รวี+ดอกไม้ป่า - ดอกไม้กับแสงตะวัน
นรินทร ณ บางช้าง-อย่างแรง
ของแท้ชุดพิเศษ
October 2017
MTWTFSS
« Sep   Nov »
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31      

รำลึกความหลัง

รำลึกความหลัง ศิลปินเพลงเก่า

แมคอินทอช วันวานยังหวานอยู่

แมคอินทอช…วันวานยังหวานอยู่ โดย นายเจ

กลับมาเถิดวันวาน….วันวานยังหวานอยู่ ยังจำกันได้มั้ยครับเพลงนี้ เป็นเพลงประกอบ ภาพยนต์ เรื่อง วันวานยังหวานอยู่ เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วได้มั้งครับ ตอนนั้นสมาชิก วงแมคอินทอชดัง เป็นพลุแตกได้เล่นหนัง คู่กับคุณอรพรรณ พานทอง คุณอนุสรา จันทรังษี นางเอกสุดน่ารัก สุดฮอตในสมัยนั้น (ขวัญใจผมด้วยครับ)

วงแมคอินทอชตัวผมเริ่มรู้จักวงแมคอินทอชก็ประมาณปี 2525 จากเพลง“ใจสยิว” ที่ร้องว่า ใจมันสุดสยิว วาบหวิวเสียจนวุ่นวาย เป็นโรคประจำกาย มาเนิ่นนานหลายปี…นึกออกแล้วใช่มั้ยครับ จริงๆคำว่าสยิว อาจเริ่ม มาจากวงแมคอินทอช ก็ได้นะครับ หลังจากนั้นมา ผมก็ได้ดูภาพยนต์ซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเทปวงแมคอินทอชในตอนนั้นบอกตรงๆครับไม่มี ปัญญาซื้อ ผมเองก็เพิ่งจะอยู่ ป.6 เอง เงิน 40-50 บาทในสมัยนั้นก็มากโขอยู่ ต้องอดขนมหลายวัน ก็เลยต้อง อาศัยอัดจากวิทยุเอา อัดแล้วเบื่อฟังก็ลบทิ้ง

วงดนตรีวงนี้เท่าที่ผมจำได้นักร้องเด่นๆก็คงจะเป็น คุณต้น วงศกร รัศมิทัต ชายหนุ่มรูปหล่อ ผมม้า ยาวประบ่า กับกลองคู่ใจ ร้องไปตีไป ซึ่งหลังจากวงแมคอินทอช ยุบลงไปแล้ว คุณต้นก็ผันไปเป็น นักดนตรีอยู่กับวงตาวัน วงดนตรีคุณภาพอีกวงนึงของเมืองไทย

คุณอู๋ อรรถพล ประเสริฐยิ่ง ในตำแหน่งมือคีย์บอร์ดประจำวง ผู้ฝากเสียงนุ่มๆไว้ใน เพลง “ลมหายใจของความคิดถึง” กับเพลง“ห่างไกล” ที่ฟังกี่รอบๆก็ไพเราะครับ หลังๆมาคุณอู๋ก็ไปออก อัลบั้มของตัวเอง เพลงที่เป็นที่รู้จักก็คงเป็นเพลง“อดีต” ที่โดนใจใครหลายๆคน รวมทั้งผมด้วย ก็เสียตัง ซื้อเทปไปตามระเบียบ

นักดนตรีอีกคนนึงซึ่งแสดงภาพลักษณ์แห่งความสนุกสนานของวงแมคอินทอชคงเป็นใครไม่ได้ครับ นอกจาก คุณเหมียว สมบัติ ขจรไชยกุล ที่ฝากเสียงร่วมร้องกับเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆในเพลงสนุกๆ อย่างเพลง“ถนนนี้กลับบ้าน” เพลงน่ารักๆ แนวสนุกสนาน ที่ฟังแล้วชวนให้คิดถึงเพลงฝรั่งแบบ “Take me home country road” ยังไงอย่างนั้นเลยครับ

สำหรับผมแล้ววงดนตรีแมคอินทอช เป็นวงดนตรีคุณภาพ ที่มีเพลงไพเราะมากมาย เป็นวง สตริงขวัญใจ วัยรุ่น ของเมืองไทยในสมัยนั้น ถึงเวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม แต่ผมคิดว่าวงดนตรี วงนี้ก็ยัง คงเป็นดนตรีขวัญใจ และก็อยู่ในดวงใจใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นวันวานหรือวันนี้ จริงมั้ยครับ!

เดอะพีเพิ่ล

เดอะพีเพิ่ล…นักร้องคู่ประสาน   โดย…นายเจ

%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a5

อัลบั้ม : ขาวและดำ ศิลปิน : เดอะ พีเพิ่ล พ.ศ. 2526

ย้อนหลังกลับไปเกือบ 20 ปี วงดนตรีduo หรือนักร้องคู่ประสานที่โด่งดังเห็นจะ เป็นใครไป ไม่ได้นอกจากวง เดอะพีเพิ่ล (The People) ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก 2 คน คือ พรชัย ทัศนพันธุ์ และ ภิญโญ สุวินทรากร ภายใต้การผลักดันของวิทยา ศุภพรโอภาส ดีเจเสียงแหบประจำรายการวิทยุ
” เพลงไทยสบายอารมณ์ ” ในสมัยนั้น

ด้วยเอกลักษณ์ของการเป็นนักร้องคู่ประสาน บวกกับการเล่นดนตรีที่ทันสมัย เสียงร้องที่หนัก หน่วง ชัดเจน ส่งผลให้คนร่วมสมัยในยุคนั้นได้รู้จักนักร้องคู่นี้มากขึ้น อัลบั้มเปิดตัวของวงดนตรีดูโอคู่นี้ ชื่อชุดว่า ขาวและดำ ด้วยเพลงส่วนใหญ่ของอัลบั้มชุดนี้เป็นการนำเอาทำนองที่คุ้นหูจากเพลงฝรั่งเก่าๆ และฝีมือการเขียนเนื้อเพลงแบบไม่มีท่อนซ้ำ ทำให้เพลงในอัลบั้มชุดนี้ติดหูผู้ฟังอย่างได้อย่างรวดเร็ว เช่น เพลงขาวและดำ ที่นำเอาทำนองเพลง The Sound of Silence ของ Simon& Garfunkel มาใส่เนื้อเพลงไทยที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต ที่ในตัวคนมักจะมีทั้งใจขาว และใจดำอยู่ด้วยกัน ใจขาวจะนำไปสู่การทำดี สิ่งดีๆ ส่วนใจดำมักจะนำเราไปสู่ทางที่ไม่ดี ก็ต้องแล้วแต่ว่าเราจะยอม ให้ใจขาว หรือใจดำเป็นใหญ่ในตัว นอกจากนั้นยังมีเพลงอื่นๆที่ค่อนข้างติดหูเช่น เพลงน้ำฝน น้ำตา ที่นำทำนอง เพลง Crying In The Rain ของ The Everly Brothers มาใส่เนื้อแบบไทยๆก็เป็นเพลงที่น่าฟัง ไปอีกแบบ โดยเนื้อเพลงได้กล่าวถึงชายหนุ่มที่ถูกคนรักตีจาก จนต้องออกมายืนร้องไห้กลางสายฝนเพื่อ ให้น้ำฝนกลบรอยน้ำตา นอกจากนั้นยังมีเพลง เพลงไทยสบายอารมณ์ ที่นำเอาทำนองเพลงฝรั่ง มาใส่เนื้อไทยได้อย่างเหมาะสม และเพลงนี้ก็คงเป็นเพลงโปรโมตรายการ เพลงไทยสบายอารมณ์ของ คุณวิทยา ไปด้วยในตัว

