ แต่ทำงานด้วยกันแล้วสนุกมากๆ ต้องขอบคุณทุกคนเลยครับ

Thaialbums : แล้วสำหรับแบบเบิร์ด เบิร์ดล่ะครับมีแพลนหรือยัง ?
Bird : อ๋อ ยังครับ แบบเบิร์ด เบิร์ดต้องมีการแพลนงานเยอะมาก ตอนนี้ยังครับผม

Thaialbums : ต้องรอดูกระแสก่อนหรือเปล่าครับ ?
Bird : ไม่นะจ้ะ แบบเบิร์ด เบิร์ดเกิดขึ้นไม่ต้องรอดูกระแสเลย เพราะว่าถ้าเราพร้อม คนดูเค้าก็พร้อม แต่ถ้าเกิดเราไม่พร้อมมันไม่ได้ เราต้องพร้อมก่อน เอาอันเปิดอัลบั้มให้เสร็จไปแล้วรวบรวมโชว์ รวบรวมแรงบันดาลใจ แบบเบิร์ดเบิร์ดจะเกิดขึ้นได้มันคือแรงบันดาลใจว่าเราจะคึกยังไงดี จะทำยังไงให้ดีแบบนี้ครับ

Thaialbums : ตอนนี้มีคิดไว้ในใจบ้างหรือยังครับ
Bird : ตอนนี้ยังครับสำหรับแบบเบิร์ดเบิร์ด มันเป็นอีกโลกหนึ่งเลย มันไม่ใช่คอนเสิร์ตแต่มันเป็นโชว์

Thaialbums : ทุกวันนี้กับการร้องเพลงพี่เบิร์ดรู้สึกว่ามันยากไหม ?
Bird : สำหรับพี่เบิร์ดนะ มันเหมือนกับภาษาพูดแล้ว แต่ว่ามันอยู่ที่วันเวลาที่ผ่านมาแล้วก็ความรักที่แท้จริงที่เรามีให้กับเพลงคือไม่ใช่ just to sing อ่ะ เราร้องแล้วเราเคารพคนเขียนเนื้อด้วยว่าระหว่างที่เค้าเขียนเค้าคิดอะไรอยู่ เราต้องนึกภาพให้ได้เท่าที่เค้าเขียนแล้วมันจะมีความสุขถ้าจะยากก็ยากตรงนี้ สมมุติเรามีเรื่องในใจมากมายแล้วมาร้องเพลงยังไงมันก็ไม่เข้า แต่สำหรับพี่เบิร์ดพี่เบิร์ดจะล้างสมองทุกอย่างพร้อมที่จะเข้ามาฟังเสียงเมโลดี้แล้วอ่านตัวหนังสือที่น้องเค้าเขียนมาให้ ที่พี่เค้าเขียนมาให้ แล้วจะไปกับเค้าด้วยทุกคำที่เค้าร้อง ทุกคำที่เค้าเขียนมา

Thaialbums : มีแอบเปลี่ยนเนื้อ เปลี่ยนอะไรของเค้าบ้างไหมครับ ?
Bird : มี เป็นเพลงมันส์ๆ อย่างของโจอี้บอยนี่จะมีเปลี่ยนแต่เพลงเพราะๆ ไปเปลี่ยนของเค้าไม่ได้(หัวเราะ)

Thaialbums : ยกตัวอย่างหน่อยครับ ?
Bird : ก็อย่างอมวัดอมอะไรนั่นแหล่ะ พี่เบิร์ดทั้งนั้นแหล่ะ (หัวเราะ)

Thaialbums : พี่เบิร์ดขึ้นคอนเสิร์ตมาเยอะมาก ยังมีตื่นเต้นอยู่ไหมครับ ?
Bird : โอ้โห ตื่นเต้น แต่ถ้าเกิดว่าพี่เบิร์ดออกไปแล้วพี่เบิร์ดจะสบายแล้ว แต่วันก่อนๆ ที่จะออกเนี่ย แหม มันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

