ข่าวคอนเสิร์ต
  • No Events
เบิรด์ ธงไชย-บูมเมอแรง
ภูสมิง หน่อสวรรค์- เมื่อสายลมรักพัดผ่าน
เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ - ได้เวลา เจมส์
November 2018
MTWTFSS
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30   
« Oct   Dec »

ชัยรัตน์ เทียบเทียม

เนื้อเพลง มันน่าคิด

มันน่าคิด

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

มันน่าคิด มันน่าคิด คิดก็ยิ่งน่าคิด
โอมันน่าคิด คิด คิด ก็ยิ่งน่าคิด
ชีวิตมนุษย์มนา เมื่อวานสนุกหรรษา
วันนี้น้ำตานองหลั่ง โวะ โอะ โอ
จะหวังอะไรแน่นอน

เมื่อยามร่ำรวยโลกสวยดูสุขสบาย
เพื่อนฝูงเรียงรายอวยพร
พอยามเงินขาดตัดรอน
เขาค้อนสำคัญตีจาก โวะ โอะ โอ
ความทุกข์ยากคือเพื่อนเรา

แต่คนเคยร่วมเรียงเคียงเคล้าคลอ
พอทรัพย์จางเขาก็ถอดถอนรักสิ้นแม้เงา
ลั่นคำจะรักเราแท้ก็กล่าวพอคิดเศร้า
เขาก็ห่างลาร้างสิ้น

โอ้มันน่าคิด คิด คิด แล้วก็น่าคิด
ชีวิตลุ่มดอนตอนเป็นใจคนเราไม่อาจเห็น
พอทุกข์ลำเค็ญเห็นได้ โวะ โอะ โอ
จำไว้น้ำใจของคน
(นี่แหละใจของคน)

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง รักเธอคนเดียว

รักเธอคนเดียว

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

เธอคือชีวิต เธอคือจิตใจของฉัน
เธอคือความหวัง เธอคือความฝันฉันสร้าง
เธอคือความสุขที่ฉันคิดถึงอย่างไม่จืดจาง
มิใช่คำหวาน แต่ใจฉันอยากรักเธอคนเดียว
เมื่อวานนี้ฉันพบเธอใจเผลอรัก
พอวันนี้อยากบอกรักหนักใจเหลือ
เพราะพรุ่งนี้กลัวรักพลาดจะขาดเธอ
ฉันต้องเพ้อใจต้องตรมจนวันตาย

(ขอบคุณ  ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง รักหนอรัก

รักหนอรัก

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

รักหนอรักไม่จริงถูกทอดทิ้งใจหาย
รักหนอรักกลับกลายสิ้นสลายกลายขม
รักหนอรักต้องตรมสุดระทมขมขื่น

รักหนอรักไม่รอเฝ้างอนง้อรอฝืน
รักหนอรักไม่คืนชื่นเป็นช้ำกำสรวล
เราหนอเราเฝ้าครวญเมื่อรักลวงลับล่วง

เธอหนอเธอขยี้รักและภักดีของฉัน
หวังกลายมลายเหมือนฝันฝันลวง
ใจหนอใจภักดีฉันพลีให้เธอทั้งดวง
โดนรักลวงทั้งทรวงแหลกแล้วเอย

ลืมหนอลืมเท่าไรเจ็บเพียงไหนใจเอ๋ย
ลืมมิลืมได้เลยโปรดอย่าเย้ยผู้แพ้
ใจหนอใจอ่อนแอไม่ผันแปรรักเธอ

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง น่ารัก

น่ารัก

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

น่ารัก เมื่อเธออยู่ใกล้
หวานหวานละไมนี่แหละใจของเธอ
ซ่อนใจฉันไม่กล้าเสนอ เกรงว่าฉันจะเก้อเธอรักก่อนได้ไหม

