A major


Powered by
TheGuitarLesson.com

A1 Atomic Kitten Backstreet Boys Blue Britney Spears กอหญ้า ชรินทร์ นันทนาคร ชัยรัตน์ เทียบเทียม ชาตรี ดนุพล แก้วกาญจน์ ดอกไม้ป่า ดอน สอนระเบียบ ดาวใจ ไพจิตร ดิอิมพอสซิเบิ้ล พัชรา แวงวรรณ พัณนิดา เศวตาสัย ภราดร ภูสมิง หน่อสวรรค์ รวมดาว รวิวรรณ จินดา รอยัลสไปรท์ รักริทึ่ม รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส วง xyz วงชาตรี ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ สาว สาว สาว สินใจ หงษ์ไทย สุชาติ ชวางกูร หนุ่มเสก เสกสรรค์ ชัยเจริญ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อัญชลี จงคดีกิจ อินโนเซ้นท์ อุมาพร บัวพึ่ง ฮอทเปปเปอร์ เฉลียง เฌอ เบิร์ด กะ ฮาร์ท เพลงประกอบหนัง แกรนด์เอ็กซ์ แมคอินทอช แอนนา โรจน์รุ่งฤกษ์ แอนเดรีย สวอเรซ โอเวชั่น ใหม่ เจริญปุระ

ท่าฉลอม เพลงจากบ้านเกิดของ ชาลี อินทรวิจิตร

ลมหัวทะเล พัดฉ่ำระส่ำมาสู่ฝั่ง ตั้งแต่หัวค่ำคืนนั้น พื้นน้ำและระลอกขาวพร่างทะเล ความเย็นชื่นแผ่กระจาย ตั้งแต่หัวบ้านวัดช่องลมมาจนทั่วละแวกบ้านชายทะเลเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของผมไม่เว้นแม้แต่บริเวณที่ผมยืนอยู่ ก็แล้วทำไมผมต้องมายืนมาเดินบนถนนเหงาๆ ที่มีแสงไฟวอมแวมข้างทางสลัวๆ เงาดำบนพื้นถนนซึ่งทอดยาวขึ้นและดำมืดขึ้นทุกทีทุกทีเมื่อค่อนดึก แต่ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน จะมีรถจักรยานสามล้อผ่านไปผ่านมาสักคันก็ทั้งยาก

นี่หรือบ้านเกิดของผม กี่เดือนกี่ปีก็ทึบทึมอยู่อย่างนี้ คนละแวกบ้านผมทุกคนมุ่งแค่จะทำมาหากิน ไม่มีใครเลยที่จะเสียสละทุ่มเทพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตกปลา หรือกินอาหารทะเลสดๆในวันสุดสัปดาห์ ก็ใกล้แค่นี้เอง ใช่ “ท่าฉลอม” ใกล้แค่นี้เอง

“แต่มันไกลหัวใจแกมากใช่ไหมหง่า พี่ไม่เคยเห็นแกแต่งเพลงให้บ้านเราสักเพลงเลย ดีแต่ไปแต่งเพลงให้บ้านอื่นเมืองอื่น ทุ่งรวงทองงี้ แสนแสบงี้ กว๊านพะเยาเอย สาวนครชัยศรีเอย”

ผมทะลุกลางปล้องขึ้นทันที “อ้าวทำไมล่ะ ผมจะแต่งเพลงนี้ให้แฟนผมมั่งไม่ได้เหรอ ศรินทิพย์เขาเป็นสาวนครชัยศรีนะ”

“แล้วท่าฉลอมล่ะ มันเล็กมากใช่ไหม แกถึงแต่งไม่เป็น” พี่สาวผมว่า

“พี่อิจฉาเพลงน่ะซิ” ผมพูดเบาๆเปรยๆไม่ได้ตั้งใจ “ใช่ฉันขี้อิจฉา ก็ยังดีกว่าคนหัวใจป่าช้าหยั่งแก ไม่รู้คุณค่า ไม่รักแผ่นดินถิ่นเกิด เคยทำอะไรให้บ้านเราชื่นใจมั่งหรือเปล่าแกน่ะ”

เจ็บในน้ำคำ จำในใจจ๋อยๆ เห็นจักรยานสามล้อแล่นอ่อยๆอ๋อยๆไป ช่างหัวมัน ผมจะเดินซะอย่าง จะเมียงมองข้างทางให้เห็นแง่เห็นมุมที่จะเอามาเขียนเพลง เสียงพี่สาวยังก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกลึกๆในใจผม

“ทำไม ท่าฉลอมมันเล็กมากใช่ไหม แกถึงแต่งไม่เป็น”

บ้านเกิดของผมกี่เดือนกี่ปีก็ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ เคยเห็นยังไงก็เป็นยังงั้น ผมเดินจากบ้านมาไกลพอควร ถึงยังไงผมก็จะเดินไปให้สุดถนนที่ปลายสะพาน เรือกำลังจะออกจากท่าพอดี ผมทั้งวิ่งทั้งเดินก็ยังไม่ทัน ต้องหันกลับมานั่งรอ กว่าเรือจะกลับมารับ ก็คงไม่ต่ำกว่าครั้งชั่วโมงมั้ง เพราะกว่าคนจะขึ้นเรือจนเต็มจากฝั่งกระโน้นคงต้องใช้เวลา