Thaialbums : พี่เบิร์ดรู้สึกกดดันหรือกังวลไหมครับ เพราะทุกครั้งที่พี่เบิร์ดออกทุกคนจะแบบ…?
Bird : ช่วยลุ้นกันสุดฤทธิ์ (หัวเราะ) ดีครับ ทุกคนช่วยลุ้นพี่เบิร์ดก็เลยยิ้มได้ มันไม่กดดันหรอก มันตื่นเต้น

Thaialbums : ท่าเต้นล่ะครับ ?
Bird : อื้ม ท่าเต้นจะเป็นอะไรที่มันส์มากๆแหล่ะ คอยดู

Thaialbums : พี่เบิร์ดทำงานเยอะแบบนี้เอาแรงมาจากไหน ?
Bird : อืม นั่นสิ พี่ก็คิดเหมือนกัน แต่ทำยังไงแรงมันก็ยังไม่หมดสักที ทำงานจนดึกตี 3 เค้าก็ไปกันหมดแล้วพี่ยังเด้งอยู่เลย ก็เลยแบบว่าไม่มีใครเมตตา แต่จริงๆ มันเป็นความสุขจ้ะ เพราะทุกคนคิดกับพี่เบิร์ดแบบนี้ไงพี่เบิร์ดถึงมีพลัง ยิ่งอย่างวันที่ 3 เนี่ย ก้าวแรกพี่เบิร์ดเดินออกไปหน้าเวทีได้ยินเสียงเค้าโห่ร้องกรี๊ดใส่พี่เนี่ย มันเหมือนได้ชาร์จพลังอะไรก็แลกไม่ได้ ไม่รู้นักร้องคนอื่นเป็นยังไงนะ แต่พี่เบิร์ดจะยกมือไหว้สวนเสียงเลยทุกคนไม่เห็นเพราะอยู่ในความมืดพี่เบิร์ดจะไหว้รับแล้วจากนี้ไปก็สนุกกันเต็มที่ มันเป็นมูลค่าที่หาไม่ได้ แฟนเพลงพี่เบิร์ดไม่มีรุ่นด้วยคือไม่ได้เป็นเพื่อนเรามาตั้งแต่เด็กแต่เค้าสามารถอยู่กับเราได้ทุกรุ่นเลย ที่ไม่เบื่อ ไม่เหนื่อยเป็นเพราะกำลังใจจากแฟนๆจ้ะ

Thaialbums : อัลบั้มนี้จะมีเหตุการณ์เหมือนตอนแฟนจ๋าที่พี่เบิร์ดได้ไปทัวร์ทุกภาคทั่วประเทศอีกไหม ?
Bird : อ๋อ มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วครับอยู่ที่เราพร้อมหรือเปล่า จริงๆถ้าพี่เบิร์ดทัวร์นี่คงไม่มีเว้นวันหยุดราชการแน่ๆ ความฝันหน่ะอยากจะทัวร์ประเทศไทย อยากทัวร์เอเชีย อยากทัวร์อเมริกา อยากทัวร์ยุโรปไปหาคนไทยที่อยู่ต่างแดนบ้างนั่นคือความฝันแต่มันต้องพร้อมก่อนอาจจะ 60 ก็ได้ตอนนั้น (หัวเราะ) พี่อยากไปให้มันเป็นแบบบิ๊กโปรดักชั่น ไม่ใช่ไปอีกแบบหนึ่งเค้าก็ไม่ภูมิใจเค้าก็มีครอบครัวที่นู้นใช่ไหม เค้าก็จะได้บอกสามีเค้า บอกญาติพี่น้องเค้าว่าเนี่ยคนนี้เบิร์ด อยากไปแบบให้เค้าภูมิใจมันต้องใช้เวลา

Thaialbums : พี่เบิร์ดคิดไงกับการโกอินเตอร์ครับ ?
Bird : ก็ ใครอยากไปไหนก็ให้เค้าไปกัน แต่พี่ไม่ไปพี่อยู่ที่นี่

Thaialbums : ความพร้อมของพี่เบิร์ดคืออะไรครับ ?
Bird : คือความพร้อมจ้ะ (แป่ว) จะให้บอกว่าอะไรล่ะมันก็ต้องพร้อม (หัวเราะ)