หลังจากประสบความสำเร็จจากอัลบั้มชุดแรกไปแล้วในปีถัดมา วงเดอะพีเพิ่ล ก็ออกอัลบั้มชุด ที่สองชื่อชุด“สิ่งนั้นคือเธอ”ตามออกมา โดยยังคงลักษณะ การร้องเพลงแบบชัดถ้อยชัดคำ ตามสไตล์ เดอะพีเพิ่ล ไว้เหมือนเดิม ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ก็่ประสบความสำเร็จพอสมควร หลังจากนั้นวงเดอะพีเพิ่ลก็เงียบ
หายไปจากวงการเพลง คาดว่าคงจะแยกย้ายกันไปทำงานในสายงานที่ตนเองรัก คงเหลือไว้แต่ตำนาน วงคู่ประสานที่มีชื่อเสียงมากในเมืองไทยในสมัยนั้น

เสือสีชมพู…พิ้งค์แพนเตอร์

เสือสีชมพู…พิ้งค์แพนเตอร์  โดย…นายเจ

วงดนตรีที่ผมจะเขียนถึงวันนี้ เป็นวงดนตรีวงหนึ่งที่ผมชอบงานของเค้าครับ ด้วยสไตล์เพลงที่ นุ่มๆ ฟังสบายๆเป็นเอกลักษณ์มานาน เพลงของวงดนตรีวงนี้จึงเหมาะสำหรับ การเปิดฟังไปด้วยแล้ว ทำงาน ไปด้วย

สำหรับวงพิ้งค์แพนเตอร์ สมาชิกของวงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดอยู่ตลอดเวลา ในตอนเริ่มตั้งวง มีคณะร่วมทำงานอยู่หลายคนได้แก่ วิชัย ปุญญะยันต์, ณรงค์ อับดุลราฮิม, อดุลย์ วงษ์แก้ว, กรองทอง ทัศนพันธ์, ปนิตา ทัศนพันธ์, ประมาณ บุษกร โดยการทำงานช่วงแรกๆของวง ได้มีการนำเพลงของนักร้องในค่ายเดียวกัน อย่างเพลงสายชล เพลงเธอ ของจันทนีย์ อุณากูล มาขับร้อง ในสไตล์ของพิ้งค์แพนเตอร์เอง สำหรับเพลงช่วงแรกๆของพิ้งค์แพนเตอร์เองที่เป็นที่รู้จักอย่าง แพร่หลาย และยังมีนักร้องรุ่นหลังๆนำมาขับร้องจนถึงปัจจุบันเช่น เพลงรักฉันนั้นเพื่อเธอ ที่พูดถึง ความรัก มั่นคงของชายหนุ่มต่อหญิงสาวคนรัก ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม

พิ้งค์แพนเตอร์หลังจากนั้นวงพิ้งค์แพนเตอร์ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในวงอยู่หลายคน โดยมีทั้งออกจากวง และเพิ่มเข้ามา สมาชิกของวงพิงค์แพนเตอร์ที่เข้ามาใหม่และมีส่วนทำให้วงพิ้งค์แพนเตอร์มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในยุคนั้นก็คือ คุณโสรยา ศิรินันท์ นักร้อง สาวผู้ฝากเสียงหวานๆ ไว้ในเพลงรอยเท้าบน ผืนทราย ซึ่งเนื้อร้องของเพลงนี้ได้เปรียบความรักเหมือนกับรอยเท้าบนผืนทราย ที่มักจะถูกน้ำซัด หายไป เหมือนความรักที่จืดจาง แต่หากมีการหยุดยืนบนผืนทราย เหมือนกับการมั่นคงในรัก ก็ไม่มีทาง ที่น้ำทะเล หรืออุปสรรคใดๆจะซัดหรือทำให้ความรักจืดจางลงไปได้

นอกจากสองเพลงที่กล่าวข้างต้นแล้ววงพิ้งค์แพนเตอร์ยังมีเพลงเพราะๆน่าฟังอยู่อีกหลายเพลงได้แก่ เพลงแด่รักที่จากไป เพลงนางนวล เพลงคอยเธอคืนมา ที่พูดถึงชายอกหัก เพราะผู้หญิงตีจาก แต่ก็ยังคอยให้หญิงคนรักกลับมา ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือได้ว่าวงพิ้งค์แพนเตอร์เป็นวงดนตรีที่อยู่ระดับ แนวหน้าของเมืองไทยเลยทีเดียว แต่หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นมาสมาชิกของวง ก็เริ่มแยกย้ายกัน ไปตามทาง ของตนเอง คงเหลือแต่สมาชิกหลักๆอยู่ 3-4 คนจนถึงปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าในยุคหลังๆวงพิ้งค์แพนเตอร์จะไม่มีงานของตัวเองออกมาเท่าไหร่ เนื่องจากสมาชิกในวงผัน ตัวเองไปทำงานเบื้องหลังให้กับนักร้องรุ่นใหม่ๆ เพลงที่ออกมาจึงเป็นการนำเพลงเก่าๆทั้งของตนเองและ ของนักร้องคนอื่นมาขับร้อง แต่บทเพลงเหล่านั้นก็ยังคงถูกขับร้องในสไตล์นุ่มๆในแบบฉบับของ พิ้งค์แพนเตอร์เหมือนเดิม

วงเพื่อน

วงเพื่อน ร่วมรำลึกโดย แววดาว

 *** ทุกข์หรือสุข ร้อนหรือหนาว….. เราจะไม่ทอดทิ้งกัน *** นี่คือ สโลแกนของวง ” เพื่อน “

วงเพื่อน         วง ” เพื่อน “ ได้ก่อกำเนิดตัวขึ้นจากการรวมตัวของสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ 4 คน ที่แยกตัวออกมาสร้างวงใหม่ คือ แอ๊ด – ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ – มือเบสส์, ตี๋ – วสันต์ ศิริสุขพิสัย – มือคีย์บอร์ด, รัก – พนัส หิรัญกสิ – แซ็คโซโฟน และ แดง – เสน่ห์ ศุภรัตน์ – ทรัมเป็ต ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลที่ว่า เพื่อสร้างสรรค์งานดนตรีที่ดีกว่า และ แปลกใหม่เข้าสู่วงการเพลงในยุคนั้น

นอกจากสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ทั้ง 4 คนนี้แล้ว วง ” เพื่อน “ ยังมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น มาอีก 3 คน คือ หมึก – ดนัย ทวีโภค – มือคีย์บอร์ด, อ๊อด – ฟาโรห์ ตอยยีบี – ลีดส์กีตาร์ และ อ๋อย – สมชาย สีหอำไพ – มือกลอง ซึ่งสมาชิกแต่ละคนของวงเพื่อน ล้วนมีประสบการณ์สูง และมีฝีมือทางดนตรีแก่กล้าเฉพาะตัว

