เพื่อน#2 - จากดวงใจ
ลิฟท์กับออย - รมณ์ บ่ จอย1
April 2017
MTWTFSS
« Mar   May »
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
  • No Events

admin

ฟังวิทยุออนไลน์ สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร

 ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 91

สวพ. FM 91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและการจราจร

ฟังวิทยุออนไลน์ 88.5 EDS EVERYDAY STATION อีดีเอส เรดิโอ

ฟังวิทยุออนไลน์ 88.5 EDS EVERYDAY STATION อีดีเอส เรดิโอ

ฟังวิทยุออนไลน์ 88.5

ฟังวิทยุออนไลน์ 88.25 คลื่นใจมวลชน

 ฟังวิทยุออนไลน์ 88.25 คลื่นใจมวลชน


ฟังวิทยุออนไลน์ 88.25 คลื่นใจมวลชน

ฟังวิทยุออนไลน์ 88 วิทยุภาษาอังกฤษ

ฟังวิทยุออนไลน์ FM 88


ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 88 วิทยุภาษาอังกฤษ

ฟังวิทยุออนไลน์ 89.5 Sweet FM

ฟังวิทยุออนไลน์ 89.5 Sweet FM

ฟังวิทยุออนไลน์ 89.5 Sweet FM

ความหวานตามคุณไปทุกที่

ฟังวิทยุออนไลน์ 93 Cool Fahrenheit

ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 93

ฟังวิทยุออนไลน์ FM. 93 Cool Fahrenheit

พลิกตำนานวงชาตรี ตอนที่ 2

topani

ช่วงปิดเทอมปีหนึ่งนี้ แดงมีงานอดิเรกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ร้องเพลงคนเดียวกับกีตาร์โปร่งคู่ใจที่ห้องอาหารในเซ็นทรัล ชิดลม หลังจากนั้น เรา 3 คนในนามวงโฟล์คซอง ก็เริ่มซ้อมดนตรีด้วยกัน โดยมีกีตาร์คอร์ด 2 ตัว กีตาร์เบสโปร่งอีก 1 ตัว

พอเปิดเทอมขึ้นปีสอง อันเป็นปีที่รุ่งของรุ่น 22 แผนกช่างภาพ และโฟล์คซองของนักศึกษารุ่นปีที่ 2 ก็ได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ ให้บรรเลงในงานเลี้ยงน้ำชาน้องใหม่ปี 1 จึงนับเป็นการแสดงปฐมฤกษ์ของวงโฟล์คซอง คณะชาตรี จำได้ว่าตอนนั้น มือไม้สั่นไปหมด เพราะความตื่นเต้นดีใจ แต่ด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของป้อม บวกกับเพลงของแดงที่แต่งเอง พร้อมเบสโปร่ง งานวันนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดี จากวันนั้นเป็นต้นมา เราก็อาศัยเวลาว่างจากการเรียน ซ้อมเพลงกันอย่างจริงจัง

แล้ววันหนึ่ง แดงก็บอกว่า มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ หนวด ( ทวีชัย ) ซึ่งเคยเล่นดนตรีด้วยกันกับแดง 2 คนสมัยอยุ่ ACC จะมาร่วมเล่นในคณะชาตรีด้วยกัน คณะชาตรีตอนนั้นก็เลยกลายเป็นวงโฟล์คซอง 4 คน ประกอบด้วย 1 เบส + 3 กีตาร์ งานแรกของเราจะต้องไปแสดงที่ห้องอาหาร โรงแรมเอเชีย จ. ลำปาง บ้านเดิมของป้อม ครั้งนี้ นับเป็นการแสดงในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่นาน หนวดมีภารกิจที่ทำให้ไม่สามารถมาร่วมซ้อมดนตรีด้วยกันได้ ประกอบกับเราเรียนอยู่คนละที่ หนวดจึงถอนตัวไปจากวง เพราะต้องไปอยู่ที่ปักธงชัย โคราช ตอนนี้ คณะของเราก็กลับมาเหลือ 3 คนเหมือนเดิม ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ไม่ท้อถอย เพราะเรารู้สึกว่า ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น ความใฝ่ฝันของเรายังไม่บรรลุ การเผยแพร่ผลงานเพลงของวงยังไม่สำเร็จ ยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป

พูดถึงเพลงของแดงมีหลายเพลงที่น่าสนใจ อย่างเช่นเพลง รักไม่จากจร ซึ่งแดงบอกว่าเป็นเพลงแรกที่แต่งตอนสมัยที่แดงเรียนอยู่ ร.ร. อัสสัมชัญ ศรีราชา อีกเพลงหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเพลง รักเดียว เพราะว่าคอร์ดเป็นคอร์ดแพทเทิร์น แถมร้องเป็นเสียงสอดประสานกันทั้งเพลงได้อย่างลงตัว เพลงของแดงมีเสน่ห์ทีเดียว จนไปถูกใจเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อ อ้อ ซึ่งอ้อบอกว่า เคยตีกลองมาก่อน เลยอยากมาร่วมวงด้วย เป้าหมายของเราอยู่ที่ตึกกลางของวิทยาลัยฯ สมัยนั้นเวลามีดนตรีมาแสดงที่วิทยาลัย ก็จะแสดงที่ตึกกลาง จึงถือว่าเป็นเวทีใหญ่สำหรับวิทยาลัยนี้ และพวกเราก็ต้องการที่จะบรรลุจุดประสงค์นี้ให้ได้

อาวุธประจำตัวของอ้อ ก็คือ กลอง อนุสรณ์ก็เสนอกลองให้ แต่เราต้องไปขนมาเอง บ้านอนุสรณ์อยู่วัดมะกอก แต่กลองที่ว่าให้ยืมนั้นอยู่กิโล 8 มีนบุรี ดังนั้น ตำนานขนกลองขึ้นรถเมล์จากกิโล 8 มีนบุรี มาเทคนิคกรุงเทพฯ ในซอยสวนพลูจึงเกิดขึ้น หลังจากนั้น พวกเราจึงได้มีโอกาสซ้อมกัน 4 คน แต่เนื่องจากอ้อมีภารกิจมาก เพราะอ้อเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตัวหลักของแผนก ในการแข่งกีฬาภายในของเทคนิค จึงทำให้เรามีเวลาซ้อมดนตรีกันไม่มาก เพราะอ้อต้องซ้อมกีฬาด้วย และแล้ว วันที่แสดงที่ตึกกลางมาถึง ปรากฏว่า การเล่นดนตรีในวันนั้น เล่นไม่เข้าขากันเท่าที่ควร นั่นจึงเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่อ้อได้ตีกลองร่วมกับวง แต่ปีนั้น กีฬาวอลเลย์บอลที่อ้อเป็นตัวหลักก็ประสบผลสำเร็จ เพราะอ้อสามารถช่วยให้แผนกช่างภาพชนะเลิศวอลเลย์บอลของวิทยาลัยได้ นับเป็นครั้งแรกของแผนกนับตั้งแต่ตั้งมา ที่สามารถเอาชนะแผนกอื่นๆ มาได้ ทั้งๆ ที่บางแผนกมีนักกีฬาทีมชาติอยู่ด้วย

พี่เหมา วงชาตรี

ฟังวิทยุออนไลน์ 97.5 Seed FM

975seed-fm

ฟังวิทยุออนไลน์ คลื่น 97.5 Seed Fm

พลิกตำนานชาตรี

topani

 

คำนำ
สวัสดีครับ น้องๆแฟนๆชาตรีทุกคนครับ ยินดีครับ ที่ได้มาเขียนพลิกตำนานชาตรี ให้น้องๆได้รับรู้กัน พี่เหมาขอเล่าเรื่องตั้งแต่วันแรกที่ แผนกช่างภาพ เทคนิคกรุงเทพละกันนะครับ ซึ่งเรื่องราวส่วนใหญ่ก็มาจากความทรงจำของพี่เหมาเอง ซึ่งอาจจะมีมุมมองที่ต่างไปจากพี่ๆชาตรีท่านอื่น และบางส่วนขอบทความก็ขออนุญาตยืมคำของคุณก่อเขตมาบ้างครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด พี่เหมาก็ขออภัย มาณ ที่นี้ด้วยครับ

ตอนที่ 1

เดือนพฤษภาคม ปี 2517 นักศึกษาใหม่รุ่นที่ 22 ของแผนกช่างภาพ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ได้มีโอกาสได้เห็นหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรก เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาหลังการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์ตุลาวิปโยค 2516 ทำให้นักศึกษาขาดไปประมาณ 2-5 คน จากจำนวนทั้งหมด 45 คน ในสมัยนั้นถือว่าป็นสมัยที่ช่างภาพยุคประชาธิปไตยเบ่งบานก็ได้ รุ่นพี่ไว้ผมยาว สะพายย่าม วันแรกของการเปิดเรียนก็มีงานเลี้ยงน้ำชาที่ห้องโสต ตึกช่างภาพ ซึ่งแอร์เย็นมาก ทำให้เรายิ่งตื่นเต้น แต่ก็นะครับ ใครจะรู้ว่าช่างภาพรุ่นที่ 22 จะเป็นจุดเริ่มต้นตำนานทางดนตรีของเมืองไทย