Thaialbums : คอนเสิร์ตที่จะถึงนี้มีแขกรับเชิญบ้างหรือยัง ?
Bird : กำลังประชุมกันอยู่ พี่หน่ะอยากได้ทุกคนเลย แต่หมดก็คงไม่ไหวเล่นกันตายเลย

Thaialbums : โจอี้บอยล่ะครับ ?
Bird : โจอี้บอยเค้าไม่ชอบไปออกแบบนี้จ้ะ เค้าจะชอบแบบของเค้า เรื่องนี้พี่ก็ถามแล้วแต่พี่เล็กไม่บอก เค้าไปจัดการของเค้าไว้แล้วเค้ากลัวเรารู้แล้วไม่เซอร์ไพรส์ พี่ไม่รู้จะโดนอะไรบ้างเล้ย

Thaialbums : เอาคนดูไปซ่อน ?
Bird : เออ ตายเลยถ้าเอาคนดูไปซ่อนอ่ะนะ เออเนอะ

Thaialbums : พี่เบิร์ดออกกำลังกายยังไงบ้างครับ ?
Bird : ออกกำลังกายก็ว่ายน้ำ เออ แต่มันต้องออกอย่างมีเหตุผล มันต้องรู้ออกกำลังกายมากเกินไปหรือเปล่า การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งมันไม่ได้หมายความว่าเราต้องวิ่งให้หนักเพราะถ้าทำหนักๆเนี่ยแทนที่ร่างกายจะได้รับผลดีมันจะกลับกันจะเป็นโทษ ร่างกายของเราเนี่ยถ้าวิ่ง 12 นาทีแรกมันจะเผาผลาญน้ำตาลหลังจากนั้นมันจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งตัว และหลังจากนั้นเนี่ยมันจะเกิดอะไรต้องดูด้วยพวกเราเนี่ยเวลาคิดอยากจะออกกำลังก็ออกใหญ่เลยมันจะตายเอาต้องดูร่างการเราด้วย

Thaialbums : ตะกี้ได้ยินพูดถึงน้ำมันมะกอก?
Bird : เอ้อ น้ำมันมะกอกเนี่ยล่ะกินเลย ช้อนนึงตอนเช้า มันเป็นน้ำมันมะกอกที่เอามาใช้ทำอาหารได้ แล้วจะมีน้ำมันมะกอกอันนี้ซึ่งคล้ายกันแต่ว่าสามารถกินได้เลยเพราะน้ำมันมะกอกมันจะไปไล่คอเลสเตอรอล พวกเราเป็นสื่อมวลชนน่าจะเขียนเรื่องพวกนี้ให้เค้าดูแลการกินกัน อะไรที่เราไม่อยากกิน อันนั้นล่ะคือของดี อย่างผัก ผลไม้ที่ไม่ชอบกิน …ผัก ผลไม้ ใครจะบ้ากินทุกวัน พี่นี่แหล่ะบ้า ถ้ากินเนื้อก็ควรจะกินกับผัก ห้ามกินผักเนื้อและข้าวพร้อมกัน มันจะไปรวมกันเป็นน้ำตาลเข้าใจ๊ กินข้าวเสร็จปั๊ปต้องเว้นครึ่งชั่วโมงถึงจะกินผลไม้หรือกาแฟ ไม่งั้นทุกอย่างกินเข้าไปก็กลายเป็นน้ำตาลหมดเลย มันฉลาดนะร่างกายเนี่ย

Thaialbums : การดูแลรักษาและพัฒนาเสียงร้องของพี่เบิร์ดทำยังไงครับ ?
Bird : ก็นี่แหล่ะครับ ที่สำคัญคือการพักผ่อน กินน้ำเยอะๆ ไม่สูบบุหรี ไม่ดื่มเหล้า ไม่นอนดึกแค่นี้ครับ แล้วก็ไม่ตะเบงชะเวตี้ให้มันมากนัก ไม่แหกปากอะไรอย่างนี้ อย่าแจ๋นเกินเหตุ(หัวเราะ)

