xyz - แกรนด์xyz_รถไฟมีปีก
แจ้-ลายไทย
Rare - Bakery Rare Grooves
September 2017
MTWTFSS
« Aug   Oct »
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
  • No Events
A major


Powered by
TheGuitarLesson.com

กอหญ้า คีรีบูน จรัล มโนเพ็ชร จริยา สรณคมน์ จันทนีย์ อูณากูล ชัยรัตน์ เทียบเทียม ชาตรี ซูซู ดนุพล แก้วกาญจน์ ดอกไม้ป่า ดอน สอนระเบียบ ดิอิมพอสซิเบิ้ล นีโน่ เมทนี บุรณศิริ พัชรา แวงวรรณ พัณนิดา เศวตาสัย พิ้งค์แพนเตอร์ ภราดร ภัสสร บุณยเกียรติ ภูสมิง หน่อสวรรค์ รวมดาว รวิวรรณ จินดา รอยัลสไปรท์ วง xyz วงชาตรี ศุ บุญเลี้ยง สาว สาว สาว สิทธิชนยุคสุดท้าย สินใจ หงษ์ไทย สุชาติ ชวางกูร หนุ่มเสก เสกสรรค์ ชัยเจริญ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อังศนา ช้างเศวต อัญชลี จงคดีกิจ อินโนเซ้นท์ ฮอทเปปเปอร์ เฉลียง เฌอ เบิร์ด กะ ฮาร์ท เพื่อน แกรนด์เอ็กซ์ แมคอินทอช แสงระวี อัศวรักษ์ แอนนา โรจน์รุ่งฤกษ์ แอนเดรีย สวอเรซ โอเวชั่น

สัมภาษณ์ วงฟอร์เอฟเวอร์

สกู๊ปพิเศษในวันนี้ ทีมงานของเราได้เดินทางมายังร้านอาหารสไตล์ผับ แถวประชาชื่น ซอย 39 ซึ่งมีชื่อว่า ไม้ไต่คู้ เพื่อพบกับสมาชิกวงสตริงชื่อดังในอดีตอีกวงนึง ประมาณ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เพียงแค่เอ่ยชื่อร้านอาหารออกมา บรรดาแฟนพันธุ์แท้ของวงดนตรีวงนี้คงจะถึงบางอ้อ ใช่แล้วค่ะ วงดนตรีที่จะเป็นแขกของหน้าสกู๊ปพิเศษของเราในวันนี้ก็คือ วงฟอร์เอฟเวอร์ ค่ะ

ดำ ฟอร์เอฟเวอร์

และเมื่อพวกเราก้าวเข้าไปในร้าน สมาชิกท่านแรกที่เราพบก็คือ พี่ดำ วิรุฬ สกุลทรัพย์ไพศาล เจ้าของเสียงเพลง ความหวังหลังรอยยิ้ม อันโด่งดัง และเป็นเพลงแรกที่ทำให้แฟนๆ เพลงในยุคนั้นได้รู้จักกับวงฟอร์เอฟเวอร์ ช่วงเวลานั้น คุณดำเองก็เป็นเอกลักษณ์เด่นของวง ด้วยเป็นนักร้องนำที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น เพียง 16 ปีเท่านั้น หลังจากพูดคุยทักทายกับพี่ดำได้เล็กน้อย สมาชิกท่านต่อมาที่ตามมาสมทบก็คือ พี่อั้น สหพล จุลวงศ์ และพี่กอล์ฟ สมบุญ โชติหิรัญพาณิชย์ พวกเราจึงได้เริ่มพูดคุยถึงความเป็นมาของวงฟอร์เอฟเวอร์ ซึ่งพี่ทั้ง 3 ก็ช่วยกันย้อนรำลึกถึงเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง

วงฟอร์เอฟเวอร์

วงฟอร์เอฟเวอร์ เกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นการรวมตัวกันของเพื่อนที่โรงเรียนทวีธาภิเษก 3 คน กับเพื่อนแถวบ้านอีก 2 คนมาเล่นดนตรีด้วยกัน เครื่องดนตรีในตอนนั้นก็มีแค่กีตาร์, กลอง, เบส เป็นการเล่นกันเอง เพื่อความสนุกที่ได้เล่นดนตรี แล้วต่อมาหัวหน้าวง คือ คุณปรีชา ศิริบุญส่ง ก็คิดอยากได้เครื่องเป่าในวงด้วย เลยมาได้ตัวพี่กอล์ฟ จากวงดุริยางค์ ซึ่งเล่นแซ็คโซโฟนมาร่วมวง กว่าจะปรับตัวให้เข้ากับวงได้ ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เพราะตอนอยู่วงดุริยางค์ ก็เล่นแต่เพลงมาร์ช, ลูกทุ่ง ไม่เคยเล่นเพลงสตริงมาก่อนเลย

เมื่อพวกพี่รวมตัวกันได้อย่างนี้ เลยเริ่มทำเพลง ออกเทปเลยหรือเปล่าคะ

กว่าที่พวกเราจะรวมตัวกันได้จริงๆ เป็นวงที่สมบูรณ์ ก็กินเวลาประมาณ 2 ปี แล้วทีแรกก็ไม่ได้มีชื่อว่า ฟอร์เอฟเวอร์ด้วย ตอนที่รวมตัวกันได้ ก็ให้ต่างคนต่างตั้งชื่อกัน แล้วก็มาปรึกษากัน ก็ไม่ได้ชื่อที่ถูกใจ จนคุณดำมาเสนอชื่อ ฟอร์เอฟเวอร์ พอพวกเราได้ยินก็ตกลงเลย เพราะชื่อก็มีความหมายที่ดีด้วย

forever_casset_1

พอวงฟอร์เอฟเวอร์ รวมตัวกันได้แล้ว ชื่อวงก็มีแล้ว ทีนี้หลายคนคงอยากจะทราบถึงหนทางการทำงานในช่วงเริ่มต้นที่เข้าวงการ

ไม่ง่ายเลยนะ จากที่แต่ก่อนเคยคิดว่า แค่ได้เล่นดนตรีก็พอใจแล้ว พอมาเห็นนักดนตรีรุ่นนี้มาเล่นดนตรีกันได้ ก็คิดว่า โอกาสไม่ใช่หามาได้ง่ายๆ เลย คนที่จะเล่นดนตรีได้ดีต้องมีจิตใจแน่วแน่ มีความสามารถเฉพาะตัว มีแรงบันดาลใจ ที่สำคัญ มีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีโอกาสที่จะก้าวเข้ามา ถึงแม้จะเจออุปสรรคยังไง ก็ต้องอดทน มีความทะเยอทะยานอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้น ก็ทำไม่สำเร็จแน่

แล้วอุปสรรคในการทำงานที่เกิดขึ้นล่ะ พี่ๆมีหนทางแก้ไขยังไงกันบ้าง

ตอนนั้นพวกพี่ก็เรียกว่า เป็นน้องใหม่ของวงการ อุปสรรคในการทำงานก็ย่อมต้องมีบ้างเป็นธรรมดา ก็มาได้พี่ๆ ที่วง แมคอินทอช นี่แหละที่คอยชี้แนะ ทำให้พวกพี่รู้สึกปลื้มพี่ๆ เค้ามาก เพราะตามปกติแล้ว วงดนตรีดังๆ ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เค้ามักไม่ค่อยสนใจพวกวงใหม่ๆ เท่าไหร่ แต่สำหรับพี่ๆ วงแมคอินทอช ถามแค่คำเดียว พวกพี่เค้าก็บอกมาหมด แบบไม่กั๊กวิชาไว้เลย ทั้งยังคอยแนะด้วยว่า เราต้องทำอะไร ยังไงบ้าง แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่มีปัญหา ก็ให้มาถามได้เสนอ นักดนตรีสมัยก่อนต้องใฝ่รู้ ถึงจะรู้ มันจะไม่เหมือนในสมัยนี้ที่จะมีทั้งโรงเรียนคอยสอน คอยป้อนความรู้ให้พร้อมสรรพ