อัลบั้มชุดแรกของวง ” เพื่อน “ มีชื่อว่า ” อะโห.. ชีวิต “ แนวเพลงของอัลบั้มชุดนี้ มีความโดดเด่นที่มีทำนองเพลงแปลกไปจากเพลงทั่วๆ ไปในยุคนั้น ซึ่งเพลงในอัลบั้มชุดนี้ มีทั้งแนวเพลงสนุกๆ ที่ฟังเมื่อไหร่ เป็นต้องเกิดอาการคึกคักขึ้นมาเมื่อนั้น ได้แก่เพลง รักเนี้ยบๆ, ผิดนัด, หยุดใจไว้กับเธอ แม้แต่เพลง อะโห… ชีวิต ซึ่งมีแนวเพลงออกไป ทางอีสาน ก็ยังสร้างความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาให้นักฟังเพลงได้ไม่น้อย นอกจากนี้แล้ว ยังมีเพลงฟังสบายๆ ซึ้งๆ อย่างเพลง กลับบ้าน, ป่านฉะนี้ และแนวเพลงอื่นๆ อีกรวม 12 เพลงในอัลบั้มชุดนี้

อัลบั้มชุด ” อะโห… ชีวิต “ นี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของวง ” เพื่อน “ เท่านั้น ซึ่งนักฟังเพลงในยุคนั้น ต่างก็ตั้งตารอคอย รอดูกันว่า อัลบั้มชุดต่อๆ ไปของวง ” เพื่อน “ นั้น จะดีกว่า หรือ มีความแปลกใหม่มากขึ้นกว่าเดิม สมดังเจตนารมณ์ที่สมาชิก ทุกคนได้ตั้ง ความหวังไว้หรือไม่

หนุ่มน้อย…ขวดโหล

หนุ่มน้อย…ขวดโหล    โดย…นายเจ

ย้อนกลับไปประมาณปี พ.ศ. 2527-2529 วงดนตรี แกรนด์เอ็กซ์ที่โด่งดังในยุคนั้น ได้แนะนำวงดนตรีน้องใหม่นามว่า.“ขวดโหล“ โดยส่วนตัวผมคิดว่าแกรนด์เอ็กซ์พยายามจะให้ขวดโหล หรือแกรนด์เอ็กซ์ใน generation ใหม่ เป็นทายาททางดนตรีของ แกรนเอ็กซ์ ์ด้วยซ้ำไป สี่หนุ่มสมาชิกของขวดโหลในตอนนั้น ถือว่าหล่อและใสมากในยุคนั้น ก็มี “คุณโอ๋ ไอศูรย์ วาทยานนท์ “คนนี้มาเป็น generation ใหม่ของแกรนด์เอ็กซ์เป็นคนแรก ชิมลางโดย ร้องเพลง “สายใย” ที่ร้องว่า” เคยเหงาบ้างไหม ถึงวันที่โลกไร้สรรพเสียง เรไรไม่ร้อย จำเรียง….” จำกันได้มั้ยครับ แค่เพลงเดียวก็ดังระเบิดเถิดเทิงแล้วครับ

ขวดโหล           หลังจากนั้นแกรนด์เอ็กซ์ก็หานักร้องอีกสามหนุ่มเข้ามาฟอร์มทีมเป็น“ขวดโหล” ก็ได้แก่ “คุณเอ อริชัย อรัญนารถ” (เขียนถูกป่าวไม่รู้) เจ้าของเสียงนุ่มๆจากเพลง“ทรายกับทะเล” หนุ่มต่อมาก็เป็นหนุ่ม “จอนนี่ แอนโฟเน่” ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นนักแสดงไปซะแล้ว หนุ่มคนสุดท้าย เสียงดี ร้องเพลงเพราะมาก อีกทั้งฝีมือการแต่งเพลงไม่เบาเลย “คุณไก่ สุธีร์ แสงเสรีชน” เจ้าของเพลงหวานๆเพราะๆอย่าง“ขอภาพไว้คั่นตำรา” ซึ่งถือว่า เป็นเพลงฮิต มากของ ขวดโหล2   อีกเพลงที่คุณไก่ร้องไว้ก็เพลง “เกิดเป็นผู้ชาย” ที่ตอนนี้มีคนนำกลับมาร้องใหม่นั่นแหละครับ

วันเวลาผ่านไปสี่หนุ่มก็เดินไปตามทางของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าคุณโอ๋ กับคุณเอ ตอนนี้ทำอะไร อยู่ที่ไหน คุณโอ๋เคยออกเทปอยู่ชุดนึงมั้ง แล้วก็มีละครประปรายจากนั้นก็หายไป อาจจะ ไปเรียนต่อ หรืออะไรซักอย่าง คุณเอ ไม่ทราบเลยครับว่าไปไหน คุณจอนนี่ก็กลายเป็น นักแสดงฝีมือฉกาจ ไปซะแล้ว ส่วนคุณไก่ ก็ยังคงอยู่ในวงการดนตรี ทำเบื้องหลังซะส่วนใหญ่

แต่ถึงยังไง”ขวดโหล” วงดนตรียุคใหม่เมื่อวันวาน แต่วันนี้กลับมาเป็น ตำนาน ทางดนตรี ที่ใครๆก็ยังคิดถึง ยังอยากฟังเสียงเพลงที่พวกเค้าร้องเอาไว้ใช่มั้ยครับ

วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น

วงชาตรี…โฟล์คซองขวัญใจวัยรุ่น   ร่วมรำลึกโดย…แววดาว

ชาตรี วงดนตรีแนวโฟล์คซองชื่อไทยๆ ในอดีต ที่มีการรวมกลุ่มทำงานเพลงกันมานานกว่า 10 ปี โดยเป็นการเริ่มรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อน 3 คนคือ นราธิป กาญจนวัฒน์ ตำแหน่ง หัวหน้าวง, ประเทือง อุดมกิจนิภาพ ตำแหน่ง มือเบส และ คฑาวุธ สท้านไตรภพ ตำแหน่ง มือคีย์บอร์ด และ ร้องนำ ตั้งแต่สมัย ที่แต่ละคนยังเป็นเพียงนักศึกษา และต่อมา ก็ชวนเพื่อนเข้ามาอีกคน ชื่อ ทวีชัย แต่ก็อยู่ร่วม วงกันไม่นาน เพราะมีภารกิจส่วนตัว จึงต้องออกจาก วง ชาตรี ไป ต่อมาอีกไม่นานนัก จึงได้ชวนเพื่อน เข้ามารับ ตำแหน่ง มือกลอง เพิ่มขึ้นอีกคน คือ อนุสรณ์ คำเกษม ซึ่งหลังจากที่ วงชาตรี มีโอกาส เข้าร่วม ประกวดโฟล์คซอง ฝีมือก็เข้าตากรรมการอย่างครูไพบูลย์ ศุภวารี ถึงขั้นชักชวนให้ วง ชาตรี อัดเพลง มาออกในรายการ วิทยุของ ครูไพบูลย์เอง ด้วยลีลาการแต่งเพลง และเล่นเพลง ด้วย กีตาร์โปร่ง อันเป็น เอกลักษณ์ของ วงชาตรี เอง ทำให้เสียงเพลงเป็นที่ติดอกติดใจ นักฟังเพลงยุคนั้น ได้อย่างรวดเร็ว