หากรักบอกมาค่อย ๆ
ขวัญฉันจะลอยลิ่วไปไกลแสนไกล
โธ่เอ๋ยขวัญมันคงหวั่นไหว ยามที่เห็นเธอใกล้ใจฉันสั่นละเมอ

ยิ่งคิดบางครั้งฉันก็
ท้อใจด้วยจนหนทาง
รักเอ๋ยช่วยเผยใจพราง เปิดทางให้บ้างสร้างสะพานรัก

ทอดไว้ให้ใจฉันข้าม
แล้วฉันจะตามติดเธอไปทุกทาง
บ่ายเย็นเช้าสายยามรุ่งสาง มอบใจรักเคียงข้างจะไม่สร่างรักเธอ

อยากรักแต่ใจไม่กล้า
คิดมาเนิ่นนานรั้งรอ
ท้อถอยจะพลอยเสียดาย สักวันเขาหน่ายจะเจ็บใจนะ

น่ารักเมื่อเธออยู่ใกล้
ฝันหวานละไมหลับในความสัมพันธ์
มอบใจของเธอให้กับฉัน ตราบชั่วนิจนิรันดร์จะยึดมั่นรักเธอ

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง เพียงความทรงจำ

เพียงความทรงจำ

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

เหลียวมองหา
เหม่อผวาคิดถึงเธอ
โอ้รักใยเก้อได้ใกล้เธอเพียงในฝัน

หลงแรกเจอ
อยากรักเธอเพ้อที่ใจเรา
เธอนั้นเฝ้าครอบคลุมหัวใจฉันด้วยความรัก

เพียงความทรงจำ
ขอแค่นั้นนะจ๊ะเธอ
คิดว่าใจเราเพ้อยอมท่วมเอ่อด้วยความรัก

ปล่อยตัวทิ้งไป
เหลือเพียงใจที่เราเคยรัก
ทนสิ่งแสนหนักด้วยความรักทับถมหัวใจ

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง รักฉันเถิดที่รัก

รักฉันเถิดที่รัก

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

หากฉันขาดเธอฉันคงต้องตาย
ชีวิตไร้ความหมายต้องตายแน่แท้เชียว
ความรักของฉันนั้นยังแน่นเหนียว
รักเธอคนเดียวไม่ข้องเกี่ยวใคร

เก็บความรักไว้ให้เธอเสมอ
ทั้งชีวิตมอบให้เธอไม่ยอมไปเผลอให้ใคร
ทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจ
อาจผิดหวังได้ถ้าฉันโชคไม่ดี

วอนขอวอนพระเจ้า
ขอจงโปรดช่วยเราและจงเมตตาปราณี
ถึงแม้สูญสิ้นชีวิตหนนี้
ขอให้มีโชคดีความฝันให้เกิดเป็นจริง

ขอจงได้โปรดให้เธอรักฉัน
แม้เพียงสักวันแล้วฉันจะยอมทุกสิ่ง
ตั้งใจแน่วแน่ให้เธอรักจริง
แล้วฉันจะไม่ทอดทิ้งรักจริงให้เหมือนดั่งฝัน

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง รักเพรียกหา

รักเพรียกหา

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

ก่อนเคยพะนอ
ก่อความรักติดตรึงใจไม่เสื่อมคลาย
นอนละเมอเรียกถึงเธอมิเคยเว้นวาย
แต่แล้วโลกพาวกเวียนเปลี่ยนไปใจระทม

สุดรักภักดี
อยากเห็นเธอมีชีวีสุกใส
ตรองคิดดูว่าโลกสร้างเธอมาให้ใคร
เจ็บช้ำระกำหัวใจเพื่อเธอ

ขาดดวงใจ
โอ้ชีวิตจะดำเนินอย่างไร
โอ้ชีวิตจะดำเนินเพื่ออะไร
โอ้ชีวิตใยมืดมนหนทางเลือน