ในวันแรกที่มาเรียนผมจำได้ว่า ได้ไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อนที่ชื่อ อนุสรณ์ ซึ่งเพื่อนคนนี้ใจดีช่วยจ่ายค่าน้ำแข็งเปล่าให้อีกต่างหาก ส่วนเพื่อนอีกคนที่ดูบุคลิกดี สุภาพซึ่งพี่เหมารู้จักตอนสอบสัมภาษณ์ก็คือ พี่ป้อม คฑาวุธ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้นะว่าเค้าชื่อคฑาวุธ เพิ่งจะมารู้จักกันก็เรียนไปซักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนเพื่อนอีกคน ที่สุภาพเหมือนกัน พูดคุณๆผมๆ กับทุกคน และจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใส่เสื้อรัดรูป ตัวเค้าก็ผอมๆ แถมเล่นกีตาร์ แต่งเพลงได้อีกต่างหาก ชื่อ นราธิป หรือ แดง นั่นเอง ส่วนผมเองก็เป็นคนมีดนตรีในหัวใจ เคยเรียนโน้ตมาที่ รร.สุทินเทศารักษ์ 2 เดือน และที่สยามกลการ อีก6 เดือน พอมาเจอคนที่มีดนตรีในหัวใจด้วยกันก็เลยสนิทสนมกับนราธิปอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้นแดงชอบเอากีตาร์ มาเล่นที่วิทยาลัยในยามว่าง ซึ่งเพลงที่ร้องบางทีก็เป็นเพลงฝรั่งเช่น ของวง LOBO หรือบางทีก็เล่นเพลงที่แดงแต่งเอง ก็สนุกสนานกันไปในตอนนั้น จนมาถึงวันหนึ่ง แดงชวนผมไปดูการประกวดดนตรีโฟล์คซอง ซึ่งใช้กีตาร์โปร่งเป็นหลัก ก่อนหน้านั้นตอนที่แดงเรียนอยู่ที่ อัสสัมชัญคอมเมิร์ส หรือ ACC ก่อนจะมาเข้าเทคนิคกรุงเทพ แดงกับเพื่อนก็เคยประกวดวงดนตรีโฟล์คซอง ของชมรมโฟล์คซองแห่งประเทศไทย รู้สึกว่าตอนที่ประกวดจะเป็นครั้งที่ 1 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ทีนี้มาถึงเพื่อนอีกคน ป้อมหรือ คฑาวุธ ตอนนั้นกำลังหัดเล่นกีตาร์ใหม่ๆ พอเห็นแดงเล่นกีตาร์เก่งก็อยากจะเล่นเก่งบ้าง ก็เลยลงทุนคารวะให้แดงเป็นครูสอน คิดดูว่าตั้งใจขนาดไหน บ้านป้อมอยู่สำเหร่ เทคนิคกรุงเทพอยู่สวนพลู แต่ป้อมนั่งรถไปถึงบ้านแดงที่สี่แยกจักรพรรดิพงษ์ สะพานดำ เพื่อไปเรียนเทคนิคการเล่นกีตาร์ เรียกว่าเอาใจครูแดงสุดฤทธิ์

จนกระทั่งปิดเทอมตอนปีหนึ่ง ได้ไปบ้านป้อมที่สำเหร่ ตอนนั้นป้อมก็เล่นกีตาร์เป็นแล้ว ก็ชวนกันตั้งวงโดยยกตำแหน่งหัวหน้าวงให้แดง เพราะแดงอายุแก่กว่า 2 ปี แถมแต่งเพลงเก่งด้วย จำได้ว่าตอนนั้นตกลงตั้งวงกันทางโทรศัพท์ เพลงแรกที่เล่น คือ รอรัก ของแดง ซึ่งผมกับป้อมก็ซ้อมกันไปก่อนสองคน ที่ห้องมืดของบ้านป้อม

และนี่ก็เป็นจุดเรื่มต้นของวงดนตรี ธรรมดาๆวงหนึ่ง มีนักดนตรี 3 คน มีกีตาร์โปร่งเป็นอาวุธ เรียกว่า โฟล์คซองชาตรี ตั้งแต่ตอนนั้น

พี่เหมา วงชาตรี