วงชาตรีและในปี พ.ศ. 2518 นั้นเอง ” จากไปลอนดอน ” ผลงานเพลงชุดแรกของ วง ชาตรี ด้วยการ เล่นดนตรีด้วยกีตาร์โปร่งล้วนๆ ก็ออกสู่ตลาด จากการที่เป็นวงดนตรีที่รักความอิสระ เพลงทุก เพลงในชุด จึงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นเองตามแนวเพลงที่ตัวเองพอใจ ด้วยคำร้องที่ฟังง่ายๆ สบายๆ ทำนองเพลง ไม่โอนเอน ไปตามกระแสนิยมเพลงสากลในยุคนั้น ก่อเกิดความแปลกใหม่ในวงการเพลง ในยุคสมัยนั้น นอกจากเพลง จากไปลอนดอน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงแล้ว ยังมีเพลงอื่น ในชุดนี้ ที่เป็นที่ถูกใจของนักฟังเพลง เช่น”คืนมาครองรักกัน” ยังจำได้ดีถึงวลีที่ติดหูของเพลงๆ นี้ คอยแต่ … คอยแต่ … เธอหวนคืนมา… เธอหวนคืนมา คืนมาครองรักกัน… และอีกเพลงที่ท่อนสร้อย เป็นที่สะดุด หูนักฟังเพลงก็คือเพลง “จับปลาสองมือ” ที่กล่าวถึงหญิงเจ้าชู้ที่คบชายพร้อมกันทีละ 2 คน … แม่คุณเอ๋ย… จับปลาสองมือ… รักไม่ซื่อ… แน่ใจหรือ… ถือว่าเธอเก่ง… ทางบทเพลงรัก… ไม่คิดพักใจ… ให้ใครสักคน… นอกจาก 3 เพลงนี้แล้ว เพลงอื่นๆ ในชุดนี้ก็ยังมี รักเธอจนหมดหัวใจ, ผิดไปแล้ว, เลือกเกิดไม่ได้ , เธอเท่านั้น, สัมผัสรัก และหญิงคนนี้

หลังจากนั้นไม่นาน เพียงต้นปี พ.ศ. 2519 ชาตรี ก็ได้ออกผลงานชุดที่ 2 ออกสู่ตลาดทันที โดยมี เพลง ที่ฮิตเปรี้ยงปร้างในยุคนั้น ตามสไตล์ ชาตรี เอง คือเพลง” แฟนฉัน” จุดเด่นของเพลงนี้ อยู่ที่การ บรรยายถึงความรักของชายหนุ่มที่มีต่อแฟนสาว โดยมีการกำหนดการแบ่งเวลาของตัวเอง ในการพบแฟน และการเข้าเรียน และอีกเพลงหนึ่งคือฉันไม่เคยรักใครจริง ที่บรรยายถึงความ เจ้าชู้ของชายหนุ่ม ที่ไม่เคยมีรักแท้ต่อหญิงสาวที่คบหากันอยู่ ฉันไม่เคยรักใครจริงจัง หวังเพียงทาง ขอคลายอารมณ์ เมื่อได้สมใจก็บินหนี … สมใจก็บินหนี …

จากปกเทป จะเห็นว่า เป็นเทปที่รวม 2 อัลบั้มอยู่ในตลับเดียว ไม่ใช่หมายความว่า ชาตรี จำหน่าย เพลง 2 ชุดพร้อมกันโดยการออกเป็นเทปตลับเดียวกัน แต่เป็นเพราะว่า การทำเพลงในยุคนั้น ยังไม่มีการ ออกเป็นเทปคาสเซ็ต แต่ราคาของแผ่นเสียงก็ค่อนข้างสูง นักฟังเพลงหาซื้อไม่ได้ทุกคน จึงต้องเริ่มบันทึก เป็นเทปคาสเซ็ตออกจำหน่ายในเวลาต่อมา จึงเป็นการรวมเพลงทั้ง 2 ชุดอยู่ในตลับ เดียวกัน

การทำงานของ วง ชาตรี ยังดำเนินต่อมาอีกนานนับ 10 กว่าปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง นักดนตรีเลย หลังจากที่ชวนเพื่อนชื่อ ประยูร เมธีธรรมนาถ มาร่วมวงอีกคนใน ตำแหน่งคีย์บอร์ด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2520 กับผลงานเพลงอันคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย มากกว่า 10 ชุด ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามวิถีทางชีวิตของตัวเอง เหลือเพียงตำนานเพลงไว้ให้นัก ฟังเพลงรุ่นหลังได้รำลึกถึงวงดนตรีโฟล์คซองที่มีชื่อเสียงมากในวงการเพลงเมืองไทย

คิดถึง…ดิ อิมพอสซิเบิ้ล

คิดถึง…ดิ อิมพอสซิเบิ้ล โดย นายเจ

สวัสดีครับ สัปดาห์นี้ผมขอพูดถึงวงดนตรีดิอิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีที่ผมชื่นชอบและเป็น วงดนตรี ในดวงใจของผมอีกวงนึง เท่าที่ผมทราบมาวงดนตรีวงนี้ประกอบด้วยนักดนตรี ที่เห็นชื่อแล้ว ก็คงต้องยกนิ้วให้ทุกคนเลยครับ ตั้งแต่คุณ เศรษฐา ศิระฉายา, คุณวินัย พันธุรักษ์ ,คุณปราจีน ทรงเผ่า, คุณอนุสรณ์ พัฒนกุล, คุณพิชัย ทองเนียม, คุณสิทธิพร อมรพันธ์, คุณเต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ (เข้ามาร่วมกับวงดิอิมพอสซิเบิ้ล ในอัลบั้มชุดหลังๆ)

ดิ อิมพอสซิเบิ้ล       ตอนแรกผมเองก็ไม่รู้จักวงดนตรีวงนี้หรอกครับ แต่ได้ยินผู้ใหญ่เค้าพูดกันว่า วงดนตรีที่ฮิต สมัยก่อนก็ต้องดิอิมพอสซิเบิ้ล ผมก็เลยพยายามไปค้น ไปรื้อเทปเก่าๆ ของคุณพ่อมาฟังครับ ฟังแล้วก็รู้สึกชอบเลยครับ ด้วยดนตรีที่ฟังสบายๆ บวกกับน้ำเสียงไพเราะของคุณเศรษฐา และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในมุมมองของผม สำหรับวงดนตรีวงนี้คือ ภาษา ครับ ผมคิดว่านักแต่งเพลง สมัยก่อน เป็นคนที่ใช้ภาษา ในการเปรียบเทียบได้ดีทีเดียว อย่างเพลง “เป็นไปไม่ได้” ที่ยกเอาการเปรียบเทียบตัวละคร ในวรรณคดี อย่างทศกัณฑ์ที่มีหลายหน้า หลายมือที่จะทำอะไรก็ได้ มาแต่งเป็นเพลงเปรียบเทียบ กับความเป็นจริงที่คนมีแค่หน้าเดียว สองตา สองมือ เท่านั้น

ส่วนอีกเพลงหนึ่งที่เป็นเพลงโปรดของผมคือเพลง “เริงทะเล” ครับ ด้วยดนตรีที่ฟัง แล้วเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล นอกจากบรรยากาศที่รับรู้ได้จากเพลงแล้ว หากฟังแล้วคิด ตามเพลง อย่างเพลงนี้มีการเปรียบให้เห็นมุมมองของทะเลที่มีทั้งเรียบ ใส สวยงาม แต่เมื่อทะเลบ้าขึ้นมา เมื่อไหร่ล่ะก็ที่สวยๆ ก็ไม่สวยในพริบตาเลยครับ ก็เปรียบกับชีวิตคนนั่นแหละครับ มีทั้งด้านดี แล้วก็ด้านไม่ดี

สำหรับดิอิมพอสซิเบิ้ลแล้วยังมีอีกหลายเพลงเลยครับที่เพราะๆ เช่น “ชื่นรัก” “ทะเลไม่เคยหลับ” “โอ้รัก” “ไหนว่าจะจำ” “คอยน้อง” หากใครชื่นชอบ วงดนตรี วงนี้เหมือนผมก็ติดตามเวบนี้ต่อไปนะครับ รับรองครับว่าได้ฟังเพลงเหล่านี้แน่นอนครับ

อัจจิมา ทีฆวาทิน ผู้หญิงเป่าฟลุต

อัจจิมา ทีฆวาทิน ร่วมรำลึกโดย แววดาว..