โศกใดมิปาน
อกร้าวรานเจียนตายไม่เหือดหาย
นอนระทมเศร้าทุกคืนกลืนน้ำตา
สุดแสนจะทรมาหัวใจ

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

เนื้อเพลง กว่าจะถึงปลายทาง

กว่าจะถึงปลายทาง

Artist: ชัยรัตน์ เทียบเทียม

กี่ฝันกี่ความหวัง
กี่ครั้งที่ใจต้องทน
ล้มแล้วลุกคลุกคลาน กี่หนจะทนก้าวไป

กี่ร้อนกี่เหน็บหนาว
อยากเป็นดาวลอยบนฟ้าไกล
ทุกข์ถมทับน้ำตาท่วมใจ จะไปให้ถึงปลายทาง

ยังมีทางถ้าหากไม่ยอมแพ้
จะไม่ท้อแท้สู้มันทุกอย่าง
ทุ่มเทใจและกายฝ่าฟัน กว่าจะถึงวันที่เราเคยฝัน

เหนื่อยล้าเหงื่อหยดไหล
ไม่เป็นไรใจยังแข็งแกร่ง
จะขอเป็นดาววับวาวส่องแสง พุ่งแรงบนฟ้างดงาม

(ขอบคุณ ..คุณฟ้าสีเทา.. สำหรับเนื้อเพลงครับ)

โอ ชัยรัตน์ เทียบเทียม

 

สาวหนึ่งงามสดใส เยื้องกายเดินผ่านมา พบเธอที่อินทรา ลักษณางามสมใจ เอ๊ะ…เธอจะไปไหน เอ๊ะ…เธอพูดอะไรเอ๊ะ…เธอพูดกับใคร เอ๊ะ…ใยเธอยิ้มมา ]

 ชูวับ ชูวับ ชูวับ ชูวับ ชูวับ ชูวับ โว้ว….ใคร…เคยเพ้อรำพัน ฉันรักเธอ สุดหัวใจไม่มีใครมาเทียบ เปรียบรักเราเล่น เป็นรักลองอีกสองใจคงเป็นไปไม่ได้ ]

เมื่อเพลงดัง 2 เพลงอย่าง สุขาอยู่หนใด และ เธอที่รัก หรือแม้แต่เพลง รักหนอรัก และ ระทมรัก ดังขึ้นเมื่อใด แฟนเพลงยุคกลางคงจะจำกันได้ถึงหนุ่มโอ ชัยรัตน์ เทียบเทียม ภาพลักษณ์ของนักร้องหนุ่มหล่อ เสียงดี พร้อมด้วยกีตาร์โปร่งคู่ใจตัวนึง ที่จะร่วมกันขับขานเพลงรักสำหรับวัยรุ่นในยุคนั้น ซึ่งจนถึงวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเกือบ 30 ปี แต่พี่โอก็ยังดูไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซักเท่าไหร่ คงมีแต่ความภูมิฐานที่มีมากขึ้นตามวัย และในวันนี้ พี่โอก็ให้เกียรติมาเป็นแขกรับเชิญของบ้านเพลงเก่า ในหน้าสกู๊ปพิเศษเริ่มต้นปี 2547 นี้

ชัยรัตน์ เทียบเทียม

เริ่มต้นการสัมภาษณ์ ก็คงไม่พ้นเรื่องราวของการก้าวเข้ามาเป็นนักร้องในอดีต ซึ่งพี่โอก็ได้ลำดับเรื่องราวให้ทางทีมงานเราฟังตั้งแต่สมัยที่เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนช่างกลแห่งนึง ซึ่งสมัยนั้นเพิ่งเปิดกิจการมาได้ปีกว่าเท่านั้น จากการพูดคุย ทำให้ได้ทราบว่า เพื่อนร่วมสถาบันของพี่โอ ซึ่งปัจจุบันก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงในขณะนี้ ก็มี พี่เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร และ คุณจารึก กัลย์จาฤก ผู้บริหารใหญ่ของกันตนา ช่วงเวลาที่เรียนอยู่ที่ช่างกลนั้น ก็ยังไม่วี่แววว่าจะได้เข้าวงการบันเทิง จนกระทั่งจบจากช่างกลแล้ว 2-3 ปีนั่นแหละ จึงเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต

“ หลังจากจบจากช่างกลมาได้ซัก 2-3 ปี เอ๋ ( ไพโรจน์ ) ก็ได้เล่นโฆษณา ก็เกิดไปเข้าตาคุณเปี๊ยก โปสเตอร์ เข้า จากนั้น เอ๋ก็เลยได้เล่นหนังของคุณเปี๊ยก ก็คือเรื่อง วัยอลวน เรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนังวัยรุ่นเรื่องแรกของยุคนั้นทีเดียวนะ พอเอ๋เค้าเล่นไปได้ซักครึ่งเรื่อง ก็เลยเสนอกับคุณเปี๊ยกว่า น่าจะมีเพลงกุ๊กกิ๊กๆ มาประกอบด้วยนะ ซึ่งพอคุณเปี๊ยกเห็นด้วย เอ๋ก็เลือกเอาเพลง สุขาอยู่หนใด ที่เพื่อนชื่อ ปิยพล เอนกกุลเป็นคนแต่งไว้ เพลงนี้ พวกเราเคยร้องเล่นๆ กันในหมู่เพื่อนๆ กันเอง เอ๋ก็เอาเพลงนี้มาให้พี่เรียบเรียงใหม่ ให้เล่นกับกีตาร์โปร่งตัวเดียว จากนั้นคุณเปี๊ยกก็เอาเพลงนี้มาใส่ในหนังด้วย ทีนี้ ก่อนหนังเรื่องนี้จะเข้าโรง เพลงจากหนังเรื่องนี้ก็จะถูกนำไปเปิดช่วงท้ายๆ พวกหนังฝรั่งที่ฉายอยู่ก่อน ตามโรงสกาลา สยาม ลิโด อินทรา พอคนได้ยินก็แปลกใจ เพราะไม่เคยได้ยินเพลงในแนวนี้มาก่อน เป็นเพลงแนวรักใสๆ น่ารักๆ ถามกันไปถามกันมา ถึงได้รู้ว่า หนังเรื่องนี้กำลังจะฉาย ”

 

“ พอหนังเข้าโรง ก่อนหนังฉายก็จะมีดนตรีหน้าม่าน มีการแสดงของวงดิอิมพอสซิเบิ้ล แล้วก็พี่ ไปแสดงด้วย พี่ก็ขึ้นเล่นด้วยกีตาร์โปร่งตัวเดียว ตอนนั้น คนก็ยังไม่รู้จักด้วยว่าเป็นใคร แต่พอเริ่มเล่นดนตรีเท่านั้นแหละ คนก็ฮือฮา เพราะจำเพลงนี้ได้ ยิ่งพอตอนหนังฉาย ถึงตอนที่พระเอกร้องเพลงนี้ด้วย คนก็ยิ่งฮือฮา อ๋อกันว่า เป็นเพลงที่ร้องในช่วงนี้ บรรยากาศแบบนี้ ไปๆ มาๆ ก็เลยดังทั้งหนัง ทั้งเพลง พอคนติดเพลง ต้องการซื้อเทป ก็ไม่มีขายอีก ต้องตามอัดเอาจากรายการวิทยุ ก็มีบางคนหัวใส เห็นว่าเพลงดัง ก็อัดเอาจากรายการวิทยุ แล้วก็มารวมกับเพลงดังๆ ในช่วงเวลานั้น รวมๆ กันเป็นเพลงดังทั้งตลับ แล้วก็ออกวางขาย ”