Thaialbums : พี่เบิร์ดนอนไม่ดึกหรอครับ ?
Bird : ไม่ดึก 4 ทุ่ม ตายแล้ว ตายก่อนเลย แต่จะตื่นเช้าไม่ว่าใครจะนัดตีอะไรพี่ได้หมดเลย เคล็ดลับอีกอย่างคือพี่เบิร์ดมาบริษัทเสร็จแล้วก็ขึ้นเตียงเลยไม่ได้แวะที่อื่นไง ไม่ได้เที่ยวกลางคืน แต่พี่ไม่ได้ว่าคนที่เที่ยวกลางคืนนะ แต่ถ้าถามพี่พี่ก็เลือกที่จะปฎิบัติตนอย่างนี้

Thaialbums : ว่างๆ ก็ไปไร่ไปนา ?
Bird : เออ ใช่ อันนี้ไม่ได้เข้าผับ แต่เข้าไร่เข้านานะฮะ (หัวเราะ)

Thaialbums : กิจการที่ไร่เป็นยังไงบ้างครับ ?
Bird : ดีครับ ขอบคุณครับ ช่วงนี้เป็นช่วงของฝนกับหนาวนะเห็ดก็จะออก ข้าวก็ เห็นบอกว่าจะหว่านข้าววันที่ 27-28 นี้ ฟังแล้วสบายใจเนอะ

Thaialbums : ข้าวกับลำใยนี่เป็นสินค้าโอท็อปหรือยังครับ ?
Bird : โอท็อปครับ ก็ขายอยู่ที่ท็อปหน่ะครับ โอท็อป ขายอยู่ที่เดียวเลยครับ (หัวเราะ)

Thaialbums : ตอนนี้มีนักร้องรุ่นใหม่เยอะเลย มีคนไหนไหมที่พี่เบิร์ดมองแล้วคิดว่าเหมือนตัวเอง ?
Bird : อ๋อ พี่ก็อยากให้เค้าเหมือนพี่ทุกคนเลย แต่ถ้าเค้าเหมือนเค้าจะต้องแลกกับการทำงานหนักมากและต้องรักจริงๆ อยากให้เค้าเหมือนตรงที่ให้เค้าสุขที่เค้าทำเหมือนที่พี่เบิร์ดทำนี่ อยู่ตรงนี้พี่เบิร์ดมีความสุขมากเลย ไม่ต้องเหมือนพี่ที่รูปลักษณ์แต่ให้มีความสุขในการทำงานเหมือนพี่ครับ

Thaialbums : พี่เบิร์ดรู้สึกยังไงกับคำว่าซุปเปอร์สตาร์ครับ ?
Bird : อืม เป็นคำที่เค้าใช้เรียกพี่ ไม่ใช่พี่เรียกตัวเอง

Thaialbums : แล้วรู้สึกยังไงที่ได้ยินเค้าเรียก ?
Bird : รู้สึกเสียวไปทั้งตัว (หัวเราะ)แต่ก็ไม่ได้แบกหามเอาไว้ ก็ทำตามธรรมดาของเราเพลงขึ้นเราก็ร้อง เพลงจบเราก็กลับบ้านและทำให้ดีแค่นั้นเอง

โดย : Thaialbums.com
update : 22:8:2005

ยุคร็อคแอนด์โรล 2503-2515

วงการเพลงของไทยได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งนี้เนื่องจากผลงานเพลงของตะวันตก  อาทิเช่น  วงสี่เต่าทอง (The Beatles), วงเดอะชาโดว์ (The Shadow) ซึ่งเป็นวงดนตรีของประเทศอังกฤษที่เล่นดนตรีให้กับคลิฟ  ริชาร์ด (Cliff  Richard)  หรือนักร้องเพลงร็อคชื่อดัง  เช่น  เอลวิส   เพรสลี่ย์  (Elvis Pressley)  ได้เข้ามาแพร่หลายในเมืองไทย และทำให้วัยรุ่นไทยกลุ่มหนึ่งตื่นตัว กับผลงานเพลงของนักร้องเหล่านั้นอาจจะกล่าวได้ว่าวงดนตรี The Shadow เป็นวงที่มีบทบาทสำคัญต่อนักร้องและนักดนตรี ของไทยในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก  จนถึงกับมีการนำเอาคำว่า  “ชาโดว์”  มาใช้เรียกชื่อประเภทวงดนตรีที่เล่นเพลงสากลในลักษณะที่ใช้เครื่องดนตรี 4 ชิ้น  คือ  กีต้าร์  3  ตัว  และ  กลอง 1 ชุด  วงดนตรีของไทยที่เล่นเพลงสากล  โดยเลียนแบบของตะวันตกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าวัยรุ่นไทยนิยมฟังเพลงสากลมาก  แต่อย่างไรก็ตามเพลงไทยสากลประเภท  “ลูกกรุง”  อย่างเช่น เพลงของวงดนตรีสุนทราภรณ์  และ “ลูกทุ่ง”  ก็ยังคงได้รับความนิยมควบคู่กันไปด้วย