ด้วยเสียงใสๆ น่ารักๆ และภาพลักษณ์ของเด็กสาวที่มี ” ฟลุต “ เครื่องดนตรีคู่มือ คู่ปาก คู่ใจ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ( คงได้มั้ง ) นักฟังเพลงทั้งรุ่นเก่า และรุ่นเก๋าส์ คงยังจำกันได้ดี เพราะไม่มีนักร้องคนใด ที่มีฟลุตเป็นเครื่องดนตรีคู่ใจ นอกจากเธอเท่านั้น… จุ๋ม… อัจจิมา ทีฆวาทิน

” ผู้ชายขี้อาย “ คือชื่ออัลบั้มชุดแรกของเธอ เพลงทั้ง 12 เพลงในชุดนี้ ก็โดดเด่นไม่เบา และมีเพลงที่ติดหูผู้ฟังในยุคนั้นอยู่ไม่น้อยเลย

” ร้าย ร้าย ( ผู้ชาย ) ร้าย ร้าย ( ผู้ชาย ) ร้าย ร้าย ผู้ชาย ร้ายจริงร้ายยิ่ง…………. ” เป็นท่อนสร้อยของเพลง ร้าย ร้าย ( ผู้ชาย )
ซึ่งมีเนื้อหาต่อว่าชายที่หลอกลวงหญิงสาวให้หลงรัก แล้วทิ้งไป แต่ด้วยท่วงทำนองที่ถูกตกแต่งให้ออกมาแบบหวานๆ ไม่ก่อให้เกิดความเศร้าสร้อยซักเท่าไหร่ แต่กลับช่วยดึงดูดให้หญิงสาวมาร่วมร้องเพลงต่อว่าชายใจร้ายได้ดีนัก

จุ๋ม อัจจิมา ทีฆวาทิน” รื่นเริงสุขสันต์สวรรค์รออยู่ ต่างแย่งจับคู่ล้อมวงชวนเต้นรำ สุขใจจริงหนอ ขอเพียงเมื่อใจเราอยากทำ หัวใจสุขล้ำบนพื้นฟลอร์….. ”             เป็นเพลงที่โดดเด่นอีกเพลงนึงในอัลบั้มชุดนี้ ด้วยจังหวะเพลงมันส์ๆ ชวนให้เต้นรำ สมชื่อเพลง “ เต้นรำพาสุข “ ที่ฟังทีไร ก็อดที่จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องขยับปากร้องตาม และขยับแข้งขยับขาเต้นตามไปด้วยทุกครั้ง ว่าแล้วก็อดไม่ได้ แข้งขาเริ่มออกอาการอีกแล้ว… ” หันทางซ้าย ย้ายทางขวา นี่แหละหนาคือตัวยารักษาด้วยเพลง… “

นอกจาก 2 เพลงนี้แล้ว ยังมีเพลงอื่นๆ ที่ช่วยเสริมความโด่งดังให้อัลบั้ม ชุดนี้อีก หลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชายขี้อาย เพียงแค่เพื่อน หาดทรายช้ำ พรุ่งนี้ ไม่มีน้ำตา จากผู้แพ้ และเพลงทำนองสนุกๆ อย่าง สะใภ้ตีนแดง ก็มีให้ฟังกัน

ปกติ อัลบั้มเพลงแต่ละชุด ผู้ฟังแต่ละคนก็คงไม่ได้ชอบซะทุกเพลงหรอก ไม่ยกเว้น แม้แต่เรา เพราะเราเองก็เป็นปุถุชนคนธรรมด๊าธรรมดาคนนึงเหมือนกัน แต่ว่า เพลงในอัลบั้ม ชุดนี้ มีที่ชอบอยู่เกินครึ่งเลยแหละ ประมาณ 80 % ทีเดียวนะ อันนี้ก็เป็นเพราะเพลงน่ารัก เสียงใสๆ น่ารักๆ ภาพลักษณ์ที่น่ารักของนักร้องด้วย….. ี่ที่สำคัญ ( กระซิบ ) เคยมีคนมาบอกว่า หน้าตานักร้องคนนี้ มีส่วนคล้ายเราด้วยแหละ ( จริงเท็จแค่ไหน ไม่สนแล้ว พูดแล้วพูดเลย ) เพราะฉะนั้น เมื่อนักร้องน่ารัก เราก็น่ารักด้วย จริงมะ ( ไม่ค่อยหลงตัวเองซักเท่าไหร่เลย )

รวมดาว อัลบั้มเพลงคู่ยอดฮิต

รวมดาว…อัลบั้มเพลงคู่ยอดฮิต  ร่วมรำลึกโดย…angy

รวมดาว อัลบั้มเพลงคู่อัลบั้มแรกที่ออกมาในยุคที่เพลงสตริงของศิลปินวัยรุ่นกำลังเฟื่องฟู และแข่งขันกัน อย่าง มากมายหลายกลุ่ม หลายวง หลายค่าย ก่อให้เกิดความนิยมใหม่ในหมู่นักฟังเพลงในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ เป็นเพราะ เพลงที่ถูกจัดไว้ในอัลบั้มชุดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงยอดนิยมในอดีตของวง สุนทราภรณ์ ซึ่งมีความ เป็นอมตะและ ยังอยู่ในความทรงจำของนักฟังเพลงทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่

ปี พ.ศ. 2527 เป็นช่วงเวลาที่ค่ายเพลงหลายค่ายต่างแข่งกันปั้นนักร้องวัยรุ่น หลายกลุ่ม หลายวงมาออก อัลบั้มเพลง เพื่อหวังเอาใจตลาด เนื่องจากวัยรุ่นในช่วงเวลานั้น ต่างคลั่งไคล้ในตัวนักร้องวัยรุ่นเป็นอย่างมาก อัลบั้มชุดรวมดาวนี้ จึงประกอบไปด้วยนักร้องวัยรุ่นซึ่งกำลังเป็นที่นิยมจากหลายวงในค่ายเดียวกัน มาร่วมขับขาน เพลงคู่ชุดนี้ อันได้แก่ รณชัย ถมยาปริวัฒน์ หรือ อ๊อด, ไพศาล อัญญธนา หรือ ศาล และ อาทิตย์ นามบุญศรี หรือ โอ๋ จากวงคีรีบูน, ประวิตร เปรื่องอักษร หรือ แซม จากวงซิกซ์เซ้นซ์, สุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู จากวงฟรุ้ตตี้, โอภาส ทศพร หรือ อ๊อด จากวงบรั่นดี, พีระพงษ์ พลชนะ หรือ ต้อม และ เรวัติ สระแก้ว หรือ ป๋อง จากวงอินทนิล, ชาญชัย บุญรัตนไพลิน หรือ ตั้ม จากวงแอทลาส, มานิตย์ พาชิยานุกูล หรือ นิด จากวงเชอรี่พิ้งค์ และ ธนา ศิริจันทร์สว่าง จากวงอ๊อพติค ส่วนนักร้อง วัยรุ่นหญิงที่จะมาขับร้องเพลงคู่กับน้องร้องวัยรุ่นชายเหล่านี้ ก็มีการยืมตัว 3 สาววงปุยฝ้ายจากค่ายอื่นมา เนื่องจากขณะนั้นในค่ายนี้ยังไม่มีนักร้องหญิงเลย ซึ่งก็ได้แก่ อัจฉรพรรณี หาญณรงค์ หรือ โอ, จุฑามาศ อิสสรานุกฤต หรือ บุ๋ม และ อาริตา ปัจฉิมาภิรมย์ หรือ แป๊ก และ นักร้องสาวอีกคนที่ร่วมร้องเพลงคู่ด้วยคือ ทวินันท์ คงคราญ หรือ โอ๋