หลายคนคงยังจำกันได้ว่าช่วงเวลานั้นภาพยนตร์เรื่องวัยอลวน ซึ่งแสดงนำโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร และ ลลนา สุลาวัลย์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นพระเอก นางเอก น้องใหม่ทั้งคู่ ประกอบกับได้เพลงน่ารักๆ แนวใหม่มาร่วมด้วย ทำให้ทั้งหนังทั้งเพลงดังเปรี้ยงปร้างขนาดไหน เรียกว่า ทำสถิติเรื่องรายได้ของหนังเลยทีเดียว ซึ่งคุณเปี๊ยกก็ไม่รอช้า ถือสุภาษิต น้ำขึ้นให้รีบตัก ก็รีบทำภาค 2 ของหนังเรื่องนี้ โดยใช้ชื่อว่า “รักอุตลุด” ซึ่งคุณเปี๊ยกก็ให้พี่โอทำเพลงขึ้นมาอีก 3 เพลง เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้

“ ในเรื่อง รักอุตลุดนี้ คุณเปี๊ยกให้พี่ทำ 3 เพลง ก็มี รักหนอรัก ระทมรัก เธอที่รัก แล้วตอนนั้น พอหนังฉายกระแสความดังก็เพิ่มขึ้นอีก จากที่แต่แรก ใครต่อใครเคยคิดกันว่า เพลงจากเรื่อง วัยอลวน นั้น เอ๋เป็นคนร้อง มาเรื่องนี้ ถึงได้รู้ว่า เพลงทั้งหมดพี่เป็นคนร้อง ส่วนเพลง ระทมรัก ที่ในเรื่อง คุณพจนีย์ อินทรมานนท์ ร้องนั้น จริงๆ แล้วก็เป็นน้องสาวพี่ สุภาภรณ์ เทียบเทียมร้อง ”

จากเรื่อง รักอุตลุดนี้ ก็ยังมีหนังวัยรุ่นตามมาอีกเรื่อง คือ ชื่นชุลมุน แต่เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ คงไม่ค่อยถูกใจตลาดวัยรุ่นซักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยดังทั้งหนัง ทั้งเพลง แต่อย่างน้อยเพลง ยับ จากหนังเรื่องนี้ก็ดังในหมู่วัยรุ่น ทำให้ชีวิตของพี่โอเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครึ้งนึง

“ หนังเรื่องชื่นชุลมุนนี้ ไม่ค่อยดังนะ แต่เพลงกลับดัง เพลงในเรื่องนี้ก็คือ ยับ เขียนโดยคุณอุดม สัตโกวิท ตอนนั้นก็มีคนมาติดต่อให้พี่ร้องเพลงนี้ จากที่ดังอยู่แล้ว 3 เพลง พอมาร้องเพลงนี้ด้วย ก็เลยยิ่งดัง จากนั้นก็เริ่มทำอัลบั้มเพลง โดยเลือกเอาเพลง ยับ มาเป็นเพลงเอก นอกนั้นก็เอาเพลงอื่นที่แต่งเอง ผสมกับเพลงของคนอื่นด้วย แล้วตอนนั้นก็เล่นละครช่อง 3 ด้วย เช่น ดงมนุษย์ ทองประกายแสด คลื่นเสน่หา คนเริงเมือง ผู้กำกับ เริงศิริ ลิมอักษรก็ให้ร้องเพลงไตเติ้ลด้วย บางเรื่องไม่ได้เล่นละคร แต่ก็ได้ร้องด้วยเหมือนกัน เรื่องคลื่นเสน่หานี่ เป็นงานแรกเลยนะ แล้วเพลง เพียงความทรงจำ จากหนังเรื่อง ความรักเพรียกหา ในเรื่อง คุณวินัย พันธุรักษ์ เป็นคนร้อง แต่ไม่มีแผ่นขาย ตอนที่ทำอัลบั้ม ก็เอาเพลงนี้มาร้องด้วย ก็ทำให้ดังเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่สังกัดรถไฟดนตรีแล้ว เพลงละครช่วงนั้น แต่ละเพลงก็ดังนะ แต่จะไม่มีแผ่นขาย เพราะยังไม่มีใครจับธุรกิจนี้ ตอนออกคอนเสิร์ตโลกดนตรี ก็ร้องเพลงคนเดียว เล่นกีตาร์คนเดียว เป็นโลโก้ไปแล้ว ช่วงนั้นหนังก็มีเล่นเหมือนกัน อย่างเช่นเรื่อง นักรักรุ่นกระเตาะ เพลงรักเพื่อเธอ ”

