ชาลี่ อินทรวิจิตร

รวยรินกลิ่นความหลัง โดย ชาลี อินทรวิจิตร

ทุกอักษร ร้อยกรองมาจากหัวใจ เป็นบทเพลงที่เขียนให้เฉพาะเพื่อน
แง้มหน้าต่างความทรงจำอันรางเลือน เสมือนระฆังบอกโมงยามความเป็นเรา
รวยรินๆ หอมกลิ่นความหลัง ทำให้นึกถึงหรือบางทีอาจจะได้รวมเล่มเป็นที่ระลึก
สำหรับชีวิตของตัวเอง ก่อนที่ใบไม้สีเหลืองกร้านๆใบนี้จะปลิดปลิวไปตามกาลเวลา

ครับ! เพลงนี้ผมเขียนไว้อาลัยคุณ สุนทร สกลวัฒนา หรือที่เราเรียกถนัดปากว่า “ป้อมปราการ” นักเขียนจากที่ราบสูงเป็นคนอีสานโดยกำเนิด สังกัดน.ส.พ.ไทยรัฐ ได้รับความไว้วางใจ จากกกองบรรณาธิการให้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าข่าวบันเทิง ควบคู่กันไปกับตำแหน่งหัวหน้าข่าวกีฬา คือควบคุมดูแลทั้งหน้า 13 และหน้า 15 รับผิดชอบทั้ง 2 หน้า! แบบนี้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอกครับผม

สมัยนั้นวงการกีฬาโลก โดยเฉพาะมวย ยักษ์ใหญ่แห่งวงการคือหนังสือ “เดอะริงค์” ของแน็ต แฟร็ทเชอร์ เป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงสุด ทุกครั้งที่เขาเหยียบแผ่นดินไทย ท่ามกลางนักข่าว รุมล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อหาข่าว แต่คำแรกที่แน็ต แฟร็ทเชอร์ เอ่ยปากสวนคำถามนักข่าวคือ แวร์ อิส มิสเตอร์ป้อม นั้นหมายถึงว่า แน็ต แฟร็ทเชอร์ แกรักคุณสุนทร สกลวัฒนา หรือป้อมปราการของเรา เหมือนลูกชายคนหนึ่งของแก นี่คือความพิเศษของป้อมปราการ

แดดจัดพัดลมแรง อาจทำให้ป้อมปราการกลายเป็นใบไม้ที่หลุดจากขั้วปลิดปลิวไป ภัยมืดของชีวิตเขาคือโรคร้ายที่คอนเบียดเบียนกัดกร่อนร่างกายเขาทุกเวลานาที จนกว่ารถรางสายชีวิตของเขาจะจอดป้ายสุดท้าย เพราะแล่นต่อไปไม่ไหวแล้ว นั้นคือละครปิดฉากชีวิตของเขาก็จบ เปลวไฟในคืนหนาวคงเหลือเพียงเถ้าธุลี
มีอะไรที่โลกให้มาแล้ว ไม่เอากลับคืน

จำได้คืนนั้น รายการชรินทร์โชว์ จัดขึ้นเพื่อไว้อาลัยป้อมปราการโดยเฉพาะ ไม่เจาะจงว่าเป็นใครมาร่วมในรายการ แต่มิตร เพชราและดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ต่างคนต่างแต่งชุดขาวดำมาในรายการเพื่อแสดงความรัก และอาลัยป้อมปราการเนืองแน่นสถานีโทรทัศน์

แม้แชมเปี้ยนโลกที่ยิ่งใหญ่อย่าง โผน กิ่งเพ็ชร อภิเดช ศิษย์หิรัญ จอมเตะบางนกแขวก แชมป์มวยไทย ก็ผุดลุกผุดนั่งที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ขาวดำ หน้าสลอน รอออกอากาศร่วมไว้อาลัย และแล้วไฮไลด์ช่วงสุดท้าย คืนนั้นคือเพลง”เพื่อนตาย” ชรินทร์ร้องเพลงนี้ทั้งน้ำตา เพลงเพื่อนตายแตะน้ำตาให้กับชีวิตของประชาชนผู้ฟังและดาราดดยทั่วกัน วันฌาปนกิจศพของเขา ไทยรัฐลงเนื้อเพลงเพื่อนตายในหน้า 13 ขบวนแห่ศพของเขา คุณเชื่อไหมยาวเป็นกิโล หัวขบวนมาถึงวัดสระเกศแล้ว แต่ท้ายขบวนยังอยู่ที่วัดตรีทศเทพ(สมัยนั้นที่วัดตรีทศเทพยังไม่มีเมรุเผาศพ)

Related Posts

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.