รวมดาว

ส่วนเพลงคู่ที่ถูกนำมาบันทึกเสียงใหม่ในครั้งนั้น ล้วนแต่เป็นเพลงที่มีความไพเราะ และมีความน่ารักในเนื้อหา ของเพลง ซึ่งจะเน้นการใช้วาจาพลอดรัก ฝากรัก กระเง้ากระงอดแง่งอน เกี้ยวพาราสี ระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว เนื้อหาที่น่ารักของเพลงเหล่านี้ ยังมาจากการเปรียบเทียบสำนวน หรือลีลาการพลอดรักกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า, แม่น้ำลำธาร หรือแม้แต่สัตว์น่ารักๆ ก็ยังถูกยกมาเปรียบเทียบเหมือนกัน เพลงที่ได้คัด สรรมาอย่างดีแล้วนั้น ได้แก่ อ้อยใจ, มนต์รักดอกคำใต้, นกเขาคูรัก, รัก, ทุยจ๋าทุย, จูบเย้ยจันทร์, จุดใต้ตำตอ, หนีไม่พ้น, ดำเนินทราย, สักขีแม่ปิง, เธออยู่ไหน, ใจชาย ใจหญิง, บทเรียนก่อน วิวาห์ และ รักคุณเข้าแล้ว

ไม่เพียงแต่การนำเพลงคู่กลับมาร้องใหม่โดยนักร้องวัยรุ่นเท่านั้น ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิด กับวงการ เพลงเมืองไทย การบรรเลงโดยเครื่องดนตรีมากถึง 30 กว่าชิ้นของคุณณรงค์ & HIS ORCHESTRA ก็ยัง สร้างจุดเด่นให้กับอัลบั้มชุดรวมดาวนี้ ภายใตัการควบคุมการบรรเลงโดย คุณณรงค์ อับดุลราฮิม ซึ่งอดีต เป็น 1 ใน สมาชิกวงพิ้งค์แพนเตอร์นั่นเอง

จำได้ว่า ตอนที่มิวสิควิดีโอชุดรวมดาวนี้ออกอากาศทางทีวี เราจะได้เห็นลีลาการเล่นมิวสิควิดีโอของนักร้อง เหล่านี้แบบเคอะๆ เขินๆ เพราะว่า ในยุคสมัยนั้น ไม่มีใครทำเพลงคู่มาให้ได้ฟังกัน พอถึงเวลาที่ต้องร้องเพลง และ เล่นมิวสิควิดีโอด้วยกัน เราก็เลยได้เห็นภาพที่แสดงถึงการเคอะเขินของนักร้องเหล่านี้แบบธรรมชาติ ไม่มีการเสแสร้ง ดูๆ แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ

 

รวมดาว 2ความนิยมต่อรวมดาวยังมีอยู่อย่างไม่สร่างซา จนกระทั่งถึงอัลบั้มรวมดาว 2 ศิลปินโดยส่วนใหญ่ ยังคง เป็นชุดเดียวกับรวมดาว มีลด และเพิ่มเพียงคนสองคนเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อความเหมาะสมในลีลาการร้องของ แต่ละคน กับเพลงที่คัดไว้ในอัลบั้ม ศิลปินที่เพิ่มเข้ามาก็ได้แก่ สมพร ปรีดามาโนช หรือ ปิง จากวงฟรุตตี้ และ เพ็ญโพยม เรืองโรจน์ หรือ อิ๋ว นักร้องสาวจากวงดีซีแบนด์ ส่วนเพลงคู่ที่ได้คัดสรรมารวม ไว้ในอัลบั้ม ชุดนี้ ได้แก่ ใต้ร่มมลุลี, ปองใจรัก, สาวบ้านแต้, พุ่มพวงดวงใจ, พรพรหม, พายเรือพลอดรัก, วอนรัก, วิมานรักห้วยแก้ว, กระท่อมรจนา, สัญญาที่ป่าเหนือ, รักใต้ร่มไทร, เชื่อรัก, สัญญารัก, หากรักเป็นเช่นศาสนา, ทุยฝันร้าย และ มนต์รักอสูร แนวเพลงก็ยังเป็นแนวพลอดรัก พ่อแง่แม่งอน เย้าแหย่กันตามประสาคู่รัก

 

 

 

 

 

 

 

%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7
ขณะเดียวกันนี้ ในช่วงเวลาที่เพลงเก่าในอดีตกำลังเริ่มเข้าหูวัยรุ่นในยุคนั้น อัลบั้มชุดพบดาว จึงถูกผลิต ตามกันออกมาทันที คราวนี้ไม่ใช่เพลงคู่แล้ว แต่เป็นการนำดาว หรือศิลปินที่กำลังได้รับความนิยม 4 คนคือ อ๊อด คีรีบูน, ชมพู ฟรุตตี้, แซม ซิกซ์เซ้นซ์ และนิด เชอรี่พิ้งค์ มาร่วมกันขับขานเพลงไพเราะ ซึ้งๆ ในอดีต เช่น ที่รัก, สุดเอื้อม, คอย, กินรีเล่นน้ำ, คำคม, คนรักหาย, จำพราก, สวนสน, รักทรมาน, ไม่เคย รักใครเท่าคุณ, ฉันอยู่ไหน, ลืมไม่ลง โดยแต่ละเพลงแยกร้องเดี่ยวตามความเหมาะสม และเน้นการ ประสาน เสียงในเพลง เพื่อเพิ่มความไพเราะ อันเป็นจุดเด่นของอัลบั้มชุดนี้ นอกจากนี้ ยังมีเพลงร้องประสานหมู่อีก 2 เพลง คือ ชาวดง และ ทัศนาจร

%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a72

จากพบดาวชุดนี้ ยังมีพบดาว 2 ตามมาอีกด้วยบทเพลงในอดีตที่ไพเราะ ซึ้งๆ สนุกสนาน ไม่ด้อยไปกว่า ชุดแรกอีก 12 เพลง ได้แก่ ทาษเทวี, บางหลวง, แม่กลอง, จับกระแต, นกขมิ้น, รักลอยลม, แม่ยอดรัก, เพ้อ, เด็ดดอกรัก, ลานเท, น้ำตาคลอ, ถ้าคุณบอกผม และ ง้อเพราะรัก โดยในชุดนี้ ศิลปินชายที่มาช่วยกันขับขานในแต่ละเพลงนั้นมีถึง 11 คนด้วยกัน ซึ่งมาจากรวมดาวชุดแรก 9 คน เพิ่มอีก 2 คนคือ ปิง ฟรุตตี้ และ สุชาติ จันทร์ต้น