วงฟอร์เอฟเวอร์

แล้วการโปรโมตอัลบั้มในสมัยนั้น ที่มีส่วนแตกต่างจากการโปรโมตในสมัยนี้ยังไงคะ

ในสมัยก่อน ยังไม่มีการทำมิวสิควิดีโอออกมาโปรโมตเพลง อย่างที่ทำกันอยู่ทั่วไป ก็เป็นการบันทึกภาพการเล่นดนตรีแบบลิปซิงค์เป็นเพลงต่อเพลง แล้วนำภาพนั้นมาฉายทางทีวีตามรายการเพลงต่างๆ

หลายคนคงจำกันได้ว่า นอกจากการร้องเพลงแล้ว พี่ๆ ก็ยังเคยร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง 18 กะรัตอีกด้วย

ตอนนั้นที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง 18 กะรัต ก็มีแค่พี่ดำ กับ พี่กอล์ฟ เท่านั้น เพราะพี่ทั้ง 2 คนร่วมร้องเพลงในอัลบั้มชุดนี้ แล้วพวกที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็เป็นนักร้องในอัลบั้มชุดนี้ทั้งนั้น จริงๆ แล้ว นอกจากเรื่อง 18 กะรัต พวกพี่ก็เกือบได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง วัยระเริง อีกด้วย ตอนนั้นทางผู้สร้างเค้าติดต่อให้เล่นกันทั้งวง แต่ขอเปลี่ยนเฉพาะมือกลอง เพราะวางตัวพระเอกไว้คือ คุณอำพล ลำพูน พวกพี่ถือคติ ไปด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณ ก็เลยปฏิเสธไม่รับเล่น

หากใครเป็นแฟนของฟอร์เอฟเวอร์มาตั้งแต่ชุดแรก คงจะได้รู้ว่า ฟอร์เอฟเวอร์เริ่มก่อตั้งมาด้วยสมาชิก 7 คน แล้วต่อมาก็ได้เพิ่มนักร้องนำขึ้นอีก 1 คน โดยที่ไม่ได้มีใครออก หรือเป็นการเปลี่ยนตัวแต่อย่างใด นักร้องท่านนั้นเป็นใคร แล้วเหตุใดจึงมีการเพิ่มตัวนักร้องนำขึ้นมา

นักร้องนำที่เพิ่มขึ้นมาตอนหลังก็คือ พี่อั้น สหพล จุลวงศ์ ซึ่งเป็นเพราะในช่วงแรกตั้งแต่ก่อตั้งฟอร์เอฟเวอร์มา แฟนเพลงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กๆ ทั้งนี้เพราะเรามีนักร้องนำที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็ก ยิ้มแย้ม ร่าเริง แจ่มใส ถึงแม้ในเวลาต่อมา พี่ดำจะโตขึ้น แต่แฟนเพลงก็ยังติดกับภาพลักษณ์เดิมๆ พูดง่ายๆ ในเชิงธุรกิจก็คือ ต้องการแฟนเพลงต่างวัยเพิ่มขึ้นอีก และต้องการเปลี่ยนแปลงแนวเพลงของวงด้วย จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงแนวสนุกสนาน ร่าเริง คราวนี้ก็หวังจากพวกวัยรุ่น โตขึ้นมาอีกหน่อย ก็เลยเป็นจุดเริ่มที่ได้มีการชักชวนพี่อั้นเข้ามาร่วมวง แนวเพลงที่พี่อั้นร้อง ก็จะออกแนวซึ้งๆ สไตล์ที่วัยรุ่นฟังแล้วจับจิตจับใจทีเดียว

forever_casset_2

เอ…อย่างนี้แล้ว ช่วงที่มีการชักชวนพี่อั้นเข้าร่วมวงนี่ พี่อั้นร้องเพลงอยู่แล้ว หรือว่าทำอะไรอยู่ในขณะนั้นคะ