 

“ นอกจากเล่นคอนเสิร์ตโลกดนตรีแล้ว ช่วงที่ดังใหม่ๆ ก็รับเชิญไปโชว์ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ก็จะจัดตามโรงหนัง ปรากฏว่าโรงหนังแทบแตก เพราะแฟนเพลงมาดู มากรี๊ดกันเยอะ ส่วนนึงนอกจากที่ชอบเราเพราะผลงานเพลงแล้ว ก็ยังต้องการที่จะเจอตัวจริงด้วย ช่วงนั้นก็ไปต่างจังหวัดบ่อยมาก ไปออกรายการวิทยุ แล้วก็ได้เที่ยวด้วย หลายปีทีเดียว ”

ตลอดเวลาที่พี่โออยู่ในวงการบันเทิงมา พี่โอออกอัลบั้มเพลงอยู่หลายชุดทีเดียว ซึ่งก็มีทั้งเพลงแต่งเอง และเพลงของคนอื่นที่เอามาร้องด้วย ซึ่งอัลบั้มทุกอัลบั้ม พี่โอจะมีความประทับใจในทุกชุดเท่าเทียมกัน เพราะตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ถ้าพูดถึงเพลงที่ประทับใจแล้วล่ะก็

“ เพลงที่ประทับใจพี่ก็คือ เพลงที่ไม่ตาย เช่น เธอที่รัก รักหนอรัก อีกเพลงนึงก็คือ เพลงกว่าจะถึงปลายทาง เพลงนี้พี่ทำให้กับรายการ เที่ยงวันกันเอง ประทับใจมากๆ แล้วเพลงก็ดังมากด้วย เพลงนี้ใช้เวลาเขียนแค่ 2 ชม. พี่เขียนให้คนฟังมีความรู้สึก สู้ชีวิต ไม่ท้อถอย ตัวพี่เองสู้มาได้จนทุกวันนี้ ก็เพราะเพลงนี้ เวลาท้อถอย พี่ก็จะนึกถึงเพลงนี้ พี่เขียนให้คนอื่นฟัง แล้วตัวเองก็ฟังด้วยนะ”

กับความเห็นของผู้ใหญ่ในยุคสมัยนั้น ที่ไม่ต้องการให้ลูกหลานเข้าวงการบันเทิง เพราะเห็นเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน จะเลี้ยงดูตัวเองไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง ผู้ปกครองของพี่โอเอง ก็มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน แต่ความที่พี่โอไม่ชอบงานด้านเครื่องยนต์ ถึงแม้จะเรียนช่างกลมาก็ตาม พี่โอก็สามารถให้เหตุผลที่ทำให้ผู้ปกครองยอมรับได้เหมือนกัน

“ เรื่องอาชีพการงาน ขอให้เป็นอะไรที่เลือกเองดีกว่า ขอให้ได้เดินทางไปในทางที่เราเลือกเอง ดีไม่ดีอยู่ที่อนาคตเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งตอนนั้น พอมีชื่อเสียงโด่งดัง แม่ก็ภูมิใจมาก ”