นพเก้ากระแสเพลงคู่ยังไม่หมดแค่รวมดาว 2 เท่านั้น คราวนี้ไม่ได้นำเพลงเก่ามาขับร้องใหม่เหมือนรวมดาว และพบดาว แต่กลับเลือกเอาเพลงเด่นของศิลปินหลายวงมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลงร้องคู่โดยศิลปินหนุ่มสาว จากชุดรวมดาว 11 คน นี่เองที่ทำให้เกิดความไพเราะบนความแปลกใหม่ จากที่เคยฟังแบบร้องเดี่ยวในเพลง เดียวกัน ซึ่งเพลงที่ถูกคัดเลือกมานั้นก็มี อายุไม่สำคัญ และ รักนี้เหมือนฝัน ของวงคีรีบูน, รอเธอ และ ดั่งนกเจ็บ ของวงบรั่นดี, สำเนียงรัก และ ฝืนดวงใจ ของวงอ๊อพติค, คนข้างเคียง ของวงฟรุตตี้, เพ้อรัก ของวงซิกซ์เซ้นซ์, และยังมีเพลง พ่ายรัก และ ความรัก รวมเป็น 10 เพลงด้วยกัน เมื่อเป็นการรวม เพลงเด่นๆ ของศิลปินเหล่านี้ อัลบั้มชุดนี้ จึงมีชื่อว่า นพเก้า ซึ่งหมายถึง เครื่องประดับอันมีค่า เปรียบได้กับเพลง ที่คัดมานี้ เป็นเพลงที่มีค่าของศิลปินเหล่านี้นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

นพเก้า 2
พอมาถึงนพเก้า 2 เนื้อเพลง และ ดนตรีใหม่ ได้ถูกบรรจงแต่งขึ้นสำหรับอัลบั้มชุดนี้โดยเฉพาะ โดยมีถึง 12 เพลง ขับร้องโดยศิลปินหนุ่มสาว 13 คน และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยเนื้อหา และดนตรีที่ฟังกันได้ง่ายๆ สบายๆ ซึ้งๆ หวานๆ ทำให้เพลงในชุดนี้เป็นที่ชื่นชอบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพลง ลมรักลวง, รักยังคอย, ไม่มี ทาง, สายธารรัก, พลังรัก, โอ้ความรัก, เงารัก, รอยนิรันดร์, คอยรัก, เข้าใจผิด, รอวันพบเธอ และ คิดถึงกัน แต่ที่ทำให้นพเก้า 2 มีความพิเศษกว่าเพลงคู่ชุดอื่นๆ ก็คือ ได้เชิญนักร้องฝรั่งชื่อ Brian Bate มาร่วมร้องเพลงด้วย โดย Brian ร้องเพลง สายธารรัก คู่กับ โอ อัจฉรพรรณี และ เพลง เงารัก คู่กับ อิ๋ว เพ็ญโพยม Brian Bate จะเป็นใครนั้น ตอนนี้ ยังไม่สามารถหารายละเอียดมาได้ ทราบแต่ชื่อ และจำได้ถึง หน้าตา และลีลาการร้องเพลง แม้จะออกสำเนียงไทยไม่ชัดถึง 100% แต่ก็เรียกว่าชัดในระดับนึง เวลาร้องบน เวทีคอนเสิร์ต เลยดูน่ารักไปอีกแบบ และก็สามารถทำให้ผู้ชมคอนเสิร์ตชื่นชอบตามไปด้วย

มรดกไทย
ปิดท้ายกันด้วยการนำเพลงเก่า ซึ่งเป็นแนวเพลงรำวงมาขับร้องใหม่แบบโต้กันเพลงต่อเพลงระหว่างชายหญิง รวม 10 เพลง เช่น ดอกฟ้าที่รัก กับ ดอกดินที่รัก, เดือนดารา กับ เดือนปราณี, ใกล้เข้ามาอีกนิด กับ ชิดเข้ามาอีกหน่อย, ตามองตา กับ ตาเจ้าชู้, และ เพลงผู้ใหญ่ลี ( ร้องเพลงเดียวกันทั้งชาย และหญิง ) ในชุดนี้ ร่วมร้องกันโดยศิลปินหนุ่มสาว 9 คน ภายใต้ชื่อชุดว่า มรดกไทย
การนำเพลงเก่ามาเรียบเรียงเสียงประสาน และร้องใหม่ของศิลปินนักร้องกลุ่มนี้ ได้พยายามยึดเอาทำนองเดิม ไว้ผสมผสานกับแนวดนตรีสมัยใหม่เข้าไปด้วย ก็เพื่อให้เพลงนั้นๆ เป็นที่ยอมรับในหมู่นักฟังเพลงวัยรุ่นในยุคนั้น ในขณะเดียวกัน ก็ให้เป็นที่ยอมรับของนักฟังเพลงรุ่นเก่าด้วย บางครั้ง บางเพลง อาจไม่ดีเท่านักร้องเดิมที่เคย ร้องไว้ หรืออาจไม่ถูกอกถูกใจนักฟังเพลงรุ่นเก่านัก แต่อย่างน้อย ความตั้งใจในการร้องเพลงเก่าเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่ง ที่ยากสำหรับนักร้องรุ่นใหม่ ก็ทำให้เราปฎิเสธไม่ได้ในความไพเราะ ได้รับรู้ และเข้าใจถึงเจตนารมย์ ในการ ต้องการอนุรักษ์เพลงเดิมๆ ไว้ให้คงอยู่ในจิตใจของนักฟังเพลงไปตราบนานเท่านาน

รำลึก XYZ

XYZ                  รำลึกโดย Haagen Dazs

“คิดๆ เท่าไร คิดไม่ออกซะที คิดๆ เท่าไร คิดไม่ออกซะที
เบื่อหน่ายตัวเองที่มันหัวไม่ดี ทำยังไงก็คิดไม่ออก ไม่ออก”

xyz6

ก็คิดไม่ออกจริงๆ หนิคะ ว่าจะเริ่มต้นเขียนว่าอะไรดี ใครที่เป็นเด็กเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วคงจำกันได้ดีว่า เมื่อใดที่คิดอะไรไม่ออก (โดยเฉพาะการบ้าน) เป็นต้องเผลอฮัมเพลงนี้ออกมาทุกทีไป XYZ กลุ่มวงดนตรีเด็กๆ วัยน่ารักที่ก่อกำเนิดขึ้นกว่า 20 ปีที่แล้ว

จากการรวมตัวกันของสมาชิกรายการสโมสรผึ้งน้อย โดยการชักจูงของ น้าหมู (สัจจา อัยศิริ) และ น้านิด (ภัทรจารีย์ อัยศิริ) โดยในช่วงแรกนั้นใช้ชื่อวงว่า “แกรนด์ XYZ” ซึ่งอาจเป็นเพราะว่ามันฟังดูคล้ายๆ วงดนตรีรุ่นพี่ที่โด่งดังมากในยุคนั้นกระมังคะ แกรนด์ XYZ มีสมาชิกด้วยกัน 5 คน คือ เกศนีย์ ชุมชัย (อ้อ), สุรีย์ภรณ์ ปุญญมาโนชญ์ (โบว์), สุคนธา วงษ์สงวน (หนึ่ง), วนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ (เอ๋) และอีกหนึ่งหนุ่ม สัมฤทธิ์ สนเพ็ชร (ต่อ) อัลบั้มชุดแรก ออกมาในปี พ.ศ.2524 ชื่อชุดว่า “รถไฟมีปีก” ภายใต้การดูแลของคุณประชา พงศ์สุพัฒน์ เอกลักษณ์เด่นของวงในช่วงนั้นคือ การที่สมาชิกร้องเพลง ถือกีต้าร์ปลอม และแสดงลีลาประกอบเสมือนเล่นดนตรีจริง ดิฉันยังจำได้เลยว่า ณ วันนั้นก็เคยหยิบเอา ไม้บรรทัดอันยาวๆ หรือ ไม้กวาดที่บ้าน ขึ้นมาวาดลวดลายร้องเพลง เล่นกีต้าร์ ตามแบบฉบับชาว XYZ เลย ตอนนี้นึกภาพแล้วก็ได้แต่ขำตัวเอง แต่ก็เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงเคยทำเหมือนกันใช่มั้ยค