ทะเลเป็นของโลก บางวันโศก บางวันเศร้า
ท่าฉลอมเป็นของเรา กำลังเหงาๆ พอดีเจอเฒ่าทะเล

ลุงคนนั้นแกเป็นนายท่าเรือ รูปร่างบึกบึน ผมหงอกจนเป็นสีขาวไปทั้งหัว ผมก็สนทนาปราศรัยไปตามเรื่องตามราว ไม่คิดว่าจะเจอเฒ่าทะเลตัวจริง

“มีเรือลำเดียวหรือครับลุง” ผมถามแก

“มีสองสามลำคุณ แต่กลางคืนมีแค่ลำเดียว” แกตอบ

“ผมต้องรอนานไหมเนี่ย”

“ก็จนกว่าคนจะเต็มเรือนั่นแหละ ถึงจะออกจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้”

“ลุงอยู่ท่าฉลอมมานานแล้วหรือครับ” ผมขยับเข้าไปใกล้แกอีกหน่อย ลุงแกมองผมอย่างไม่แน่ใจว่าผมจะเป็นชายประเภทสองหรือเปล่า เพราะหน้าตาผมก็ดูดี

“ผมเป็นน้องชายพี่สงวน เป็นหลานย่าเรียม ลือประเสริฐครับ” เท่านั้นแหละ ลุงแกก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย จับเข่าคุยกับผมอย่างเป็นกันเองทันที

“ลุงเป็นชาวเล เรือประมงหาปลาทุกลำ ลุงเคยอยู่ เคยกิน เคยนอน เคยรอนแรมไปกับเรือหาปลา ดักลอบ กู้อวน แม่แต่เรือท่านเจ้าสัวพ่อคุณเรียม ลือประเสริฐ ที่มีเรือเป็นสิบๆลำก็ยังไว้ใจลุง” ผมชักสนใจเรื่องราวอันเกี่ยวกับบ้านผมและญาติๆของผม

“เล่าให้ผมฟังเถอะลุง อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับท่าฉลอมหรือเมืองมหาชัยของเรา” เฒ่าทะเลตัวจริงหยิบบุหรี่ใบที่ม้วนยาฝอยไว้เรียบร้อยจากกระป๋องขึ้นมาจุดไฟสูบ 2-3ครั้งประมาณนั้น นัยน์ตาก็เลื่อนลอยมองไปที่ฝั่งมหาชัยที่ม่านฟ้าดำมืดมีแต่ดาวระยิบระยับอยู่ไกลๆ

กระแสคลื่นอันคลุ้มคลั่ง หรือจะขลังเท่ามนต์แห่งความรัก ที่ใอ้หนุ่มผิวทองแดงเพิ่งจะรู้จักเริ่มจะริรัก ไหนจะมีปลาที่คัดแล้วว่าดีผูกติดเอวอยู่ 2-3 ตัว ไหนจะเอาเสื้อผ้าผูกเทินหัวไว้ไม่ให้เปียก แต่ความรักรอคอยอยู่ มันจึงว่ายตัดคลื่นปราดเปรียวเป็นฉลามกล้าไปสู่ฝั่งมหาชัย เพราะแม่พยอมหอมหัวใจ รอคอยอยู่แล้ว

“ก็เธอสวยใช่ไหมจ๊ะ…ทะเลจ๋า”

ชีวิตไอ้หนุ่มตังเก ดำเนินไปในความรักได้ไม่ช้าไม่นาน สาวพยอมก็ถูกพรากจากฝั่งมหาชัยไปเป็นดอกไม้ประดับหูชายอื่นเมืองอื่นเสียแล้ว ความรักของไอ้หนุ่มชาวเลเหมือนพายุผ่านไปชั่วแล่น ไม่เห็นหน แต่พี่ก็รักพยอมเหมือนรักทะเลนะ

ที่ต้องเห็นต้องทนอยู่ตลอดชาติ ชั่วลมหายใจ ผมก็ได้เพลงท่าฉลอมไว้ในท่อนหนึ่งว่า “พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก” เศร้าซึมไปกับคำเล่าของลุง แต่ก็ต้องตื่นจากภวังค์ เมื่อระฆังเร่งให้คนลงเรือ เพราะเรือกำลังจะออกจากท่าเรือข้ามมาฝั่งท่าฉลอมตั้งนานแล้ว และคนกำลังจะเต็มจะข้ามกลับไปฝั่งมหาชัย

“เร็วคุณ เรือจะออกแล้ว”

ผมก็เร็วทันใจ วิ่งไปที่สะพานกระโจนแผล็วลงไปที่เรือ เรือเบนหัวออกจากฝั่งทันที แล้วก็นึกขึ้นมาได้รีบเดินหลีกคนมาทางท้ายเรือตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

“ลุง ผมลืมถามไป ลุงชื่ออะไรนะ”

“บุญเย็น”

“ขอบใจ ผมจะเขียนเพลงจากชีวิตรักของลุงได้ไหม?”

“เพลงอาราย……?”

“ท่าฉลอม” เสียงสุดท้ายกลืนหายไปกับเสียงเครื่องยนต์

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.