……………….ในช่วงปลายปี  พ.ศ.2512   ซึ่งสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาตั้งฐานทัพในไทย  ได้มีส่วนทำให้อิทธิพลของเพลงตะวันตกเข้ามามีบทบาทต่อวงการเพลงไทยอีกครั้งหนึ่ง  วงดนตรีที่เล่นเพลงสากลในสมัยนั้น ได้แก่  วงจอยท์ รีแอ็คชั่น (Joint Reaction – วงดนตรีดิอิมพอสซิเบิ้ล), วงซิลเวอร์แซนด์ (Silver Sand),  วงรอยัลสไปรท์ส (Royal Sprites) ฯลฯ  จะเห็นได้ว่านักดนตรีไทยส่วนใหญ่จะเล่นเพลงสากล โดยการลอกเลียนจากแผ่นเสียงเพลงสากลกันเป็นส่วนใหญ่

……………….ต่อมาในปี พ.ศ.2512 “คณะกรรมการจัดการประกวดสตริงคอมโบแห่งประเทศไทย” ของ  สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปภัมภ์  ได้มีการจัดให้มีการแข่งขันประกวดวงดนตรีในแบบ  “สตริงคอมโบ”  ขึ้น  โดยมีกติกาบังคับให้วงดนตรีที่เข้าประกวดจะต้องเล่นเพลง สากล 1 เพลง  เพลงไทยสากล 1 เพลง และ เพลงพระราชนิพนธ์ 1 เพลง  วงดนตรี  จอยท์  รีแอ็คชั่น  ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น  “ดิอิมพอสซิเบิ้ล”  ซึ่งสมาชิกภายในวงประกอบไปด้วย  เศรษฐา  ศิระฉายา,  วินัย  พันธุรักษ์,  อนุสรณ์  พัฒนกุล,  สิทธิพร  อมรพันธุ์ และ  แดน-พิชัย  ธรรมเนียม  ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 ครั้งติดต่อกัน  นับได้ว่า  “เป็นวงดนตรีประเภทสตริงคอมโบของไทยวงแรก ที่สามารถสร้างความรู้สึกเป็นสากล และเป็นวงแรกอีกเช่นกันที่ช่วยบุกเบิกให้วัยรุ่นหันมาฟังเพลงไทยแนวใหม่” และผลจากการประกวดดังกล่าว  ทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยตลอดจนผู้ประพันธ์เพลง เริ่มหันมาให้ความสนใจกับวงดนตรีประเภทนี้มากขึ้น  ด้วยการแต่งเพลงไทยสากลที่บรรเลงโดยวงดนตรีสตริงคอมโบ  และเนื่องจากวงดิอิมพอสซิเบิ้ล ได้ร้องเพลงอัดแผ่นเสียงประกอบภาพยนตร์เรื่อง  “โทน”  ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และนับจากนั้นวงดนตรีสตริงคอมโบก็เป็นที่แพร่หลายในวงการเพลงไทยสากล  ไม่ว่าจะเป็น  วงซิลเวอร์แซนด์, รอยัลสไปรท์ส,  วง  พี.เอ็ม.5,  วงพี.เอ็ม.7,  วงแฟนตาซี,   วงชาตรี,  วงแกรนด์เอ็กซ์  ฯลฯ  วงดนตรีสตริงคอมโบเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเล่นเพลงสากล ตามภัตตาคารและไนท์คลับต่างๆ  โดยเฉพาะบนย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่

 

ที่มา  :  หนังสือ  “กว่าจะเป็นธุรกิจเทปเพลง”