อัลบั้มชุดที่ 2 ของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก ในชื่อชุด “คิดไม่ออก” ในปี พ.ศ.2525 ชุดนี้นอกจากจะได้รับการดูแลจากคุณประชา พงศ์สุพัฒน์ เช่นเดิมแล้วยังได้นักดนตรีฝีมือดีอีกหลายท่านจากวงบัตเตอร์ฟลายมาช่วยทำดนตรีให้อีกด้วย และนอกจากเพลงดังชื่อเดียวกับอัลบั้มแล้ว ก็ยังมีเพลง “เอาไปเผา” ที่กล่าวถึงโทษของยาเสพติด ที่ร้องว่า “เอาไปเผา เอาไปเผา ทิ้งลงทะเล ต่อต้าน ต่อต้านยาเสพติด เสพจนติดก็เหมือนศพ …” เพลงนี้โด่งดังมากในยุคนั้น

xyz7อัลบั้มชุดที่ 3 ของพวกเขาออกมาในปี พ.ศ.2527 ในชื่อชุด “อยู่กับยาย” ในชุดนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อวงให้เหลือเพียง “XYZ” และมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 1 คน คือ สุธีรา โรจนสันติ (ติ๊ก) รวมทั้ง การเลิกใช้กีต้าร์ปลอม และหันมาเต้นให้เข้ากับจังหวะเพลงแทน แต่งานเพลงยังอยู่ภายใต้การดูแลของทีมงานชุดเดิม

ต่อมาในปี พ.ศ.2530 พวกเขาก็มีผลงานชุด “ดอกไม้บานเจ้าเอย” ออกมา ซึ่งในอัลบั้มนี้ นอกจากจะเป็นผลงานชุดแรกกับสังกัดแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ แล้ว พวกเขาก็ได้เริ่มใช้เครื่องดนตรีจริงๆ กัน หลังจากที่ได้ไปร่ำเรียนดนตรีกันมาอย่างจริงจังในช่วงที่เว้นว่างจากการทำอัลบั้มไป และเนื้อหาของเพลงก็เริ่มเติบโตขึ้นก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ภาษาที่ใช้ในเพลงก็เป็นแบบกันเอง เหมือนภาษาพูดในหมู่วัยรุ่น เข้าใจง่ายๆ ไม่หวือหวา เพลงที่ดังที่สุดในชุดนี้เห็นจะเป็นเพลง “สบายดีหรือเปล่า” ที่หลายคนบอกว่าดนตรีคล้ายคลึงกับเพลง “Last Christmas” ของ วง Wham เหลือเกิน อันนี้ใครคิดเห็นอย่างไรก็คงต้องไปฟังกันเองนะคะ นอกจากนี้ก็ยังมีเพลง “ไม่กลัวไม่สวย” “เมินซะเถอะ” และ ฯลฯ

อัลบั้มต่อมาของ XYZ คือชุด “นี่แหละ…เพื่อน” ซึ่งออกมาในปี พ.ศ.2531 ในชุดนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวสมาชิกหนุ่มจาก นายต่อ มาเป็น นายอุ้ม – พละพงษ์ ปทุมานันท์ และ อาจจะเป็นเพราะสมาชิกหลายคนใน XYZ กำลังจะสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยม เนื้อหาของเพลงในอัลบั้มนี้จึงเกี่ยวกับเพื่อนซะหลายเพลงเลย ไม่ว่าจะเป็นเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม “นี่แหละ…เพื่อน” เพลง “กว่าจะรัก” หรือ “กำลังใจ” ซึ่งเพลงเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเพลงอมตะ สำหรับงานอำลาชีวิตนักเรียนมัธยมไปแล้วก็ว่าได้ แล้วเพลงอย่าง “กว่าจะรัก” ก็ถูกนำกลับมาร้องและเรียบเรียงใหม่โดยนักร้องในรุ่นปัจจุบันหลายต่อหลายท่านทีเดียว

xyz4

ในปี พ.ศ. 2532 อัลบั้มชุด “แว๊บเดียว” ก็ตามออกมา เพลงในอัลบั้มนี้เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มเป็นสาวมากขึ้น ตามวัยของสมาชิกวง XYZ นี่แหละค่ะ เพลงที่เกี่ยวกับความรักมากขึ้น มีเหงา เศร้า เจ็บ ครบรสชาติ อย่างเช่นเพลง “แอบเจ็บ” “นานแล้วนะ” หรือ “ก็มันเหงา” ต่อมาในปี พ.ศ.2533 XYZ ก็ได้มีอัลบั้มชุดสุดท้ายออกมาในชื่อชุดว่า “กุ๊ก กุ๊ก กู๋” ที่ยังคงความสดใสด้วยเพลงสนุกสนานอย่าง “กุ๊ก กุ๊ก กู๋” ซึ่งดิฉันยังสงสัยไม่หายจนทุกวันนี้ว่าผีอะไรร้อง กุ๊ก กุ๊ก กู๋! และยังมีเพลงรักเศร้าๆ อย่าง “วันฝนพรำ”

ปัจจุบัน สมาชิกของวง XYZ ก็ได้แยกย้ายเติบโตกันไป ตามเส้นทางของแต่ละคน การปรากฏตัวครั้งล่าสุดในนามของวง XYZ เห็นจะเป็นงาน Music Legend Concert เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ที่ เอ๋ และ โบว์ ได้ร่วมร้องเพลง “สบายดีหรือเปล่า” และ “แอบเจ็บ” ที่เป็นส่วนหนึ่งของตำนานเพลงไทยสำหรับคนรุ่นหนึ่งไปแล้ว และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ส่วนหนึ่งของสมาชิกวง XYZ คือ เอ๋, อ้อ, และ โบว์ ได้ร่วมกับ หนุ่ย – นันทกานต์ ฤทธิ์วงศ์ ออกอัลบั้มมาในนามของวง OHO ชื่อชุด “โอโฮ โอโฮ” จากการชักจูงของอาป้อม – อัสนี โชติกุล ผู้ที่เคยอยู่เบื้องหลังผลงานหลายๆ ชุดของ XYZ

สมาชิกวง XYZเกศนีย์ ชุมชัย (อ้อ) : กีต้าร์, ร้องประสานสุรีย์ภรณ์ ปุญญมาโนชญ์ (โบว์) : เบส, ร้องนำ สุคนธา วงษ์สงวน (หนึ่ง) : คีย์บอร์ด, กลอง วนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ (เอ๋) : คีย์บอร์ด, ร้องนำสุธีรา โรจนสันติ (ติ๊ก) : คีบอร์ด, ร้องนำสัมฤทธิ์ สนเพ็ชร (ต่อ) : กลอง, ร้องนำพละพงษ์ ปทุมานันท์ (อุ้ม) : กลอง

xyz3ผลงานของวง XYZ

พ.ศ. 2524 :รถไฟมีปีก
พ.ศ. 2525 : คิดไม่ออก
พ.ศ. 2527 : อยู่กับยาย
พ.ศ. 2530 : ดอกไม้บานเจ้าเอย
พ.ศ. 2531 :นี่แหละเพื่อน
พ.ศ. 2532 : แว๊บเดียว
พ.ศ. 2533 : กุ๊ก กุ๊ก กู๋

xyz1