ช่วงนั้นพี่อั้นไม่ได้ร้องเพลงหรอก ตอนนั้นพี่อั้นเองยังเรียนราม แล้วก็หารายได้พิเศษ ทางด้านเดินแบบ เข้าประกวด Domon man ด้วย แล้วต่อมาก็มีคอลัมนิสต์เข้ามาชักชวนให้เข้าร่วมวงฟอร์เอฟเวอร์ โดยเป็นนักร้องนำคู่กับดำ

ช่วง เวลาที่ฟอร์เอฟเวอร์อยู่ในวงการบันเทิงนั้นนานถึง 12 ปีทีเดียว ออกอัลบั้มมาก็หลายต่อหลายชุด กับคำถามที่ว่า ในช่วงนี้ที่กระแสเพลงเก่าในยุคกลางกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งนึง ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวกันออกคอนเสิร์ต หรือรวมตัวกันออกอัลบั้มใหม่ แล้วพวกพี่ๆ วงฟอร์เอฟเวอร์ล่ะ มีความคิดที่อยากจะรวมตัวกันมั่งมั้ยคะ

สำหรับเรื่องการออกคอนเสิร์ต ก็อยู่ที่โอกาสนะ มีคนสนใจ มีคนจัด ก็อาจเป็นไปได้ ส่วนเรื่องการออกอัลบั้มใหม่นั้น คิดว่าคงไม่ดีกว่านะ เพราะถ้าออกอัลบั้มมาวางขาย เราก็ต้องหวังว่า เทปจะขายได้ แล้วตอนนี้ล่ะ จะมีแฟนเพลง มีกระแสตอบรับที่จะซื้อเทป หรืออัลบั้มเรามากน้อยแค่ไหน ก็เป็นการเสี่ยงเหมือนกัน นอกเสียจากว่า ถ้ารายได้จากการขายเทป นำเข้าการกุศลทั้งหมดนั่นแหละ ถึงจะรวมตัวทำกัน

แล้วตอนนี้ล่ะ สมาชิกวงแต่ละคนไปทำอะไรกันบ้าง ยังมีใครวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงบ้างหรือเปล่า

พี่อั้น สหพล จุลวงศ์ ตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่บริษัท การบินไทย

พี่กอล์ฟ สมบุญ โชติหิรัญพาณิชย์ ตอนนี้ก็มีธุรกิจส่วนตัว แล้วตอนนี้ พี่อั้น กับพี่กอล์ฟ ก็ร่วมกันเปิดผับ ไม้ไต่คู้ ริมคลองประปา แถวประชาชื่น ซอย 39 ที่ๆ เรามาคุยกันในวันนี้นั่นเอง

พี่จืด ตอนนี้ก็เล่นดนตรีอยู่ แล้วก็ทำธุรกิจส่วนตัวเล็กน้อย

พี่โรจน์ ตอนนี้ก็เล่นดนตรีอยู่เหมือนกัน

พี่จุ่น ตอนนี้ก็เล่นดนตรีอยู่

พี่เก๋ ตอนนี้ก็ทำเพลงอยู่

พี่ปรีชา ตอนนี้ก็ทำธุรกิจส่วนตัว

พี่ดำ ตอนนี้ทำงานบริษัทเอกชน

วงฟอร์เอฟเวอร์

เมื่อคุยกันมาถึงช่วงท้ายๆ สมาชิกของวงฟอร์เอฟเวอร์ ก็ตามมาสมทบอีก 2 คน คือ พี่จืด มนตรี ชุติศิระ กับพี่โรจน์ นิโรจน์ วงศ์ชัยชุติกร พวกเราก็เลยได้เสียงทักทายของพวกพี่ๆ วงฟอร์เอฟเวอร์มาฝากสมาชิกบ้านเพลงเก่าในครั้งนี้ถึง 5 คนด้วยกัน การสัมภาษณ์ในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณพี่ๆ วงฟอร์เอฟเวอร์ทุกคนที่ให้ความเป็นกันเองตลอดเวลาที่พูดคุยกัน ครั้งต่อไป สกู๊ปพิเศษจะเป็นใครนั้น รักบ้านเพลงเก่าจริง ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะคะ


มอลลี่ ผู้สัมภาษณ์

ไอรดา เรียบเรียง

Facebook Comments

Leave a Reply