แต่ตัวพี่โอเองก็ไม่คิดยึดติดกับอาชีพนักร้องตลอดไป

“ นักร้องใหม่ๆ ก็มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นักร้องเก่าก็มีแต่อายุมากขึ้น ถ้าร้องไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีคนสนใจ เจ้าของค่ายต้องเลือกเอาคนที่มีความนิยมอยู่แล้ว และถ้าร้องจนไม่มีคนสนใจ ก็ดูไม่มีค่า ไม่มีใครมอง สู้เราออกจากวงการเมื่อถึงเวลาอันควร คนก็ยังคิดถึง เมืองไทยเราไม่เหมือนเมืองนอก นักร้องยิ่งแก่ยิ่งมีคุณค่า ”

เปรียบเทียบระหว่างดนตรียุคเก่า และยุคใหม่ ดนตรียุคเก่าจะเล่นกันสดๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยเหมือนในสมัยนี้ ทั้งกลอง เบส กีตาร์ เล่นสดในห้องอัดเลย แต่สมัยนี้ แค่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วย เสียงก็ยังเหมือน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องแนวเพลงล่ะคะ

“ แนวเพลงเดี๋ยวนี้สามารถฟังกันหลากหลาย คนทำเพลงก็จับเอาหลายๆ ทำนองมาผสมกัน เดี๋ยวนี้บ้านเราพัฒนาเยอะแล้ว มีเพลงเพราะๆ หลากหลายก็ดี เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน ”

 

ตั้งแต่ออกจากวงการเพลง แฟนๆ เพลงก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของพี่โออีกเลย หลายคนคงอยากทราบว่าพี่โอไปทำอะไร ที่ไหนมาบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา

“ แรกเริ่มก็จับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขายคอนโด บ้านจัดสรร ที่ดิน ปีแรกๆ ที่ทำก็ดีนะ มีกำไร แต่พอมาถึงปี 38 – 39 ก็เจ๊ง หลังจากนั้นปีกว่า ก็กลับไปร้องเพลงอีกครั้ง แต่ร้องได้พักเดียวก็เบื่อ เพราะแพ้ควันบุหรี่ด้วย ต่อมาก็มาร่วมกับเพื่อนทำธุรกิจคาร์บู้ท เปิดท้ายขายของ ทั้งที่เซ็นทรัล เสรีเซ็นเตอร์ หรือแม้แต่หน้าห้างสรรพสินค้า ทำไปทำมาซักพัก ก็คิดได้ว่า น่าจะยกขึ้นห้างเลย โดยเริ่มเปิดที่ซีคอน ใช้ชื่อว่า คลองถม เพราะได้ไอเดียจากคลองถม ก็เอาใบปลิวไปแจกแถวคลองถมด้วย บางคนที่มาไม่ได้ ก็ให้ญาติพี่น้องที่อยู่แถวนี้มา ทำให้คลองถมแถวนี้บูมมาก คนจองคิวแน่น ทำให้ได้เงินจากธุรกิจนี้เป็นกอบเป็นกำ ฟื้นตัวได้ก็จากธุรกิจนี้ ทำอยู่ที่ซีคอนก็ประมาณ 3 ปี ตอนนี้ก็ไปอยู่ที่มาบุญครองแล้ว มีแยกสาขาไปทำธุรกิจ อพาร์ตเม้นท์ ส่วนงานเพลง คาดว่า เร็วๆนี้จะมีผลงานออกมา ยังไงก็ติดตามผลงานพี่โอกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ”

คิดว่าคงทำให้แฟนๆ เพลงของพี่โอ ชัยรัตน์ เทียบเทียม ได้หายคิดถึงบ้างพอสมควร ก่อนจากกันในวันนั้น พี่โอก็ได้ฝากคำทักทายทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นภาพ เป็นเสียง มาให้กับสมาชิกเว็บบ้านเพลงเก่าด้วย ก็ต้องขอขอบคุณพี่โอมา ณ โอกาสนี้ด้วย ที่สละเวลามาพูดคุยให้แฟนๆ เพลงได้หายคิดถึงกัน


มอลลี่ : ผู้สัมภาษณ์

ไอรดา : เรียบเรียง